
เลี่ยงรถติด!ตั้งด่านตรวจเมาหลัง5ทุ่ม
'บช.น.' ปรับแผน สั่งตั้งด่านตรวจคนเมาแอลกอฮอร์ หลัง 5 ทุ่ม เลี่ยงจราจรติดขัด ขณะที่ 'บก.จร.' เตือนคนกรุง 10 จุดอันตราย 'รถชนกันบ่อย'
29 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการตำรวจจราจรและกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีคำสั่งไปถึงตำรวจจราจร 88 สน.ในสังกัด และตำรวจจราจร บก.จร. เรื่องการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ไม่ให้มีผลกระทบด้านการจราจร ตลอดจนถึงความรู้สึกของประชาชนและสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรมให้ทุกพื้นที่ปฏิบัติตามนโยบายคำสั่งการตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างเคร่งครัดกฏเหล็ก 6 ข้อ ดังนี้
1. การตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ ห้ามมิให้ตั้งจุดตรวจก่อน 23.00 น. หากตรวจพบหรือมีการร้องเรียน จะพิจารณาข้อบกพร่องหัวหน้าชุดทุกราย
2. การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้ผู้บังคับบัญชาระดับ ผกก.หรือหัวหน้าชุดประสานกับ ผกก. หรือ สว.จร. สน.ท้องที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและไม่ให้มีการตั้งจุดตรวจซ้ำซ้อนกันกับ สน.ท้องที่
3. ระหว่างตั้งจุดตรวจ จุดสกัดหากมีปัญหาการจราจรติดขัดและมีท้ายแถวยาวให้หยุดการตั้งจุดตรวจทันที และให้อำนวยความสะดวกการจราจรจนกว่าจะคลี่คลายแล้ว จึงให้ดำเนินการตั้งจุดตรวจต่อไป
4. ในช่วงการเริ่มและเลิกตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้หัวหน้าชุดแจ้งศูนย์วิทยุตรีเพชร และศูนย์วิทยุ บก.02 ทราบทุกครั้ง
5. เน้นย้ำในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เพิ่มมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับอาวุธปืน หมายจับคดีค้างเก่า และยาเสพติด
6. ให้รอง ผบก., ผกก., รอง ผกก., สว. ออกควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวถึงการทำงานของตำรวจจราจรว่า ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชนโดยผู้ปฏิบัติต้องมีคุณธรรมมีจรรยาบรรณของตำรวจต้องถือปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 1212/2537 ลงวันที่ 1 ต.ค.2537อย่างเคร่งครัดโดยผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องควบคุมดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด
'บก.จร.' เตือน 'คนกรุง' ระมัดระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน 10 จุดอันตราย 'รถชนกันบ่อย'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ประชาสัมพันธ์ถึงผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่กทม.ระมัดระวังอันตรายและอุบัติเหตุบนถนนสายหลัก 10 จุดที่ตรวจสอบพบว่ามักเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันบ่อยครั้งที่สุดเป็นผลสืบเนื่องจากการศึกษาวิเคราะห์ร่วมกันระหว่าง บก.จร.กับสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครพบว่า 10 จุดอันตรายบนถนนสายหลักที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยในกรุงเทพมหานครเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้
จุดที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากที่สุด อันดับ 1 คือ ถนนเพชรบุรี บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ช่วงแอร์พอร์ตเรลลิงก์ สถานีมักกะสัน เนื่องจากรถที่มุ่งหน้าออกจากถนนกำแพงเพชร 7 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอโศกมนตรี และรถจากถนนดินแดง ทางตรงมักกะสันแย่งช่องจราจรกันทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกันบ่อยครั้ง นอกจากนี้รถจากถนนอโศก-ดินแดง เลี้ยวขวาเข้าถนนกำแพงเพชร 7 เลียบทางรถไฟเพื่อเข้าสู่ถนนนิคมมักกะสันโดยใช้วิธีขับผิดช่องจราจร (ย้อนศร) และตัดหน้ารถคันอื่นๆ ซึ่งทั้งสองปัจจัยทำให้บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ติดลำดับจุดเสี่ยงอุบัติเหตุมากที่สุด
