
สวนสัตว์รับขวัญแพนด้าน้อยครบครึ่งเดือน
ทีมวิจัยสวนสัตว์รับขวัญแพนด้าน้อยครบครึ่งเดือน จัดฉลองภายในให้สองแม่ลูก สุขภาพแพนด้าน้อยสุดฟิตยันเท้าที่นมแม่ขณะดูดนม ขณะที่หลินฮุ่ยอิดโรย
ความคืบหน้าแพนด้าแม่ลูกที่สวนสัตว์เชียงใหม่วันนี้(10 มิ.ย.) ทางผู้เชี่ยวชาญจีนและทีมวิจัยจะไม่มีการแยกแม่ลูกเพื่อนำแพนด้าน้อยไปตรวจสุขภาพในตู้อบ แต่ยังคงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์ดูแลกันอย่างใกล้ชิดเช่นเดิม โดยในช่วงบ่ายวันนี้ทางทีมวิจัยและเจ้าหน้าที่สวนสัตว์จะได้จัดการฉลองเป็นการภายในให้กับหลินฮุ่ยและแพนด้าน้อยในโอกาสที่คลอดมาได้เข้าสู่สัปดาห์ที่สองและมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ตามเกณฑ์
นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโรงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้ครบ15 วันที่แพนด้าน้อยถือกำนิดขึ้นมา ทีมวิจัยที่เลี้ยงดูแพนด้าของสวนสัตว์เชียงใหม่จึงได้ตกลงกันว่าจะมีการจัดฉลองเป็นการภายในให้กับแพนด้าแม่ลูกเพื่อชื่นชมกับความสมบูรณ์แข็งแรงของทั้งสอง โดยทางสวนสัตว์จะมีกิจกรรมจัดแมสคอทประจำสวนสัตว์ 10 กว่าตัวไปร่วมแสดงความยินดีและมอบบัตรอวยพรให้กับครอบแพนด้าในเวลา 14.00น. ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมแพนด้าจำนวนมากได้ร่วมชื่นชมยินดีไปพร้อมกันด้วย
ด้านสุขภาพของแพนด้าน้อยและแม่ในวันนี้ หลินฮุ่ยยังอยู่ในสภาพที่สะสมอ่อนเพลียมาหลายวัน เนื่องจากยังนอนพักผ่อนไม่เต็มที่เพราะต้องเลี้ยงดูอุ้มลูกตลอดคืนในหลายวันที่ผ่านมา จะมีบ้างที่ยอมปล่อยลูกลงแล้วออกมาเดินยืดเส้นยืดสายและขับถ่าย ส่วนการกินไผ่นั้นยังกินเฉลี่ยได้ในปริมาณเท่าเดิมกับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งกินไผ่ได้วันละ 2 กิโลกรัม ขนมปังไผ่วันละ 6 ก้อน ซึ่งเฉล่ยแล้วใช้ไผ่ทำในปริมาณ 2 กิโลกรัมและให้แอปเปิ้ลเสริม ซึ่งโดยรวมยังดูเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนแพนด้าน้อยนั้นจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีขนาดตัวที่ใหญ่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 เท่าของเมื่อแรกเกิดต่างจากลูกแพนด้าแรกเกิดโดยทั่วไปที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของแรกเกิดเมื่ออายุครบ 2 สัปดาห์ แต่แพนด้าน้อยนั้นมีน้ำหนักเพิ่ม 2 เท่าตัวก่อนครอบ 2 สัปดาห์สองวัน จนทำให้มือเดียวของหลินฮุ่ยปิดลูกไว้ไม่มิด แพนด้าน้อยยังมีผิวที่สีชมพูเข้มขึ้น และยังแสดงความแข็งแรงจะเห็นได้จากการใช้ขาหน้ายันเต้านมค้างไว้ ส่วนพุงนั้นขยายใหญ่ขึ้นจนมองดูกลมเท่าลูกฟุตบอล บริเวณหลังมีรอยย่นแสดงถึงขนาดตัวที่เริ่มขยายออกด้านข้างครบ3-4 เดือนจะมีรูปร่างคล้ายแม่และจะเริ่มมีฟันน้ำนมในช่วงนั้น เจ้าหน้าที่จะเริ่มหัดให้แพนด้าน้อยได้กัดแทะโดยจะเริ่มจากให้แครอทก่อนตามด้วยใบไผ่และก้าน
สำหรับช่วงช่วงนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ในส่วนจัดแสดงและคอกกักจะเต็มไปด้วยเศษไผ่เป็นภูเขาเลากา ที่ห่วงคือกินมากอาจอ้วน อย่างไรก็ตามยังยืนยันว่าน้ำหนักตัวของช่วงช่วงซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 147 กิโลกรัมที่ถูกมองว่าอ้วนยังไม่น่าห่วง เนื่องจากน้ำหนักที่ 147 กิโลกรัมนั้นยังเท่ากับน้ำหนักสูงสุดที่ช่วงช่วงเคยไปถึงจุดนั้น ซึ่งตนเองถือว่าเป็นมาตรฐานที่เฉพาะตัวของช่วงช่วงเองซึ่งอาจแตกต่างไปจากน้ำหนักตัวของแพนด้าเพศผู้ที่พบเห็นในจีนซึ่งน้ำหนักตามเกณฑ์ที่จีนอาจอยู่ที่ 120 กิโลกรัม ซึ่งตนคิดว่าน่าจะผอมไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะที่ประเทศไทยแพนด้าได้กินไผ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีในประเทศของเราก็เป็นได้ อย่างไรก็ดีถ้าช่วงช่วงยังใช้ชีวิตแบบนี้อยู่คงระวังต้องควบคุมให้ดีเพื่อไม่ให้มีน้ำหนักที่สูงไปกว่านี้
ส.พญ.กรรณิการ์ นิ่มตระกูล สัตวแพทย์ประจำตัวแพนด้า กล่าวถึงพัฒาการของลูกแพนด้าประจำวันว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาลูกแพนดาสามารถนอนหลับบนพื้นได้นาน 5-10 นาที หลังจากหลินฮุ่ยวางไว้เพื่อไปขับถ่ายและกินไผ่ ล่าสุดนั้นแพนด้าน้อยยังมีสีดำตามตำแหน่งต่างๆชัดเจนมากขึ้น และมีแถบสีดำบริเวณปลายขาหลังขยายอาณาเขตขึ้นไปเหนือหัวเข่า และสามารถหาเต้านมแม่กินนมเองได้ดี โดยจะใช้เท้าหน้านวด กดบริเวณรอบๆ เต้านมเพื่อให้น้ำนมไหล ซึ่งเป็นพฤติกรรมการกระตุ้น การหลั่งน้ำนมในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป ในขณะที่หลินฮุ่ยมีน้ำนมไหลปกติทั้งสี่เต้า



