
'มาร์ค'ยัน'ปู'หนีรับผิดชอบไม่พ้น!
'อภิสิทธิ์' ยัน 'นายกฯ' หนีความรับผิดชอบไม่พ้น หลังดัน 'นิรโทษกรรม' เข้าสภา 7 ส.ค. เชื่อเพิ่มความขัดแย้ง คาดไม่ถึงวิกฤตคราบน้ำมันลุกลามแหล่งท่องเที่ยว
30 ก.ค. 56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 ส.ค.ว่า ตนถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ตัดสินใจแล้วว่า อยากทำเรื่องนี้ และตามแผนเดิม คือ นายกฯ ต้องพยายามทำตัวให้ห่างที่สุด แต่ความจริง คือ จะบอกไม่ได้ว่านายกฯ ไม่รู้หรือไม่ได้ตัดสินใจ เพราะนายกฯ รู้และตัดสินใจแล้ว แต่ต้องการทำงานนี้ ทั้งที่รู้ว่ามีความขัดแย้ง แต่เป็นเพราะเป็นความต้องการของพี่ชาย เป็นความต้องการของพรรคพวก จึงผลักดัน ดังนั้นจึงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น ซึ่งตนไม่เห็นว่าจะมีความปรองดองตรงไหนจากกฎหมายของนายวรชัย เพราะขนาดว่า รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง เพื่อควบคุมสถานการณ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เหตุการณ์สงบเรียบร้อยดี มันก็เป็นตัวบ่งบอกอยู่แล้วว่ากฎหมายนี้ไม่ได้สร้างปรองดอง มีแต่สร้างความขัดแย้ง
"ผมแปลกใจ เพราะมีการประเมินว่า จะไม่มีอะไร แต่ล่าสุดกลับบอกว่าอาจต้องใช้กฎหมายความมั่นคง แต่ที่แน่ๆ คือ กฎหมายนิรโทษกรรม กำลังสร้างความวุ่นวาย ความขัดแย้ง ซึ่งผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับการชุมนุมของกลุ่มเสธ.อ้าย ที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม และหวังว่าจะไม่เกิดความวุ่นวาย ยืนยันว่า รัฐบาลอยู่ในฐานะที่จะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายได้ ด้วยการถอนกฎหมายออกจากสภา ส่วนที่คนเสื้อแดงไปยึดพื้นที่บริเวณหน้ารัฐสภาไว้นั้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแลให้ดีอย่าให้เกิดปัญหา"
เมื่อถามว่า มีการเผยแพร่แผนผังล้มรัฐบาลออกมา ซึ่งโยงมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าอยู่เบื้องหลัง และโยงไปถึงกลุ่มต่างๆ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะ ก่อนจะพูดอย่างติดตลกว่า คงเป็นเรื่องของเด็กเล่นคอมพิวเตอร์
คาดไม่ถึงวิกฤตคราบน้ำมันลุกลามแหล่งท่องเที่ยว
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤตคราบน้ำมันดิบที่รั่วไหลจากท่อของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้ไหลเข้าอ่าวพร้าว และกำลังลามไปที่อ่าวขาม จ.ระยอง ว่า เบื้องต้นทุกฝ่ายต้องระดมกำลังทำงานให้เป็นระบบในการขจัดคราบ ฟื้นฟูพื้นที่ให้เร็วที่สุด และถ้าสามารถระดมทุกภาคส่วนมาช่วยได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงถึงขั้นตอนในการแก้ปัญหาที่ผ่านมา เพราะดูเหมือนว่าจะมีการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด เพราะไม่คิดว่าจะลุกลามเลวร้ายขนาดนี้ และต้องตรวจสอบด้วยว่า เวลาเกิดเหตุเช่นนี้ จะมีระเบียบของราชการในการบูรณาการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดเข้ามา แต่ในช่วงที่ผ่านมาหน่วยงานก็ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงต้องตรวจสอบ ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.นี้ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ จะตั้งกระทู้ถามในเรื่องนี้ด้วย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา นับตั้งแต่มีปัญหา กระบวนการทำงานเป็นอย่างไร เช่น ผู้ว่าฯ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ช่วงแรก ปล่อยให้ทางบริษัทดำเนินการ เพราะความโปร่งใสในการให้ข้อมูลมีความสำคัญ หากไม่ได้ความจริงการแก้ปัญหาจะทำไม่ถูก หรือไม่ทราบขนาดที่แท้จริงของปัญหา เพราะแม้แต่ปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลก็ยังสงสัยว่าใช่ตามที่มีการระบุหรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลตรงไปตรงมากับประชาชน จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้ และต้องมีการชดเชยความเสียหาย เพราะถือเป็นความรับผิดชอบตามกฎหมาย รวมทั้งจะต้องมีการปรับปรุงระบบตั้งแต่การป้องกันจนถึงการเผชิญเหตุว่าจะจัดการอย่างไร
"ขณะนี้ยังประเมินความเสียหายได้ยาก เพราะต้องดูว่าจะขจัดคราบได้เร็วแค่ไหน จะต้องฟื้นฟูนานแค่ไหน ซึ่งถือว่า เป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับประเทศไทย เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเรื่องนี้ได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว ซึ่งเห็นแล้วก็สะเทือนใจเพราะอ่าวพร้าวเคยเป็นหาดทรายที่สวยงามมาก เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก แต่กลับต้องมาเจอสภาพแบบนี้ โดยไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไรในการฟื้นฟู"
ปัญหาที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นการเน้นย้ำว่าจะต้องมีการปรับปรุงมาตรการในการป้องกันให้ดีขึ้น และเชื่อว่าจากกรณีนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อหลายโครงการเพราะประชาชนมีความเป็นห่วงในเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เดิมหน่วยงานมักให้ความมั่นใจว่าไม่กระทบสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ก็บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน และหากรัฐบาลจะมีนโยบายอะไรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีระบบป้องกันที่ดี มีการประเมินความเสี่ยง ความคุ้มค่าด้วย



