
แก้ไขผังเมืองรวมเชียงใหม่
แก้ไขผังเมืองรวมเชียงใหม่ เน้นอนุรักษ์แต่ไม่ขวางพัฒนา : โดย...จันจิรา จารุศุภวัฒน์
หลังกฎหมายผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ.2555 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 นับตั้งแต่ผังเมืองรวมฯ ฉบับเดิมหมดอายุไปเมื่อปี 2549 และมีการแก้ไขปรับปรุง แต่ก็ยืดเยื้อมานานจนตัวเมืองเชียงใหม่ต้องอยู่ในภาวะสุญญากาศมายาวนานถึง 7 ปี แม้วันนี้ผังเมืองรวมจะประกาศใช้แล้ว แต่ดูเหมือนไม่ทันการณ์ เพราะมีตึกสูงผุดขึ้นทั่วทุกมุมเมือง และหลังจากที่ผังเมืองรวมประกาศใช้ ภาคเอกชนในนามของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่ (กกร.) ก็ยื่นเรื่องผ่านจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอแก้ไขทันทีเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่า ผังเมืองรวมฉบับดังกล่าวล้าหลังและไม่สอดคล้องกับการเติบโตของเมือง
ในเวทีเสวนา "พลเมืองเชียงใหม่ ร่วมใจกัน เพราะ(แก้)ผังเมืองเรื่องของเราทุกคน" จัดโดยภาคีขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตัวเอง เครือข่ายเชียงใหม่ เขียว สวย หอมและหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ลานกิจกรรมหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ได้เชิญตัวแทนหลายภาคส่วน ทั้งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ นักวิชาการ ภาคประชาชน รวมทั้งภาคเอกชน มาถกประเด็นเรื่องผังเมืองที่เหมาะสมกับเมืองเชียงใหม่ในฐานะเมืองเก่าที่ควรอนุรักษ์และเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่มีการขยายตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวลารวดเร็ว จากปัจจัยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและโครงการเมกะโปรเจกท์ต่างๆ ของรัฐบาลที่ทุ่มลงมาจนดึงดูดให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติพร้อมใจกับเข้ามาลงทุนในพื้นที่อย่างคึกคัก
นายสุรพล ศราทธทัต หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องโอนภารกิจการจัดทำผังเมืองรวมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ที่ผ่านมาผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ยังมีปัญหา เพราะมีผู้ร้องคัดค้านเข้ามามาก จึงต้องชะลอการถ่ายโอนออกไป แต่เมื่อดำเนินการเสร็จและประกาศใช้แล้ว ทั้งผังเมืองรวมและผังชุมชนจะถ่ายโอนให้ท้องถิ่น คือ อบจ.รับผิดชอบต่อไป
ที่ผ่านมากรมได้ถ่ายโอนผังชุมชนให้ท้องถิ่นไปแล้วบางส่วน แต่เมื่อถ่ายโอนแล้วกลับพบปัญหา คือ หลายท้องถิ่นไม่พร้อม เมื่อผังเมืองหมดอายุก็ไม่มีการต่ออายุ หรือแก้ไขปรังปรุง จนเกิดภาวะสุญญากาศขึ้น และปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายผังเมือง ขณะที่กรมไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เพราะถ่ายโอนให้ท้องถิ่นไปแล้ว กรณีของผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ มีพื้นที่ 429 ตร.กม. รวมพื้นที่ 7 อำเภอ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบร่วมกัน 60 แห่ง จึงเป็นปัญหาที่เทศบาลนครเชียงใหม่ในฐานะคนกลางจะต้องจัดการและดำเนินการประสานกับท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อร่วมมือกันบริหารจัดการผังเมืองรวม
ด้าน นายไพศาล สุธรรมวิทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ผังเมืองรวมเชียงใหม่ที่ประกาศใช้เป็นกฎหมายผังเมืองที่ 80% มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกรณีย่านวัดเกต อ.เมือง ถูกกำหนดเป็นพื้นที่พิเศษหรือที่อยู่อาศัยเพื่อการอนุรักษ์ จากเดิมถูกกำหนดเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาวบ้านย่านนี้ 100% แต่นายกเทศมนตรียังเห็นช่องโหว่ผังเมืองรวม เช่น ย่านถนนช้างคลาน โชตนา ฝั่งตะวันออกของถนนช้างเผือก ถนนเจริญเมือง ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ฯลฯ เพราะผังเมืองรวมไม่ได้กำหนดความสูงไว้ จึงสามารถสร้างอาคารได้โดยไม่จำกัดความสูง จึงมีคอนโดใกล้ศาลแขวงเชียงใหม่ บริเวณสี่แยกศาลเด็ก ที่สร้างสูง 37 ชั้น หรือกว่า 90 เมตร ซึ่งสูงกว่าศาลแขวงจังหวัดเชียงใหม่ถึง 3 เท่า
