
'นายกฯ'สั่งเร่งแก้ปัญหาน้ำมันรั่ว
'นายกฯ' สั่งเร่งแก้ปัญหาน้ำมันรั่ว-เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เผยห่วงน้ำท่วม 25 จังหวัด กำชับ 'มท.-ปภ.' ดูแลปชช.ที่ได้รับความเดือดร้อน
30 ก.ค.56 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการจากต่างประเทศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันดิบรั่วในทะเลบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง โดยเร่งด่วน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน และสั่งการให้ดูแลเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ไปบูรณาการว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
“นายกรัฐมนตรีสั่งการว่าต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด และทำเป็นแผนงาน คือ เร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด และให้มีความชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหาได้เมื่อไหร่ จากนั้นให้นำเรื่องทั้งหมดมาแถลงให้สาธารณชนได้รับทราบ พร้อมสั่งการให้ดูแลและการหามาตรการรองรับปัญหา รวมทั้งการป้องกันในอนาคตหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีกว่าจะทำอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง กรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนที่ต้องนำมาแก้ไขและถือเป็นปัญหาครั้งใหญ่ที่สุดที่ประเทศไทยประสบ ดังนั้นเราต้องมีระบบการป้องกันที่มีความสมบูรณ์” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเบื้องต้นที่ประชุม ครม.ได้หารือถึงขั้นตอนการเยียวยาอย่างไรบ้าง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เรื่องนี้ 3 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ อีกทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้ลงพื้นที่แล้ว และวันเดียวกันนี้ (30 ก.ค.) นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ได้ลงพื้นที่ร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยจะไปดูแลว่าจะแก้ไขปัญหาและวางแผนงานในการเยียวยา รวมถึงการป้องกันในอนาคต เชื่อว่าในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้เสร็จสิ้นเมื่อใด ล่าสุดยังไม่มีการรายงานความเสียหายในภาพรวมทั้งหมด
'นายกฯ' ห่วงน้ำท่วม 25 จังหวัด กำชับ 'มท.-ปภ.' ดูแลปชช.
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมครม. ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการจากต่างประเทศให้ดูแลเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน 25 จังหวัด ทั้งภาคเหนือ อีสานและภาคใต้ โดยขอให้ระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเน้นถึงเรื่องความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด
'นายกฯ' สั่ง 'รมต.' ลงพื้นที่ดูแลปัญหาน้ำท่วม
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือ ภาคอีสานแล้ว และมีความห่วงใยประชาชนที่เดือดร้อน ทั้งนี้ได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดต่างๆที่ประสบภัยได้ลงไปดูแลปัญหา และแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ส่วนด้านการดูแลช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม รัฐบาลจะให้ค่าทำศพรายละ 25,000 บาท และถ้าผู้ที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวรัฐบาลจะเพิ่มให้อีกรายละ 25,000 บาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล รัฐบาลจะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นจำนวน 3,000 บาท และสำหรับผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยรัฐบาลได้จัดที่อยู่อาศัยชั่วคราวไว้ให้แล้ว พร้อมจัดอาหารให้ในแต่ละมื้ออีกด้วย
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นครั้งนี้ยังไม่มีผู้ที่ไร้ที่อยู่อย่างถาวร เพราะยังไม่พบว่ามีบ้านพักประชาชนพังทลายลง ส่วนกรณีโรงเรียนที่อ.แม่สอด จ.ตาก ที่อาคารเรียนพังทลายลงนั้น ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้พระราชทานทรัพย์เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงเรียน ทางกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบประมาณจำนวนประมาณ 5 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารเรียนขึ้นมาใหม่แล้ว ซึ่งมีขนาด 9 ห้องเรียน รองรับนักเรียนได้ 200-300 คน คาดใช้เวลาก่อสร้าง 6 เดือน อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้รับการรายงานสรุปภาพรวมว่า มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจำนวน 7 จังหวัด 14 อำเภอ ประกอบด้วย จ.ตาก จ.กาญจนบุรี จ.น่าน จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.สกลนคร และจ.ปราจีนบุรี โดยที่ผ่านมายังไม่ได้รับรายงายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้มีประชาชนที่ได้รับเดือดร้อนเบื้องต้นประมาณ 20,819 ครัวเรือน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม เพราะมีน้ำฝนเกิน 100 มิลลิลิตรต่อ 1 วัน ทั้งมีประชาชนตัดไม้ทำลายป่า จึงไม่มีที่อุ้มน้ำ ทั้งยังพบว่าประชาชนสร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำไหล
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวอีกว่า ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือประชาชนหนีน้ำกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งเรือท้องแบนจำนวน 21 ลำพร้อมเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปช่วยประชาชน อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้สังคมได้ตระหนักถึงการตัดไม้ทำลายป่า และการสร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำไหล นอกจากนี้คงจะทำให้ผู้ที่ต่อต้านรัฐบาลโดยใช้ประเด็นโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เอามาเป็นประเด็นทางการเมืองขัดขวางการสร้างโครงการได้ตระหนักถึงความสำคัญถึงแผนการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นภัยธรรมชาติ ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ และเมื่อเกิดก็ส่งผลกระทบต่อประชาชน รัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันป้องกันระยะยาว



