
โซเชียลมีเดียปลุกพลัง'เส้นผม'กู้วิกฤติ'เสม็ด'
Hot ติด WEB : โซเชียลมีเดียปลุกพลัง 'เส้นผม'กู้วิกฤติ'เสม็ด'
ความพยายามของภาครัฐและเอกชนในการเก็บกู้ "น้ำมันดิบ" ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ที่รั่วออกสู่ทะเลกว่า 5 หมื่นลิตร หรือ 50 ตัน กระจายทั่วทะเลด้าน จ.ระยอง จนถึงขณะนี้ไม่มีแนวโน้มว่าวิกฤติจะคลี่คลายเมื่อใด ซ้ำร้ายคลื่นลมยังพัดพาคราบน้ำมันไปยังเกาะเสม็ด ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวรุนแรงสุดในรอบ 30 ปี นอกจากนี้หลายฝ่ายยังเป็นห่วงระบบนิเวศทางทะเล ปะการัง รวมทั้งประมงพื้นบ้าน
อย่างไรก็ตาม ยังมีความพยายามในโลกโซเชียลมีเดีย ที่ระดมสมอง แนะนำช่องทางในการกู้วิกฤติทางทะเลครั้งนี้...
บล็อกเกอร์ "พี่โบเดีย" เขียนข้อความผ่านทางบล็อก "โอเคเนชั่น" หัวเรื่อง "เส้นผมของคนไทยทั้งชาติ สามารถช่วยเกาะเสม็ดได้ อย่ารีรอ!!!" เนื้อหาระบุว่า "ผมรักษ์ทะเล...ขอแรงเพื่อนพ้องน้องพี่ เริ่มรวบรวมเส้นผมจากร้านตัดผม ร้านทำผม หรือจากที่ใดก็ได้ จะเอามาทำทุ่นดักน้ำมันที่รั่วไหลลงทะเล และกระจัดกระจายแถวๆ ระยอง เกาะเสม็ด เชื่อมั่นว่าพลังภาคประชาชนสามารถช่วยเหลือวิกฤติชาติได้ เมื่อถึงเวลา รบกวนบอกต่อๆ ไป เพื่อช่วยกันติดต่อและรวบรวม ใส่ในถุงน่องเก่า มัดเป็นรูปทรงไส้กรอก เราจะนำมาต่อกันไล่ดูดซับน้ำมัน ที่ ปตท.ทำรั่วทิ้งไว้ ช่วยกันบอกต่อ ช่วยกันทำไส้กรอกเส้นผม ช่วยประเทศไทยกันนะครับ ดูประสิทธิภาพได้จากคลิปนี้ครับ ส่งไปที่ทีมอาสาระยองช่วยฟื้นฟูหาดระยอง บริษัท แอซซ่าเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เลขที่ 104/6 หมู่ 7 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง 21000"
ทั้งนี้ บล็อกเกอร์ "พี่โบเดีย" โพสต์คลิปวิดีโอสาธิตการนำเส้นผมมาบรรจุถุงน่อง แล้วนำไปแช่ในกะละมังที่ใส่น้ำไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนกะละมังอีกใบใส่วัสดุคล้ายสำลีมัดเป็นแท่งทรงกระบอก จากนั้นเทน้ำมันดิบลงไปที่กะละมังทั้งสองใบ ปรากฏว่ากะละมังที่มีทุ่นเส้นผมสามารถดูดคราบน้ำมันไว้ได้หมดในเวลาไม่กี่นาที ส่วนกะละมังอีกใบยังมีคราบน้ำมันลอยอยู่จำนวนมาก
ต่อมา บล็อกเกอร์ "พี่โบเดีย" โพสต์ข้อความอีกว่า "ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องการทำถุงใส่เส้นผมต้องแข็งแรง ย้ำ ต้องแข็งแรง เพื่อไม่ให้ถุงแตกและเส้นผมกระจาย สู่ระบบนิเวศจะเป็นการซ้ำเติมความเสียหายเข้าไปอีกค่ะ...ความคืบหน้าจะมาแจ้งค่ะ"
หลังจากเรื่องนี้เผยแพร่ทางในโลกไซเบอร์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงของเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม ได้รับความสนใจจากผู้อ่านถึง 115,232 ครั้ง และแชร์ต่อๆ กันไปยังช่องทางอื่นๆ จำนวนมาก
สังคมโซเชียลมีเดีย ร่วมกันแชร์ขอรับบริจาคเส้นผมเพื่อทำทุ่นดักน้ำมัน "รับบริจาคเส้นผม หรือขนสัตว์ ขนหมา ขนแมว เป็นเศษๆ ก็ได้ค่ะ และถุงน่องชนิดถึงต้นขา (ไม่ใช่แบบเต็มตัวนะคะ) ทำเป็น hair ball หรือ hair boom ซับน้ำมันดิบที่เสม็ด"
