ข่าว

บึ้ม!ชุดรปภ.ครูปัตตานี-ยะลาเจ็บ4

บึ้ม!ชุดรปภ.ครูปัตตานี-ยะลาเจ็บ4

31 ก.ค. 2556

คนร้ายวางระเบิดทหารชุดรปภ.ครู ขณะลาดตระเวนเส้นทาง เจ็บ 2 นาย ขณะที่คนร้ายกดระเบิด ตำรวจชุด รปภ.ครู สาหัส 2 นาย ที่ ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา เชื่อฝีมือ 'อายุ หามะ'

 

                              31 ก.ค. 56  เมื่อเวลา 08.25 น. รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้น ที่บริเวณถนนสาย 42 ปัตตานี-นราธิวาส บริเวณโค้งบ้านดี ม.3 ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนเส้นทาง รปภ.ครู บาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย

                              ต่อเวลา 09.00 น.  พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จว.ปัตตานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.เมือง และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน , เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมกำลังตำรวจ ทหาร เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุยิงกันตาย ที่บนถนนชนบท บ้านตานเนาะบาตู ม.4 ต.คลองมานิง อ.เมือง

                              โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 30 ก.ค. เกิดเหตุขณะที่นายมะรูดิง มะโร๊ะ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของนายมะนาเซร์ มะโร๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ้านตาเนาะบาตู ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 100 กำลังต้อนแพะกลับเข้าคอกระหว่างทาง ห่างจากบ้านประมาร 100 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยวและมืด ได้มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถ จักรยานยนต์ตามประกบ และคนร้ายใช้อาวุธปืนอาก้า กราดยิงและลงไปยิงซ้ำ ถูกบริเวณศีรษะ ลำตัว พรุนทั้งตัว เสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนร้ายเร่งเรื่องหลบหนีไป

                              จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนอาวุธปืนอาก้าจำนวน 10 กว่าปลอกตกที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ผู้ตาย พ้นโทษออกจากเรือนจำมาเกือบ 3-4 ปีแล้ว กลับมาอยู่ในหมู่บ้าน สร้างอิทธิพล ชอบทำร้ายชาวบ้านทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว และหนีออกนอกหมู่บ้านหลายราย และยังพัวพันคดียาเสพติดในหมู่บ้าน เบื้องต้นเชื่อว่า สาเหตุเรื่องส่วนตัวที่กำลังสร้างอิทธิพล หรือหักหลังเกี่ยวกับยาเสพติคก็เป็นได้

 

 

บึ้ม!ชุดรปภ.ครูปัตตานี-ยะลาเจ็บ4

 

กดระเบิด ตร.ชุดรปภ.ครูยะลา สาหัส 2 นาย

 

                              เมื่อเวลา 08.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บนถนนสาย 409 หมู่ที่ 2 บ.น้ำเย็น ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านทุ่งคา ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงได้แจ้ง พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.ยะลา ทราบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา นำกำลังเข้าตรวจสอบทันที

                              เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาแล้ว ทราบชื่อคือ ส.ต.อ.อลงกรณ์ อินศรีไกร ได้รับบาดเจ็บที่แขนและขา และ ส.ต.ท.สราวุธ ไชยประเสริฐ  ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า ทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำใหม่ อาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน

                              ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ล้มอยู่ โดยห่างจากรถ จยย.ประมาณ 10 เมตรที่บริเวณเนินดินริมถนน พบหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบเศษถังดับเพลิง เศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้นตัดขนาด 1 ซม. เศษสายไฟ วงจรอิเล็คทรอนิค จึงได้รวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังดับเพลิงสีแดง น้ำหนักประมาณ 15 กก. ส่วนการจุดชนวนเชื่อว่าเป็นระบบวิทยุสื่อสาร

                              จากการสอบสวนทราบว่าในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำใหม่ ทั้งสองนาย ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนบ้านทุ่งคา ได้เสร็จสิ้นภารกิจ กำลังเดินทางกลับไปยัง สภ.ลำใหม่ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายซึ่งนำระเบิดมาซุกเอาไว้ที่เนินดินดังกล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ ได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

