
ผู้ว่าฯพิจิตรช่วยยาย73รับภาระดูแลลูกพิการ-6หลาน
ผู้ว่าฯพิจิตร ช่วยเหลือครอบครัวยายวัย 73 ปี ที่อำเภอสามง่าม หลังพบรับภาระหนักลูกสาว 2 คน ประสบอุบัติเหตุจนพิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ส่วนอีกคนจบชีวิตด้วยมะเร็งร้ายในเวลาไล่เรี่ยกัน ขณะที่หลานๆ จำนวน 6 คน อยู่ในวัยเรียนหนังสือ
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.เรื่องราวของครอบครัวยายวัย 73 ปี ที่อำเภอสามง่าม จ. พิจิตร ต้องประสบชะตากรรมในการเลี้ยงดูบุตรพิการ และหลานๆ ได้ถูกเปิดเผยจาก เด็กหญิงดวงใจ ศรีภิรมย์ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนกำแพงดิน พิทยาคม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ได้เขียนเรียงความบรรยายความรันทดชีวิตของตนเองที่ครอบครัวประสบเคราะห์กรรมพ่อแม่แยกทางกันแล้วแม่เสียเสียด้วยโรคมะเร็งร้ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องอาศัยอยู่กับยายวัย 73 ปี น้าสาวพิการที่ประสบอุบัติเหตุจนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ขณะที่พี่สาวของเด็กหญิงดวงใจ กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยนเรศวรโดยพึ่งเงินกู้เพื่อการศึกษาในการเล่าเรียน และลูกๆ ของน้าสาวที่พิการอีก 4 คน ซึ่งกำลังเรียนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษา 3 คน วัยขวบเศษอีกหนึ่งคน ล้วนเป็นภาระหนักของครอบครัวทั้งสิ้น ทุกวันนี้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และช่วงปิดเทอมจะช่วยกันออกไปทำงานรับจ้างล้างไข่หาเงินมาประทังครอบครัว
หลังจากได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปที่บ้านของครอบครัวดังกล่าว ที่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ 1 ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม เพื่อเยี่ยมช่วยเหลือและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว พบนางตลุ่ม ป้วนก้อม อายุ 73 ปี ผู้เป็นยาย เด็กหญิงดวงใจ ผู้เขียนเรียงความ นางสายบัว ป้วนก้อม อายุ 40 ปี น้าสาวที่พิการจากอุบัติเหตุรถชน และลูกๆของนางสายบัว
จากการสอบถาม ทราบว่า ครอบครัวดังกล่าวเดิมมีนางตลุ่ม ป้วนก้อม วัย 73 ปี ลูกสาว 2 คน คือ แม่ของเด็กหญิงดวงใจ ที่แยกทางจากสามีและเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีลูกสาว 2 คน เด็กหญิงดวงใจ กับนางสาวสุชาดา ศรีภิรมย์ อายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่วนลูกสาวยายตลุ่มอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นน้าสาว คือนางสายบัว ป้วนก้อม อายุ 40 ปี แยกทางกับสามีและประสบอุบัติเหตุถูกชนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนเป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีลูกอีก 4 คน กำลังเรียนชั้นประถมศึกษา 3 คน และวัยขวบเศษอีก 1 คน ล้วนเป็นภาระครอบครัวทั้งสิ้น
เบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้มอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเยียวยาดูแลครอบครัวดังกล่าวในด้านต่างๆ แล้ว



