ข่าว

'ขายข้าว'รอบแรกแผ่วได้แค่9หมื่นตัน

'ขายข้าว'รอบแรกแผ่วได้แค่9หมื่นตัน

30 ก.ค. 2556

พาณิชย์เผยผลระบายขายข้าวรอบแรกของปีนี้ ได้แค่ 9 หมื่นตัน อุบบอกราคาขาย แต่ยืนยันได้ราคาดี เตรียมเปิดประมูลครั้งใหม่สัปดาห์หน้าหอการค้าระบุหั่นราคาจำนำทำได้ยาก

               นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการระบายข้าวสต็อกรัฐครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งแรกของปี 2556 ว่า ตามที่ได้เปิดให้ผู้ส่งออกข้าวยื่นซองประมูลเสนอราคาซื้อข้าวในสต็อกรัฐบาล ปีการผลิต 2554/2555 รวมปริมาณ 3.5 แสนตันนั้น ในการเจรจาต่อราคาปรากฏว่ามีผู้ชนะการประมูลซื้อข้าวสารขาว 5% จำนวน 3 ราย ได้แก่ บริษัท แคปปิตัลซีเรียลส์ จำกัด, บริษัท เอเชีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด และบริษัท ไชยพรไรซ์ แอนด์ ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด จำนวน 6 โกดัง รวมปริมาณข้าวกว่า 6 หมื่นตัน

               ส่วนปลายข้าวเอวันเลิศ อยู่ระหว่างการต่อรองเรื่องราคากับบริษัท พงศ์ลาภ จำกัด ซึ่งเสนอซื้อมาปริมาณ 3 หมื่นตัน ทำให้การขายข้าวครั้งนี้น่าจะได้ปริมาณรวมกว่า 9 หมื่น หรือเกือบ 1 แสนตัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยราคาประมูลได้ เนื่องจากราคาจะมีผลต่อการต่อรองราคาในการเปิดประมูลครั้งต่อไป แต่ถือว่าเป็นราคาที่ดี สูงกว่าเกณฑ์ราคากลางที่ตั้งไว้

               "แม้สัดส่วนการขายในครั้งนี้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะเป็นการเปิดประมูลขายเป็นการทั่วไป แต่อาจจะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับข้อเสนอของเอกชน เช่น การเพิ่มระยะเวลาการประกาศเตรียมเปิดประมูล เพื่อให้มีเวลาได้ศึกษารายละเอียด แต่รัฐยังจำเป็นต้องขายข้าวลักษณะยกโกดัง เนื่องจากจะง่ายต่อการบริหารจัดการสต็อกของภาครัฐ" นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

               นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดประมูลขายข้าวครั้งใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 2 แสนตัน โดยขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดชนิดของข้าว

               ด้าน ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ ประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง หอการค้าไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายปรับลดราคารับจำนำข้าว ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มเกษตรกรนั้น จากการประเมินสถานการณ์คาดว่ารัฐบาลคงไม่สามารถลดราคารับจำนำข้าวลงได้ เพราะอาจส่งผลให้เกิดความไม่สงบตามมา ดังนั้น จึงเสนอว่ารัฐบาลควรมีการจัดโซนนิ่งการปลูกข้าว พร้อมเร่งพัฒนาคุณภาพข้าว เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง โดยอาจคงราคารับจำนำเท่าเดิมที่ตันละ 15,000 บาท แต่เน้นในเรื่องของคุณภาพ หรือกำหนดราคาเป็นแบบขั้นบันไดตามคุณภาพของข้าวที่นำมาเข้าโครงการ เพื่อให้เกษตรกรมีการพัฒนาคุณภาพข้าว และให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้