                              มีรายงานจากชุดสืบสวน ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่านายอายุ หามะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ ซึ่งรับผิดชอบก่อเหตุในพื้นที่ดังกล่าว มีหมายจับในคดีความมั่นคง 7 หมาย เข้ามากบดานอยู่ในพื้นที่ พร้อมประชุมวางแผน เพื่อเตรียมก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้นายอายุ เคยปฏิบัติการลอบวางระเบิด พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศ (ชุมแพ) เมื่อคราวดำรงตำแหน่ง รอง ผกก.ป. อยู่ที่ สภ.ลำใหม่ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนที่ พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ จะย้ายไปเป็น รอง ผกก.สภ.รือเสาะ นราธิวาส แล้วเสียชีวิตจากเหตุระเบิดตามข่าว โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ระเบิดตำรวจ ชุด รปภ.ครู ในครั้งนี้ เป็นฝีมือของ นายอายุ หามะ

 

 

บึ้ม! อส.บันนังสตา ในร.ร.บ้านเตาปูน สาหัส 1 เชื่อฝีมือ 'ซาการียา หะยีสาเมาะ'

 

                          เมื่อเวลา 10.25 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่ ภายในโรงเรียนบ้านเตาปูน ม.3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ อส.บันนังสตา ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หลังรับแจ้ง จึงแจ้งให้ พ.ต.อ.เจริญ ธรรมขันธ์ ผกก.สภ.บันนังสตา ร.ต.อ.ณรงค์ชัย เวชนิล ร้อยเวร สภ.บันนังสตา ทราบ พร้อมประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

                          เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบริเวณภายในโรงเรียนบ้านเตาปูน ทราบว่า เจ้าหน้าที่ อส.ที่ได้รับบาดเจ็บ คือ นายพิทักษ์ พรหมเมศ อส.บันนังสตา เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลบันนังสตา ก่อนส่งต่อไปรักษาที่ รพ.ยะลา แล้ว ส่วนที่เกิดเหตุ บริเวณริมรั้วด้านหลังป้ายโรงเรียน เจ้าหน้าที่ได้กั้นที่เกิดเหตุรวมทั้งให้ครูในโรงเรียนกันเด็กๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากจุดเกิดเหตุ ก่อนเข้าทำการตรวจสอบ โดยพบที่เกิดเหตุอยู่ใต้ต้นไม้ มีเก้าอี้ม้าหินอ่อนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด พร้อมพบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 1 เมตร ลึก 80 ซม. บริเวณใต้เก้าอี้ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังพบ เศษกล่องเหล็ก สะเก็ดระเบิด และเศษวิทยุสื่อสาร จึงได้รวบรวมเอาไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องเหล็กขนาดน้ำหนักประมาณ 3 กก. ซึ่งคนร้ายนำมาวางซุกซ่อนไว้ใต้โต๊ะ จุดชนวนด้วยระบบวิทยุสื่อสาร

                          จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่นายพิทักษ์ พรหมเมศ ซึ่งทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัยครู โรงเรียนฯ ได้เดินมานั่งพักที่บริเวณเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงจุดดังกล่าว คนร้ายซึ่งนำระเบิดมาซุกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วได้จุดชนวนระเบิดขึ้นทันที เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ อส.ได้รับบาดเจ็บ แต่โชคดีในขณะที่เกิดเหตุระเบิดเด็กนักเรียนอยู่ภายในห้องเรียน จึงไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อ เป็นการกระทำของกลุ่ม นายซาการียา หะยีสาเมาะ แกนนำก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ พร้อมพวก ที่มีหมายจับในคกีความมั่นคง และเคลื่อนไหวก่อเหตุอยู่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา โดยกลุ่มของนายซาการียา ก่อเหตุลอบวางระเบิดหลายครั้งในพื้นที่บันนังสตา

