ข่าว

ปชป.เชิญหน่วยงานติวเข้ม “ส.ส.”ถกพรบ.งบ-กู้เงิน

ปชป.เชิญหน่วยงานติวเข้ม “ส.ส.”ถกพรบ.งบ-กู้เงิน

10 มิ.ย. 2552

“ปชป.” เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติวเข้ม “ส.ส.” เตรียมพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 53 ยอมรับ ห่วงการทำหน้าที่ “ส.ส.” ในการพิจารณา “พ.ร.ก.กู้เงิน-พ.ร.บ.งบประมาณ” หนุน “มาร์ค”เดินหน้าช่วยเหลือ“ชาวไร่อ้อย”เต็มสูบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมพรรคว่า การประชุมวันนี้มีข้าราชการในส่วนของสำนักบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักบริหารโครงการลงทุนภาครัฐได้มาชี้แจงรายละเอียดการจัดตั้งพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2553 และพ.ร.ก.เงินกู้ พ.ร.บ.เงินกู้ ที่จะเข้าสู่การประชุมรัฐสภา ในระหว่างวันที่ 15-18 มิถุนายนนี้ โดยมีสาระสำคัญเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนเนื่องจากเศรษฐกิจโลก จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องลงทุนในหลายด้านภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งเป็นการลงทุนในสาธารณูปโภคของประเทศในรอบ 3 ปี ของประเทศ ในเม็ดเงิน 1 ล้าน 5 แสนล้านบาท โดยเน้นการลดต้นทุนการขนส่งภาคต่างๆ การลงทุนในแหล่งน้ำ การศึกษา การสาธารณสุข การท่องเที่ยว สวัสดิภาพของประชาชน และความมั่นคงของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ในการแข่งขัน กระจายการลงทุนทั่วประเทศ โดยเน้นการสร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศในอนาคต

 รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ส่วนงานในรัฐสภาจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ในสัดส่วนกรรมาธิการ 63 คน โดยแบ่งเป็ฯสัดส่วนรัฐบาล 25 คน ส.ส. 48 คน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้สัดส่วน 17 คน

 “ที่ประชุมมีความห่วงใยการทำหน้าที่ของส.ส. ในการผ่านร่างพ.ร.ก.และพ.ร.บ.เพราะมีความสำคัญ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีความเป็นห่วงความเข้าในของรัฐมนตรีที่ยังมีความคลาดเคลื่อนที่รัฐมนตรีไม่สามารถลงมติได้” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

หนุน“มาร์ค”เดินหน้าช่วยเหลือ“ชาวไร่อ้อย”เต็มสูบ

 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สหพันธ์เกษตรชาวไร่อ้อยจากทุกภาคทั่วประเทศ เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือปัญหาของชาวไรอ้อย ว่า สหพันธ์ขอให้รัฐบาลช่วยเหลืออย่างบูรณาการ ใน 3 ข้อ คือ 1.เงินของชาวไรอ้อยโดยตรงประมาณ 34 บาทต่อตันอ้อย ในปีการผลิต50/51 ซึ่งมีผลผลิตกว่า 70 ล้านตัน เป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาท

ขณะนี้อยู่ในมือของโรงงานน้ำตาลที่เก็บแทนเกษตรกร ทางสหพันธ์อยากให้รัฐบาลนำเงินส่วนนี้มาแก้ไขปัญหา เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ซึ่งตนในฐานะที่เป็นเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยเห็นว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง 2.อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องการผลิตพลังงานทดแทนจากอ้อย 3.การใช้เงินของกองทุนอ้อยและน้ำตาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีความเป็นห่วงเรื่องวินัยการเงินการคลัง จากการตรวจสอบว่าจำนวนหนี้สินของกองทุนดังกล่าวลดลงเป็นลำดับ จึงเห็นว่าการใช้เงินดังกล่าวไม่กระทบต่อวินัยการเงินแต่อย่างใด เพราะหลังจากที่อ้อยมีปัญหาราคาตกต่ำ การที่เกษตรกรต้องออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจากเกษตรกรมีความหวังจากการช่วยของรัฐบาล