ข่าว

น้ำป่าหลากท่วม2หมู่บ้านจ.ปราจีนบุรี

น้ำป่าหลากท่วม2หมู่บ้านจ.ปราจีนบุรี

30 ก.ค. 2556

น้ำป่าหลากท่วม 2 หมู่บ้าน อ.เมือง จ.ปราจีนบุี กลางดึกอีกรอบ น้ำทะลักพรวด กว่า 50 ซม. พร้อมกับยังหลากท่วมถนนสาย 33 เพิ่มอีก 1 แห่ง ยาวกว่า 50เมตรเศษ

 
          วันที่ 30 ก.ค.56  เมื่อเวลา 00.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก ไหลล้นจากคลองจันทุเข้าท่วมหมู่บ้านบ่อแร่ หมู่ 12 และหมู่บ้านธารเลา หมู่ 13 ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ช่วงค่ำ ระดับน้ำท่วมสูงขึ้นกว่า 10-20 ซม. และไหลทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ต่ำนั้น
 
          โดยฝนยังตกลงมาต่อเนื่องตลอด ส่งผลให้น้ำป่า ที่หลากลงคลองจันทุตอนล่างที่ผ่านหมู่บ้านน้ำระบายไม่ทันได้เอ่อหลากเข้าท่วมฉับพลันทั้ง 2 หมู่บ้านนี้ ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.ในเบื้องต้นนี้มีนายเกียรติ ศิริวัฒน์ภัทรา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเนินหอม (อบต.) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงสำรวจตรวจสอบ พบบ้านราษฎรบางหลังที่เป็นบ้านชั้นเดียวน้ำท่วมท่วมต้องใช้แคร่นอน และสับคัตเอาท์ไฟฟ้าออกป้องกันไฟรั่ว พร้อมกันนี้น้ำป่ายังหลากเข้าท่วมพระอุโบสถวัดธารเลาสูงกว่า50ซม.อีกด้วย
 
          นายเกียรติ กล่าว่า จากการสำรวจทั้ง 2 หมู่บ้านได้รับผลกระทบน้ำป่าหลากผ่านท่วมทั้ง 2หมู่รวมกว่า 51 ครัวเรือน ได้รายงานให้นายสมศักดิ์ อิทธิวรกุล นอภ.เมืองปราจีนบุรี,น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี และนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรีพรรคภูมิใจไทยทราบแล้ว และในช่วงเช้าจะเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งนี้น้ำป่านี้เป็นรอบที่ 2 ที่ห่างกันไม่ถึง 1สัปดาห์ โดยเป็นปัญหาซ้ำซากเกิดมา 4 -5 ปี เนื่องจากคลองจันทุตอนล่าง เป้นคลองขนาดเล็ก ส่วนด้านบนที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีขนาดใหญ่-ขุดลอกเปิดทางน้ำเดินสะดวกกว่า จะได้ประสานของบประมาณในการขยายคลองนี้ต่อไป
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งสาเหตุหลักที่น้ำป่าหลากท่วมหมู่บ้าน มาจากการถมดินของนายทุน ,บ้านพัก ,รีสอร์ท และแม้ชาวบ้านเอง ที่กฎหมายการกระจายอำนาจของท้องถิ่นยังไม่มีผังเมือง เป็นปัญหาที่เพิ่งเกิดมาภายหลังเมือช่วง 4-5 ปีนี้ โดยเฉพาะที่ถนนสายสุวรรณศร หรือถนนสายเอเชีย (33) (ปราจีนบุรี-ประจันตคาม) บ้านขอนขว้างระหว่าง หมู่ 10กับหมู่ 13 ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ปตท.-หน้าโรงเรียนไทยรัฐวิทยา มีน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกฝั่งน้ำตกห้วยเกษียรหลากท่วมถนนเป็นทางยาวเกิน 50เมตรเศษสูงกว่า 30 ซม.รถยนต์วิ่งผ่านได้ มีเจ้าหน้าที่ อพปร.ดงขี้เหล็กคอยให้สัญญาณอยู่




 

ชาวบ้านห้วยม่วงหนีน้ำจ้าละหวั่น

          ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำเมยและจากเขตเทศบาลนครแม่สอด รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงไหลบ่าลงไปบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า บ้านห้วยม่วง บ้านท่าสาย และบ้านริมเมย รวมทั้งหมู่บ้านอื่นๆ ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ส่งผลให้ราษฎรไทยและพม่า ต้องเก็บข้าวของ และอพยพหนีน้ำ เพราะระดับน้ำสูงมาก บางแห่งมากถึง 2 เมตร
 
          ขณะเดียวกันน้ำในแม่น้ำเมยก็หนุนขึ้นมาทั้งสองฝั่งไทย-พม่า ทำให้น้ำท่วมหนักลงไปอีก ในระหว่างเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันนั้น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก ได้นำรถยนต์ทหารไปช่วยเคลื่อนย้ายราษฎรทั้งไทย และพม่าไปยังวัดท่าสายโทรเลข เช่นเดียวกับตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด ได้นำรถยนต์ และเรือท้องแบนเข้าไปช่วยอพยพราษฎร  ซึ่งการอพยพดังกล่าว มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่แต่มีชาวบ้านจำนวนมากไม่สามารถขนของเคลื่อนย้ายได้ทัน เพราะน้ำมาแรงมาก
 
          สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลนครแม่สอดโดยรวมน้ำเริ่มลดลงไปมาก ทำให้รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้บ้างแล้ว
 
          นายปรีชา ใจเพชร นายอำเภอแม่สอด กล่าวว่า มีหลายพื้นที่ของหมู่บ้านแนวชายแดน มีน้ำท่วม จากแม่น้ำเมย และน้ำจากพื้นที่ด้านฝั่งอำเภอแม่สอดไหลลงไปสมทบ ขณะนี้มีหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมแล้ว และขอให้ประชาชนระมัดระวังหากฝนตกมากน้ำต้องท่วมอีก





ผวจ.ตากเตือนประชาชนให้ระวังน้ำ เชื่อยังมีฝนอยู่อีก

          นายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผวจ.ตาก พร้อมด้วยนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด และคณะผู้บริหารเทศบาล กับพนักงาน ได้เดินทางไปยังชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลนครแม่สอด ที่ถูกน้ำท่วม 20 ชุมชน โดยคณะนายสุริยะ ได้นำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับชาวชุมชนที่ชุมชนประชารักษ์ และชุมชนจ๊อก ซึ่งเป็นจุดที่มีระดับน้ำสูงมาก กว่า 1 เมตร  โดยนายสุริยะ และนายเทอดเกียรติ ให้เจ้าหน้าที่นำเรือท้องแบนไปส่งเยี่ยมประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งมีประชาชนออกมารอรับถุงยังชีพ กันจำนวนมาก
         
          นายสุริยะ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม วันเดียว มีปริมาณ 191 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน ขณะนี้เท่าที่ทราบมีตำบลของอำเภอแม่สอด ถูกน้ำท่วม คือ ตำบลแม่กุ ตำบลพระธาตุผาแดง ตำบลแม่สอด ตำบลแม่ตาว ตำบลแม่กาษา ตำบลแม่ปะ ตำบลท่าสายลวด ส่วนความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ทางกาชาดจังหวัดตาก เทศบาลและฝ่ายอำเภอได้นำอาหารไปแจกประชาชน และให้เทศบาล อบต. และอำเภอ ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสถานการณ์น้ำต้องรออดูเพราะขึ้นอยู่กับฝนที่ตกลงมา หากตกมากน้ำก็ยังท่วม และทราบจากรองผวจ.ตากมีน้ำจาก ภูเขา ถนนสายอำเภอเมืองตาก – อำเภอแม่สอด ไหลลงเข้าไปในพื้นที่อำเภอแม่สอด จำนวนมาก




 

ลำพูน-ระดม อปท.รับมือน้ำท่วม

          นายวิชาญ ตินโนเวศ ผู้อำนวยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ลักษณะอากาศในวันนี้ 30 ก.ค. 2556 จะมีร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ มีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออกยังคงมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนตกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ตาก แม่ฮ่องสอนเชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี กาญจนบุรี นครนายก และปราจีนบุรี จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
  
          สำหรับภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ค. และวันที่ 2-4 ส.ค. ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส - สัปดาห์นี้ จะมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนและตะวันตกของภาค เกษตรกรในพื้นทีเสี่ยงภัยควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร  - ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำ ควรเตรียมวัสดุสำหรับกั้นขอบบ่อ เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าบ่อเมื่อมีฝนตกหนัก จนทำให้สภาพน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สัตว์น้ำจะปรับตัวไม่ทัน อ่อนแอและอาจส่งผลให้เป็นโรคได้ง่าย
  
          ขณะที่ทางด้าน นายนาวิน สินธุสอาด รองผู่ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ขณะนี้ จ.ลำพูน โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ได้เตรียมพร้อมรับมือการขุดลอกคูคลองเปิดเส้นทางน้ำให้ระบายได้สะดวกรวดเร็ว การเตรียมกระสอบทรายสำหรับฤดูฝน เมื่อน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก สามารถนำมาป้องกันน้ำท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎร อาคารสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ นอกจากนี้แล้วกำชับให้ อปท.ทุกพื้นที่เตือนประชาชนติดตามข่าวสารของกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อเฝ้าระวังภัยจากน้ำป่าไหลหลาก รับมือป้องกันและลดความเสียหายได้ ขณะที่ทางเทศบาลเมือง(ทม.)ลำพูนได้มีการเตรียมความพร้อมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำหัวพญานาคไว้ประจำตามจุดสำคัญรอบเขตเทศบาลเมือง เพื่อสูบน้ำเร่งระบายน้ำออกทันทีหากสถานการณ์น้ำแม่กวงเริ่มวิกฤติ หรืออยู่ที่ระดับ 5 เมตร