                          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับในพื้นที่ บ้านซีเซะ หมู่ 5 ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อเวลา 08.05 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฎิบัติการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย กองร้อยทหารพรานที่ 4708 ได้ตรวจพบสายไฟลากออกมาจากท่อน้ำใต้ผิวถนน จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จาก ฉก.อโนทัย เข้าทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิกสีส้ม น้ำหนักประมาณ 20 กก. ซุกอยู่ในท่อน้ำดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการเก็บกู้เอาไว้ได้เป็นผลสำเร็จ เบื้องต้นเชื่อคนร้ายนำระเบิดมาซุกไว้ เพื่อเตรียมก่อเหตุกับเจ้าหน้าที่ แต่โชคดีที่ตรวจสอบก่อน และสามารถเก็บกู้ได้อย่างปลอดภัย

 

 

ปธ.สมาพันธ์ครู 3 จว.ใต้ รับผวาหนักโจรบึ้มถี่ จี้ปรับการข่าว

 

                          นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู3จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจเพื่อนครูอย่างหนักอีกครั้ง โดยเฉพาะล่าสุดเกิดเหตุลอบวางระเบิดชุดคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยครูในพื้นที่โรงเรียนบ้านทุ่งคา จ.ยะลา และลอบวางระเบิดชุดคุ้มครองครูต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำหวาดกลัวให้กับบุคลากรทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเพราะเพิ่งเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดหน้าโรงพยาบาลจะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 ก.ค.56 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ครูชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ซึ่งเป็นสถานการณ์รุนแรงที่ปรากฎในพื้นที่ต่อเนื่องครอบคลุมทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

                          นายบุญสม กล่าวอีกว่า เรื่องของสภาวะทางจิตใจและความรู้สึกของเพื่อนครูทั้ง3จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้อยู่ในภาวะย่ำแย่ ดังนั้นเพื่อให้การทำหน้าที่การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงนี้ จึงได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อขอให้สร้างความเชื่อมั่น ด้วยการเน้นมาตรการดูแลความปลอดภัยครูโดยมีหน่วยเฉพาะกิจซึ่งตั้งอยู่ในแต่ละจุดทำหน้าที่ ด้วยการประเมินจุดแข็ง จุดอ่อนในการปฏิบัติภารกิจ และขอให้มีการประสานงานอย่างเป็นเอกภาพกับหน่วยงานที่สนับสนุนภารกิจ รปภ.ครู

                          “ที่สำคัญต้องขอให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องการข่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความแม่นยำ ชัดเจน และรวดเร็วในการเกาะติดสถานการณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาบุคลากรทางการศึกษาเห็นตรงกันว่าเรื่องของงานการข่าวยังไม่ทันท่วงทีต่อการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้รอดพ้นเงื้อมือของผู้ก่อความไม่สงบ”นายบุญสม กล่าว

                          ประธานสมาพันธ์ครู3จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ขอให้ฝ่ายความมั่นคงแบ่งพื้นที่เป็นระดับ เช่นจุดใดมีความสุ่มเสี่ยง ก็ต้องมีมาตรการที่เข้มข้นสูงสุดในการรักษษความปลอดภัย ส่วนพื้นที่ใดอัตราการเกิดเหตุรุนแรงน้อยก็ปรับกำลังและมาตรการให้เหมาะสม โดยควรเพิ่มความเข้มงวดในจุดรอยต่อหมู่บ้าน และเส้นทางชุมชน หรือพื้นที่ป่าเขาที่เอื้อต่อการหลบหนีของคนร้ายให้มากขึ้น ทั้งนี้ขอให้เพื่อนครูอย่าได้ตั้งอยู่บนความชะล่าใจในในสถานการณ์ แม้นในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่จะมีการปูพรมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัดก็ตาม เนื่องจากครูยังคงเป็นเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมได้เป็นอย่างดี

                          “ช่วงนี้เพื่อนครูไม่ควรไปไหนเพียงลำพัง รวมทั้งควรเพิ่มความระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันของฝากความหวังไว้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบเรียบร้อยในการช่วยกันดูแลและพิทักษ์ชีวิตเรือจ้างให้รอดพ้นจากภัยอันตรายจากการก่อความไม่สงบด้วย เพราะไม่อยากให้มีชีวิตครูสังเวยความรุนแรงรับวันเปิดเทอมใหม่”นายบุญสม กล่าว