ข่าว

เซฟเฮ้าส์'วัว-ควาย'ชีวิตใหม่...หลังพ้นโรงเชือด

เซฟเฮ้าส์'วัว-ควาย'ชีวิตใหม่...หลังพ้นโรงเชือด

30 ก.ค. 2556

เซฟเฮ้าส์'วัว-ควาย'ชีวิตใหม่...หลังพ้นโรงเชือด : กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน

               เงินจำนวน 125,000 บาท ที่ได้มาจากการระดมทุนของกลุ่มคนในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ร่วมกับสมาชิก "ธรรมะใจใส" แม้เป็นเงินไม่มากนัก ทว่าเงินก้อนนี้สามารถช่วยชีวิต "ควาย" ได้ถึง 3 ตัว คือ "เจ้าเงิน" ควายเพศผู้ "นางบานเย็น" ควายเพศเมีย ที่ตั้งท้องราว 7 เดือนเศษ และ "เจ้าขวัญข้าว" ควายกำพร้าเพศผู้ โดยพวกมันถูกส่งจากพระนครศรีอยุธยา ไปเริ่มชีวิตใหม่ที่เมืองย่าโม

               การระดมเงินไถ่ชีวิตควายทั้ง 3 ตัว เริ่มต้นมาจากเจ้าของ "เจ้าเงิน" คือ นายตุ๋ย ทิมเชียงราก อายุ 55 ปี ชาว ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยคนในครอบครัวเชื่อว่าการตายของนายตุ๋ยเป็นเพราะถูก "เจ้าเงิน" ขวิด ครอบครัวเกษตรกรรายนี้จึงขายมันให้พ่อค้าในพื้นที่ในราคา 8 หมื่นบาท

               กระแสข่าว "เจ้าเงิน" ขวิดคนเลี้ยงตายถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้กลุ่มคนในโซเชียลเน็ตเวิร์กร่วมกับสมาชิก "ธรรมะใจใส" ส่งตัวแทนเดินทางไปที่พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามเรื่องนี้ ทราบว่าครอบครัวนายตุ๋ยขาย "เจ้าเงิน" ให้พ่อค้าไปแล้ว โดยปลายทางของเจ้าเงินคือ การเดินทางเข้าสู่โรงเชือด

               นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เกิดการระดมเงินเพื่อจะไถ่ชีวิต "เจ้าเงิน" รวมถึง "นางบานเย็น" และ "เจ้าขวัญข้าว" ที่ถูกนำมาเลี้ยงร่วมกัน

               ในการเจรจาระหว่าง น.ส.ณัฐธยาน์ พลหาญทองลงยา และ น.ส.กรรณิการ์ องค์ภักดีกิจ กับ พ่อค้ารับซื้อควาย ซึ่งยืนยันค่าชีวิตของ "เจ้าเงิน" ที่ราคา 8 หมื่นบาท แต่เนื่องจากคอกที่เลี้ยงเจ้าเงินยังมีควายอีกหลายตัวเตรียมจะส่งเข้าโรงเชือด คนกลุ่มนี้จึงตั้งใจจะช่วยตัวอื่นด้วย

               ความพยายามที่จะขอไถ่ชีวิตเบื้องต้น 3 ตัว คือ เจ้าเงิน นางบานเย็น และเจ้าขวัญข้าว รวมเป็นเงิน 125,000 บาท ส่วนควายที่เหลืออีก 6 ตัว เป็นควายเพศผู้ 3 ตัว เพศเมีย 3 ตัว ในจำนวนนี้มีกำลังท้อง 2 ตัว และเป็นควายเผือก 2 ตัว เจ้าของคอกรายนี้ตั้งราคารวม 250,000 บาท และให้เวลา 2 สัปดาห์ หากเกินกำหนดจะส่งควายทั้ง 6 ตัว เข้าโรงเชือดทันที

               ภารกิจที่เหลือจากนี้คือ การเร่งระดมทุน เพื่อหาเงินมาไถ่ชีวิตควายทั้ง 6 ตัว

               สิ่งที่กลุ่มคนในโซเชียลเน็ตเวิร์ก และกลุ่มธรรมะใจใส รวมมือกันเพื่อการไถ่ชีวิตวัว-ควายก่อนจะถูกส่งเข้าโรงเชือด เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2552 โดยวิธีการไถ่ชีวิตวัวและควายของสมาชิกกลุ่มนี้จะไม่ไปไถ่และนำไปมอบให้วัดโดยตรง แต่จะนำไปดูแลที่ฟาร์มในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพื่อความปลอดภัยของวัว-ควายที่ถูกไถ่ชีวิตมา เพราะเห็นว่าการมอบให้วัด บางครั้งก็มีความเสี่ยงที่จะถูกขโมย