โดยแนบคลิปให้ดูเป็นตัวอย่างที่ www.youtube.com/watch?v=EwQOD_Ir2vQ พร้อมระบุว่า สถานที่รับผม หรือขนสัตว์ ถ้าทำสำเร็จรูปพร้อมให้หน้างานใช้ได้เลย จะยิ่งดีที่สุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ รับวันเดียว คือ วันพุธที่ 7 สิงหาคมนี้ ที่สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา (LDI) อยู่ติด รพ.หัวเฉียว ที่เดียวกับ พอ.สว. และมูลนิธิสืบฯ ติดต่อสอบถามได้ที่ 09-2443-5786, 08-1584-2107, 08-7494-1899 เปิดรับสายวันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคมนี้ หรือที่ทีมอาสาระยองช่วยฟื้นฟูหาดระยอง บริษัท แอซซ่า เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จำกัด
ผู้ใช้ชื่อ "มาร์ชแมลโล่ย่าง" ร่วมแชร์โพสต์ข้อความดังกล่าวผ่านเว็บไซต์พันทิฟดอทคอมว่า "ร่วมด้วยช่วยกันดักน้ำมันที่เกาะเสม็ดค่ะ พอดีเราได้คุยกับเพื่อนที่บริษัท บอกว่าอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังไปช่วยงานที่เกาะเสม็ด ซึ่งกำลังมีน้ำมันรั่วอยู่ การเก็บรวบรวมเส้นผมแล้วใส่ในถุงน่อง มัดเป็นก้อนๆ เหมือนไส้กรอก จะช่วยดักน้ำมันได้"
ขณะที่ "JD300" หรือ ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้โด่งดังจากการทดสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 จนหลายคนรู้ว่ามันใช้ไม่ได้จริง เข้ามาแสดงความคิดเห็นแย้งว่า เรื่องเอาเส้นผมไปแก้ปัญหาน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ดน่าจะหลงทางกันครับ วิธีดูดซับเช่นนี้ จะได้ผลเมื่อน้ำมันอยู่ในภาชนะบรรจุครับ ไม่ใช่เมื่อลอยในทะเล หรือเมื่อมาติดหาดแล้ว
"ผมกำลังห่วงว่าคลิปทั้งหมดที่เราดูกันนี้มาจาก NGO เจ้าเดียวกันหมดครับ (ซึ่งรับบริจาคทั้งเส้นผมและทั้งเงิน) แต่จะเห็นว่าเป็นคลิปการทดลองในภาชนะให้ดูทั้งนั้นเลย ไม่ใช่ว่าเป็นคลิปจากการนำไปใช้จริง ขณะที่มีคนคอมเม้นต์ว่ามันใช้ได้แค่ใน container คือ ในภาชนะบรรจุ ไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้ในภาคสนาม ในน้ำทะเล ที่ยิ่งจะเป็นการกระจายน้ำมันออกไปใหญ่ (สังเกตว่าในคลิป คือการเอาเจ้านี่ลากไปลากมาเพื่อดึงน้ำมันในภาชนะ มันใช้ไม่ได้ในสถานการณ์จริง) และสุดท้ายก้อนนี้ก็เก็บขึ้นมายากเพราะจมน้ำ (ตามในคอมเม้นต์ว่า) และก็กลายเป็นปัญหาในทะเลอีก"
"JD300" บอกอีกว่า "กลุ่มที่สร้างปรากฏการณ์นี้ ฟังดูคล้ายอีเอ็มบอล ที่พยายามให้ทุกคนมีส่วนร่วม แต่ได้ผลจริงหรือเปล่านี่สิ ข้อมูลจาก อ.โรจฤทธิ์ ที่เคมี จุฬาฯ ซึ่งเห็นมีการขอรับบริจาคเส้นผม เพื่อเอาไปทำบูมดักน้ำมัน เลยไปค้นข้อมูลของ NOAA พบว่า ทาง NOAA เคยได้ทดลองแล้วพบว่าบูมที่ทำมาจากเส้นผมจะแตกออก และจมลงท้องทะเลภายใน 1-2 ชั่วโมง หลังจากการใช้บูมดังกล่าว จะกลายเป็นขยะ และมีการกำจัดยาก และทาง NOAA ยังคงแนะนำให้ใช้บูมแบบปกติในการดักน้ำมัน ทั้งนี้ทาง NOAA แนะนำว่าถ้าจะใช้เส้นผมดัก ควรทำในที่แห้งมากกว่านำมาใช้งานในทะเล"
