ข่าว

5 เคล็ดลับรักษานาฬิกา

5 เคล็ดลับรักษานาฬิกา

30 ก.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : 5 เคล็ดลับรักษานาฬิกา

 

                         สำหรับแฟนๆ นาฬิกาคงทราบดีว่าทุกปีห้างเซ็นทรัล ในฐานะผู้นำการจัดมหกรรมนาฬิกาแห่งภูมิภาคเอเชีย ตั้งใจคัดสรรนาฬิกากว่า 150 แบรนด์มาไว้ที่งาน “เซ็นทรัล เอนิวอล วอท์ช เซล" ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 ส.ค. ที่แผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัล ทุกสาขา โดยได้รับความร่วมมือจากค่ายนาฬิกาชั้นนำ ส่งนาฬิกาแบรนด์ดัง รุ่นล่าสุด และคอลเลกชั่นพิเศษในราคาเอ็กซ์คลูซีฟ

                         หนึ่งในผู้บริหารที่รักนาฬิกาอย่าง "ปุ๊ก" ปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ที่นอกจากจะชวนช็อปปิ้งนาฬิกาในแบบฉบับคุณเองแล้ว ยังได้แนะนำเคล็ดลับในการรักษานาฬิกาให้ฟังว่า ข้อแรก ถึงแม้ว่านาฬิกาของคุณจะมีคุณสมบัติกันน้ำ หรือสังเกตง่ายๆ ที่นาฬิกาจะเขียนคำว่า “Water Resistant” แต่ก็ไม่ควรใส่นาฬิกาเรือนโปรดว่ายน้ำ เล่นกีฬาทางน้ำหรือดำน้ำ หากไม่ใช่นาฬิกาที่ผลิตมาเพื่อกิจกรรมนั้นๆ โดยเฉพาะ เพราะนาฬิกากันน้ำสำหรับนาฬิกาทั่วๆ ไป คือ แค่กันเหงื่อหรือฝนเท่านั้น

                         ข้อสอง ข้อนี้ขอให้คำแนะนำแฟนนาฬิกากลไกโดยเฉพาะ สิ่งที่ควรระวังอย่างมากคือ ความสั่นสะเทือนและการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิขณะใส่ สิ่งแรกความสั่นสะเทือน ควรหลีกเลี่ยงการใส่นาฬิกาในกิจกรรมที่มีแรงกระแทก หรือความสั่นสะเทือนซ้ำๆ แบบบ่อยครั้ง เช่น ใส่ตีเทนนิส ใส่ตีสควอช ใส่ตีกอล์ฟ หรือปั่นจักรยานเสือภูเขา เพราะถึงแม้ในนาฬิกากลไกจักรกลจะมีระบบป้องกันอยู่ แต่หากใช้ในกิจกรรมที่ว่าแรงสั่นสะเทือนในนาฬิกานั้นๆ ก็อาจจะต้านไม่ไหว อีกข้อที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การปรับเปลี่ยนอุณหภูมิแบบฉับพลันขณะใส่นาฬิกา เช่น ใส่นาฬิกาเข้าห้องเซาน่าและต่อด้วยการไปว่ายน้ำ หรือใส่นาฬิกาอาบแดดแล้วต่อด้วยการไปว่ายน้ำ ผลเสียเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานและความเที่ยงตรงของนาฬิกาในอนาคต

                         ข้อสาม สำหรับแฟนนาฬิกาสายหนัง ควรหลีกเลี่ยงสายหนังสัมผัสกับสเปรย์ ครีมกันแดดเพราะสายหนังจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ และไม่ควรใส่ทุกวัน ควรถอดให้สายหนังคลายตัวและคืนรูปบ้าง ที่สำคัญควรปล่อยให้ความชื้นที่สายหนังระเหยไปให้หมดก่อนนำมาใส่ใหม่  ข้อสี่ สำหรับการปรับตั้งปฏิทินที่นาฬิกา ถ้านาฬิกาของคุณหยุดเดินไปแล้ว คุณไม่ควรปรับตั้งเวลาและปรับตั้งปฏิทินใหม่ ระหว่างเวลา 22:00-02:00 น. เพราะอาจทำลายระบบปฏิทินของนาฬิกาได้

                         สุดท้าย อย่าพยายามซ่อมนาฬิกาเอง ควรส่งให้ช่างผู้ชำนาญและมีประสบการณ์ดูแลจะดีกว่า เพราะบางทีคิดว่าซ่อมเองอาจจะถูกกว่า แต่จะกลายเป็นปัญหา “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” ที่สำคัญควรตรวจเช็กเครื่องทุกๆ 3-4 ปี ช่างอาจจะเปลี่ยนชิ้นส่วนที่หมดอายุหรือชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องทำความสะอาด หรือปรับอัตราการเดินของกลไก