               "ที่เราต้องเลี้ยงวัวและควายที่ไถ่ชีวิตมา ไม่นำไปมอบให้วัด ไม่มอบให้คนจนเลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน หรือนำเข้าโครงการธนาคารโคกระบือของราชการ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยนำวัวและควายที่ไถ่ชีวิตมาไปมอบให้คนเหล่านี้ แต่จากการติดตามผลพบว่า สุดท้ายวัวและควายก็ไม่พ้นโรงเชือด อย่างนำไปถวายวัดก็จะถูกขโมย เพราะไม่มีคนดูแล หรือชาวบ้านมาขอพระ อ้างว่าจะเอาไปใช้แรงงานพระก็ให้ไป ส่วนการมอบให้คนจนเลี้ยง หรือเข้าโครงการธนาคารโคกระบือ เจ้าของที่รับไปดูแลไม่ดีสุดท้ายถูกขโมยและส่งไปโรงเชือด จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเลี้ยงไว้เอง ยอมรับภาระไว้เอง" น.ส.ณัฐธยาน์ เล่าในฐานะตัวแทนกลุ่มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

               ด้าน นางประทานพร ยอดปัญญา ประธานโครงการธรรมะใจใส เล่าถึงความเป็นมาโครงการว่า สำหรับฟาร์มที่เป็นบ้านใหม่ให้แก่วัว-ควายเหล่านี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ปัจจุบันมีวัวและควายถูกไถ่ชีวิตมาอยู่รวมกันจำนวน 28 ตัว รวมทั้ง เจ้าเงิน นางบานเย็น และเจ้าขวัญข้าว โดยแยกเป็นวัว 9 ตัว และควาย 19 ตัว

               "วัวและควายที่นี่จะไม่มีการล่ามเชือก ถูกปล่อยให้หากินอิสระในทุ่งหญ้า ส่วนกลางคืนจะต้อนเข้าคอกป้องกันโจรขโมย เราไม่ใช้แรงงาน วัว ควาย ทุกตัวจะถูกเลี้ยงไปจนกว่าจะหมดอายุขัย หลังจากตายจะนิมนต์พระมาสวดด้วย"

               เช่นเดียวกับ น.ส.ณัฐธยาน์ บอกอีกว่า "พวกเราทำกิจกรรมไถ่ชีวิตวัวและควายมานานแล้ว ทำกันแบบเงียบๆ ไม่ได้ไปเรี่ยไร่ใคร พูดคุยกันในกลุ่ม แต่ครั้งนี้ที่เป็นข่าวเพราะราคาควายมันแพงเว่อร์เกินไป เพราะตามปกติที่ไถ่ชีวิตมาราคาตัวละ 2-3 หมื่นบาท แต่เจ้าเงินราคาตั้งไว้ที่ตัวละ 8 หมื่นบาท พวกเราจึงประสานให้ผู้ว่าฯ อยุธยา ช่วยต่อรองให้จึงกลายเป็นข่าวขึ้นมา ตอนแรกต้องการไถ่ชีวิตเจ้าเงินตัวเดียว แต่เมื่อไปเจรจาพบว่ามีอีก 8 ตัว หากไม่ช่วยพวกมันคงจะตายกันหมด วันนี้เราช่วยได้ 3 ตัว แต่ยังต้องระดมทุนช่วยอีก 6 ตัวต่อไป"

               ส่วน น.ส.สิชล วงศ์อัสสไพบูลย์ อายุ 24 ปี ย้อนเหตุการณ์ว่า หลังจากนายตุ๋ยเสียชีวิต วันหนึ่งเดินผ่านจุดเกิดเหตุได้ยินภรรยของผู้ตายบอกว่า จะส่ง "เจ้าเงิน" เข้าโรงเชือด รู้สึกสงสาร จึงถ่ายภาพและนำเรื่องนี้มาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พร้อมชักชวนเพื่อในโซเชียลเน็ตเวิร์กช่วยกันบริจาค แล้วนำเงินไปสมทบกับโครงการธรรมะใจใส นอกจากนี้ยังเดินทางไปส่ง "เจ้าเงิน" และควายอีก 3 ตัว ที่ฟาร์มใน จ.นครราชสีมา ที่นั่นจ้างคนเลี้ยง มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์มาดูแลฉีดวัคซีนให้ ทำให้มั่นใจว่าควายทั้งหมดจะได้รับการดูแลอย่างดี

               ถือเป็นภาพของความร่วมมือโดยคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีเป้าหมายที่จะไถ่ชีวิต "วัว-ควาย" ให้พ้นจากโรงเชือด

....................................

(หมายเหตุ : เซฟเฮ้าส์'วัว-ควาย'ชีวิตใหม่...หลังพ้นโรงเชือด : กัมปนาท ขันตระกูลรายงาน)