เทศบาลจึงเริ่มโครงการเจียงใหม่งามและผลักดันเทศบัญญัติความคุมความสูงของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยหวังจะนำมาอุดช่องโหว่ในผังเมืองรวมดังกล่าวและกำหนดความสูงอาคารไม่เกิน 20 เมตร บางพื้นที่ไม่เกิน 12 เมตร รวมทั้งในเขตเมืองเก่ากำหนดให้อาคารที่ก่อสร้างต้องมีรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาประกอบ
"การกระจายอำนาจมาให้เทศบาลดูแลเรื่องผังเมืองต้องดูโครงสร้างพื้นฐานในตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยว่าจะรองรับได้หรือไม่ เช่น ท่อระบายน้ำมีการวางและสร้างมานานกว่า 30-40 ปี จึงค่อนข้างมีปัญหาและอาจไม่สามารถรองรับการอยู่อาศัยที่มีเพิ่มมากขึ้นได้ โดยเฉพาะกรณีการสร้างคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้าและระบบประปาก็เร่งขยายฐานในพื้นที่ตัวเมืองมากขึ้น"
ส่วนนายไพศาล ภู่เจริญ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ผังเมืองรวมมีทั้งปิดกั้นและเปิดกว้าง ที่เห็นชัดเจนจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จ.เชียงใหม่ มีกฎหมายผังเมือง 2 ฉบับที่เกี่ยวข้อง คือ ผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2555 ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดและผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเร็วๆ นี้ หลังผังเมืองฉบับเดิมหมดอายุไปนานถึง 7 ปี
เชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่มีการขยายตัวและเติบโตมากที่สุดในประเทศ จึงมีคนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาและมีความต้องการที่อยู่อาศัย ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม ฯลฯ เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ไลฟ์สไตส์ผู้คนที่ต้องการแยกครอบครัว ขณะที่การซื้อที่ดินในเขตตัวเมืองเป็นเรื่องยากสำหรับคนในพื้นที่ เพราะมีราคาสูง จึงต้องออกไปอยู่นอกเมือง ส่วนพื้นที่ในตัวเมืองที่เริ่มแออัดก็มีการประกาศขาย โดยกลุ่มคนที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่มาจากส่วนกลาง จากปัจจัยราคาที่ดินและผังเมืองมีผลให้คนเชียงใหม่ถูกไล่ที่ไปอยู่นอกเมืองมากขึ้น แต่ละปีพบว่ามีความต้องการใช้พื้นที่เพื่อสร้างบ้านจัดสรรมากถึง 1,000 ไร่
นายไพศาล ระบุว่า ที่ผ่านมาเคยมีความพยายามผลักดันโครงการเมืองแฝดเชียงใหม่-ลำพูน เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีบทบาทในการพัฒนาเล็งเห็นว่าเมืองเชียงใหม่กำลังเติบโต แต่ไม่มีการสานต่อจนถูกละเลยไป ซึ่งในผังเมืองรวมจังหวัดกำหนดพื้นที่สีขาวหรือเขตป่าไม้ถึง 94% ไม่อนุญาตให้สร้างโรงงาน บ้านพักอาศัย เหลือพื้นที่สีชมพูเพียง 3% ที่ดำเนินการได้ แต่พื้นที่สีชมพูก็มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้น เมื่อผังเมืองรวมประกาศใช้
"ผังเมืองรวมที่มีการแก้ไขปรับปรุงถูกใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งเกิดก่อนที่ไทยจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนและก่อนเชียงใหม่จะถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางด้านต่างๆ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายส่วนให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเมืองในปัจจุบัน" นายไพศาล กล่าว
......................................................
(แก้ไขผังเมืองรวมเชียงใหม่ เน้นอนุรักษ์แต่ไม่ขวางพัฒนา : โดย...จันจิรา จารุศุภวัฒน์)