ส่วน "Meteoradel" มองว่า ตอนนี้มันเหมือนเราไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ สถานการณ์ตอนนี้ ต้องรีบช่วยกันอย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้มันขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ เชื่อว่าตอนนี้ทาง ปตท. ก็ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด มันไม่มีทางไหนได้ผลดี 100% เราควรแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้เร็วที่สุดก่อนดีกว่า
ท่ามกลางกระแสการแชร์ต่อเพื่อขอบริจาค "เส้นผม" ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมรักวิทยาศาสตร์ที่เปิดประเด็นประสิทธิภาพของเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 โพสต์ข้อความท้วงติงในห้องหว้ากอ เว็บไซต์พันทิป โดยระบุว่า "เรื่องเอาเส้นผมไปแก้ปัญหาน้ำมันรั่วที่เกาะเสม็ด น่าจะหลงทางกันครับ วิธีดูดซับเช่นนี้ จะได้ผลเมื่อน้ำมันอยู่ในภาชนะบรรจุครับ ไม่ใช่เมื่อลอยในทะเล หรือเมื่อมาติดหาดแล้ว"
"ผมกำลังห่วงว่าคลิปทั้งหมดที่เราดูกันนี้มาจาก NGO เจ้าเดียวกันหมดครับ (ซึ่งรับบริจาคทั้งเส้นผมและทั้งเงิน) แต่จะเห็นว่าเป็นคลิปการทดลองในภาชนะให้ดูทั้งนั้นเลย ไม่ใช่ว่าเป็นคลิปจากการนำไปใช้จริง ขณะที่มีคนคอมเมนต์ว่ามันใช้ได้แค่ใน container คือ ในภาชนะบรรจุ ไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้ในภาคสนาม ในน้ำทะเล ที่ยิ่งจะเป็นการกระจายน้ำมันออกไปใหญ่ (สังเกตว่าในคลิป คือ การเอาเจ้านี่ไปลากไปลากมาเพื่อดึงน้ำมันในภาชนะ ซึ่งมันใช้ไม่ได้ในสถานการณ์จริง) และสุดท้ายก้อนนี้ก็เก็บขึ้นมายากเพราะจมน้ำ (ตามในคอมเมนต์ว่า) และก็กลายเป็นปัญหาในทะเลอีก"
ต่อมา ผศ.ดร.เจษฎา ให้สัมภาษณ์กับ "คม ชัด ลึก" ว่า เรื่องดังกล่าวมีคนโทรมาสอบถามกันมาก และขอออกตัวก่อนว่า ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการขจัดคราบน้ำมันแต่อย่างใด แต่มองเห็นว่า การนำเส้นผมไปซับน้ำมันในทะเล ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมเปิดนั้น ไม่น่าจะใช้ซับน้ำมันได้เหมือนในคลิปวิดีโอที่แชร์กันมา เพราะเป็นการทดลองในภาชนะ และสภาพแวดล้อมปิด
นอกจากนี้ยังเป็นห่วงว่า เส้นผมที่เหลือใช้จากการซับน้ำมันจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในระยะยาว และเป็นภาระในการจัดเก็บออกไปทิ้งหลังเสร็จสิ้นภารกิจอีกด้วย
ผศ.ดร.เจษฎา กล่าวอีกว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวทราบว่า ทางสำนักงานบริหารภาคพื้นทะเลและบรรยากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration - NOAA) เคยออกมาเตือนแล้วว่า เป็นวิธีการที่ใช้ไม่ได้จริง เพราะเส้นผมจะดูดซับน้ำมันแล้วจมน้ำ เป็นภาระที่ต้องเก็บกวาดกันอีก
ทั้งนี้ ไม่ได้ต่อต้านกระแสรณรงค์ให้ช่วยเหลือทะเลอ่าวไทย แต่มีความเป็นห่วงว่า หากใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามหลักการทางวิทยาศาสตร์จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นภาระในการจัดเก็บในอนาคตมากกว่า
....................................
(หมายเหตุ : Hot ติด WEB : โซเชียลมีเดียปลุกพลัง 'เส้นผม'กู้วิกฤติ'เสม็ด')



