
แม่สอดจมบาดาล-การค้าชายแดนชะงัก
อ่วม! แม่สอดจมบาดาล การค้าชายแดนชะงัก ประเมินความเสียหายเบื้องต้นวันละ 100 ล้านบาท ระบุน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 5 ปี
29 ก.ค.56 นายพงศ์เทพ บัวทรัพย์ นายด่านศุลากรแม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า หลังจากที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเมยที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-พม่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเอ่อไหล เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและตลาดริมเมย ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อการส่งออกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะการส่งสินค้าเข้าและส่งออกจะใช้ผ่านท่าข้ามที่อยู่ริมน้ำเมย 4-5 แห่งเป็นหลัก ส่วนการส่งออก และนำเข้าผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-พม่ามีเพียงไม่ถึง 50% เท่านั้น
สำหรับน้ำที่ท่วมนั้นส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านท่าข้าม 2 แห่ง คือท่าข้ามบ้านห้วยม่วง ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก และท่าข้ามบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถขนสินค้าเข้าออกได้ ขณะที่ท่าข้ามอีก 3-4 แห่งที่เป็นท่าข้ามประจำยังสามารถบริหารจัดการขนส่งสินค้าได้อยู่ แต่ติดขัดปัญหาเรื่องการรองรับสินค้าทางฝั่งเมียนมาร์ เพราะถูกน้ำท่วมเช่น เดียวกัน จึงทำให้การขนส่งสินค้ายังชะลอตัว
"ตอนนี้สถานการณ์ฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า ตรงข้ามอ.แม่สอด จ.ตาก น่าเป็นห่วงว่าระดับน้ำท่วมสูงกว่าฝั่งประเทศไทยมาก ขณะที่การบริหารจัดการของฝั่งพม่ายังไม่มี ความพร้อมมากนัก หากจะส่งสินค้าข้ามไปไม่รู้ว่าจะสามารถรอบรับสินค้าได้มากน้อยเพียงใด โดยเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักกว่าในอดีตมาก เดิมทีจะท่วมเพียง 1 วันเท่านั้น และ ท่วมไม่มากนัก แต่ครั้งนี้ค่อนข้างหนักและฝนยังตกต่อเนื่อง" นายพงศ์เทพ กล่าว
ทั้งนี้ น้ำท่วมดังกล่าวทำให้ต้องระงับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเป็นการชั่วคราว โดยคาดการณ์มูลค่าความเสียหายวันละ 100 ล้านบาท และเชื่อว่าสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่าจะชะลออย่างน้อย 7 วัน หรือจนว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ด้าน นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ เลขาธิการ หอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมวันนี้ (29 กรกฎาคม) หนักกว่าเมื่อวานนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะบริเวณตัวอ.แม่สอด จ.ตาก ที่ ต้องนี้ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เพราะน้ำท่วมท่วม ส่งผลให้อ.แม่สอด ตอนนี้เป็นอัมพาตชั่วคราว ขณะที่ริมแม่น้ำเมยเองก็ถูกน้ำท่วมอย่างหนักเช่นกัน สำหรับสาเหตุของน้ำท่วมนั้นส่วนหนึ่งเป็น เพราะฝนที่ตกต่อเนื่องยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด อีกส่วนหนึ่งเนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด (หัวฝาย) ไม่สามารถรองรับน้ำได้ จึงทำให้น้ำไหลเอ่อเข้าท่วมอย่างหนัก
จนถึงขณะนี้ระดับน้ำท่วมก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจในเมืองชะงัก บริษัทห้างร้านต้องหยุดงาน เพราะการสัญจรไปมาลำบากมาก ส่วนการค้าชายแดนก็ชะงักเช่นเดียวกัน เพราะน้ำ เมยไหลเชี่ยวมาก ไม่สามารถส่งสินค้าผ่านทางท่าข้ามได้ ผู้ประกอบการท่าข้ามคลังสินค้าต้องเร่งขนสินค้าหนีน้ำ ตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ ขณะที่ฝั่งจ.เมียวดี ประเทศพม่า ก็ถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน
"ปกติแล้ว อ.แม่สอด จะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีแต่เป็นระยะเวลาสั้น 1-2 วัน แต่ปีนี้ถือว่าหนักมากตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าน้ำจะลด ขณะที่ฝนก็ตกต่อ เนื่อง ถือว่าหนักสุดในรอบ 5 ปี" นายประเสริฐ กล่าว



