ข่าว

พืชผลนานาพรรณจากพระมารดา

พืชผลนานาพรรณจากพระมารดา

30 ก.ค. 2556

ไลฟ์สไตล์ : พืชผลนานาพรรณ จากพระมารดา

 

                       เพื่อให้เห็นภาพตามคำขนานนามว่า ทรงเป็น "พระมารดาแห่งการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ" ผลลัพธ์ และผลิตผลของโครงการพระราชดำริ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเสมอมา จึงพร้อมถูกเผยแพร่ต่อประชาชน ในงาน "สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ ครั้งที่ 7" ระหว่างวันที่ 10-13 สิงหาคมนี้ โดยมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว กรมหม่อนไหม โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ และสิงห์ คอร์เปอเรชั่น ช่วยกันเนรมิตพื้นที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร เป็นพื้นนิทรรศการมีชีวิต รวมถึงจัดจำหน่ายผลิตผลของเกษตรกร และแจกกล้าไม้ให้ประชาชนได้สานต่อการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการแถลงข่าวพร้อมบอกไฮไลท์ภาพในงาน บริเวณห้องเทเวศร์ อาคารหอประชุมสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อวันก่อน

                       คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ กรรมการและประธานอนุกรรมการประสานงานมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวถึงไฮไลท์ในปีนี้ว่า นอกจากเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา แล้ว ยังต้อการสนับสนุนเกษตรกรทั้งประเภทพรรณไม้ประดับ พืชสวนผลไม้ไทย เชิญคนกรุงมาให้กำลังใจเกษตรกรจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ มีการประกวดพรรณไม้ดอกและไม้ใบนานาชนิด พร้อมเปิดตัวพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก พันธุ์ บุต โยโลเกีย จากประเทศอินเดีย ที่เพาะพันธุ์ได้สำเร็จในประเทศไทย การจัดงานครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 10 สิงหาคม เวลา 14.00 น. และวันที่ 12 สิงหาคม เวลา 19.00 น. ขอเชิญชวนประชาชนที่มีความประสงค์แสดงความจงรักภักดีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา มาร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมกัน ภายในบริเวณงานได้อีกด้วย

                       ด้าน วิทยา อธิปอนันต์ รองอธิปดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกถึงการจัดแสดงนิทรรศกาลผลไม้ไทยหลากหลายสู่สังคม อันเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ในปีนี้ว่า ต้องการเสนอให้ทุกคนที่ทราบถึงความเป็นตัวตนของผลไม้แต่ละชนิดที่ เช่น สับปะรด ผลไม้ที่การส่งออกมากที่สุดของไทย ปัจจุบันมีมูลค่ามากว่า 20,000 ล้านบาท อันที่จริงแล้วมีถิ่นกำเนิดอยู่ทวีปอเมริกา และมีการนำเข้ามาประเทศไทยครั้งแรกโดยชาวโปรตุเกส นอกจากนี้ยังมีการแสดงผลไม้หายากให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา อาทิ มะม่วงยายกล่ำ มังคุดสองร้อยปี ทุเรียนสาลิกา ส้มโอทับทิมสยาม ลำไยพวงทอง เป็นต้น

                       นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องของผ้าไหมอีรี่ ที่มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรก นิทรรศการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากหวายและไผ่ การแสดงบ้านพักอาศัยของราษฎรที่ทำด้วยไม้ไผ่ทั้งหลัง การจำลองอุโมงค์นิรภัยเมล็ดพันธุ์พืชโลก ที่เก็บข้าวพันธุ์ดีของไทยกว่า 81 สายพันธุ์ไว้ให้ศึกษา พร้อมชมนวัตกรรมแปรรูป และงานวิจัยเกี่ยวกับข้าวไทยมากมาย หาชมได้ภายในงานนี้เท่านั้น