ข่าว

จากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง(3)

จากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง(3)

01 ส.ค. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                                อย่างไรก็ตาม นายโอเรชาสกี กลับหัวแข็งยิ่งกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีบอยโก บอริซอฟ เสียอีกเมื่อยืนกรานไม่ยอมถอดหัวโขนทิ้งหรือไม่ยอมยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามแรงกดดันของกลุ่มผู้ประท้วงโดยให้เหตุผลว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก อันจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่ก่อนแล้ว แต่นายโอเรชาสกีก็ทำปากหวานเปิดช่องว่าพร้อมจะเปิดเจรจาและร่วมหารือเพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์เรื้อรังครั้งนี้ แต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่น้อย เสียงนกหวีดระดมคนมาร่วมชุมนุมจึงดังขึ้นทุกค่ำคืนติดต่อกันกว่า 40 วัน

                                จากการสำรวจความคิดเห็นของชาวบัลแกเรีย จัดทำโดยสถาบันโอเพ่น โซไซตี้ ของพ่อมดการเงินจอร์จ โซรอส ซึ่งเผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างต่างประกาศสนับสนุนการประท้วง เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ต้องการให้รัฐบาลผสมของนายโอเรชาสกี ลาออกจากตำแหน่งทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพราะไม่สามารถสร้างบรรยากาศการเมืองหรือเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้ โดย 72 เปอร์เซ็นต์ยอมรับว่าเหลือจะอดทนอีกต่อไปที่สถานการณ์การเมืองยังจมปลักอยู่เช่นนี้ ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากที่สุดในรอบ 6 ปี และมากกว่าผลการสำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของปัญหาเศรษฐกิจนั้น  2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าเศรษฐกิจในประเทศเลวร้ายกว่าปีที่แล้ว มีอยู่ 70 เปอร์เซ็นต์ให้ความเห็นว่ายังคงมีความสุขที่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่มีอยู่ 67 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นจำนวนที่ไล่เลี่ยกันไม่อยากให้บัลแกเรียใช้เงินสกุลยูโร เพราะมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอปัญหาเศรษฐกิจ

                                ขณะที่สถานการณ์มีแต่ตึงเครียดเนื่องจากต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ชายชาวบัลแกเรีย วัย 51 ปีผู้หนึ่งได้ยอมเสียสละตัวเองโหมกระพือสถานการณ์ให้ถึงจุดแตกหักเร็วขึ้น ด้วยการใช้น้ำมันก๊าดราดและจุดไฟเผาตัวเองที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงโซเฟีย เลียนแบบพ่อค้าเร่ชายตูนิเซียคนหนึ่งที่จุดไฟเผาตัวเอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติประชาชน "อาหรับสปริง"  เพื่อกดดันให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาความยากจนและปัญหาทุจริต นับเป็นการเผาตัวประท้วงรายที่ 4 หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ก่อเหตุจุดไฟเผาตัวตายมาแล้ว 3 ราย แต่รัฐบาลก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

                                จุดแตกหักจึงมีขึ้นเมื่อมีการล้อมรัฐสภา ขังรัฐมนตรี ส.ส.และนักข่าวรวมแล้วกว่าร้อยชีวิตไว้ข้างใน แบบเดียวที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองเคยล้อมรัฐสภาเพื่อขับไล่รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ไม่มีผิด

 

 

----------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)