ลำดับที่ 2 บนเส้นทางด่วนขั้นที่ 2 บริเวณต่างระดับพญาไท โดยอุบัติเหตุเกิดจากรถที่อยู่เลนซ้ายสุดเปลี่ยนเลนกะทันหันตัดหน้ารถที่กำลังมุ่งหน้าลงทางต่างระดับพญาไท เพื่อมุ่งหน้าลงทางต่างระดับยมราชทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นอกจากนี้ รถที่ลงจากทางต่างระดับพญาไทที่อยู่เลนขวาสุดจะมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต้องเบียดแย่งเลนกับรถทางตรงบนถนนพหลโยธินทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกัน รวมทั้งรถจากจุดทางลงต่างระดับพญาไทที่อยู่เลนซ้ายสุด มักมีการเบียดแย่งเลนเพื่อเบี่ยงเข้าช่องจราจรทางด้านขวามุ่งหน้าเข้าสู่ถนนพญาไท ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ
ลำดับที่ 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยสุขุมวิท 24 โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ที่ขับตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดขณะที่จอดรอสัญญาณไฟจราจร เมื่อรถเคลื่อนตัวจึงเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ยังเกิดจากรถที่ออกจากซอยแยกย่อยเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 24 เพื่อมุ่งหน้าไปยังถนนสุขุมวิทเบียดแย่งช่องจราจรกับรถทางตรง
ลำดับที่ 4 ถนนลาดพร้าว บริเวณซอยลาดพร้าว 101 ซึ่งเกิดจากรถที่วิ่งสวนมาจากถนนโพธิ์แก้ว มุ่งหน้าเข้าวัดบึงทองหลางโดยไม่สังเกตรถทางตรงจึงเกิดการชนอย่างกระชั้นชิด รวมถึงรถที่วิ่งมาจากถนนโพธิ์แก้วเลี้ยวซ้ายออกสู่ถนนลาดพร้าว 101 แย่งช่องจราจรกับรถทางตรงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นอกจากนี้ รถที่ขับจากซอยลาดพร้าว 101 เลี้ยวเข้าถนนโพธิ์แก้วทั้งสองด้านเบียดเข้าช่องจราจรเดียวกัน ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น
ลำดับที่ 5 ถนนพระราม 2 บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เกิดจากรถที่ออกจากห้างดังกล่าวมักเบี่ยงเลนเพื่อเข้าช่องจราจรด้านขวาสุด ทำให้รถที่มาจากทางเอกด้วยความเร็วสูงไม่สามารถเบรกได้ทัน รวมถึงบริเวณหน้าห้างมีสะพานกลับรถตั้งอยู่ ทำให้รถที่ลงจากสะพานกลับรถรีบเปลี่ยนช่องทางจราจรกะทันหัน และตัดหน้ารถทางตรงอย่างกระชั้นชิด โดยไม่รอให้รถทางตรงไปก่อน ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง
ลำดับที่ 6 ถนนเคหะร่มเกล้า บริเวณสามแยกโรงเรียนอรรถญาสาธิต เนื่องจากผู้ขับขี่เกิดความสับสนในช่องจราจรและขาดความระมัดระวัง ทำให้เกิดการเบียดแย่งช่องทางจราจร เช่น รถที่มุ่งหน้าออกจากโรงเรียนฯ ไม่มองขวา ขับรถออกเส้นทางหลักทันที จึงชนกับรถที่ออกมาจากการเคหะฯ หรือรถที่มุ่งหน้าเข้าการเคหะฯ ไม่ทันระวังด้านขวาจึงเกิดการเฉี่ยวชนกับรถที่ออกจากโรงเรียนเพื่อเข้าการเคหะฯ เช่นกัน
ลำดับที่ 7 ถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) บริเวณตลาดอ่อนนุช หน้าศูนย์การค้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ซึ่งผู้ขับขี่ที่เลี้ยวซ้ายออกจากบิ๊กซีสู่ถนนอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) แทนที่จะค่อยๆ ขอสัญญาณไฟแล้วเบี่ยงเข้าเลนขวา กลับใช้วิธีขับรถตัดรถคันอื่นเข้าสู่เลนขวาสุดเพื่อเลี้ยวขวาสู่ถนนสุขุมวิท รวมถึงรถที่เลี้ยวขวาออกจากบิ๊กซีมักจะตัดหน้ารถทางตรงอย่างกระชั้นชิดเพื่อมุ่งหน้าไปลาดกระบัง ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนเป็นประจำ นอกจากนี้ ยังเกิดจากรถที่ขับลงจากสะพานข้ามคลองพระโขนงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอ่อนนุชมักเบียดช่องจราจรกับรถที่ขับมาจากจุดกลับรถใต้สะพานในระยะกระชั้นชิดจนเกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้น
ลำดับที่ 8 ถนนสุวินทวงศ์ บริเวณสุวินทวงศ์ขาออก ช่วงกิโลเมตรที่ 52-55 โดยถนนช่วงดังกล่าวมีเนินสะพานสูงสลับกับทางโค้งจำนวนมาก ซึ่งจุดนี้ผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงเกินกำหนดมักจะควบคุมรถได้ยากและหลุดโค้งบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ปัจจัยที่ทำให้ถนนเส้นนี้มีอุบัติเหตุได้ง่ายคือ กรณีฝนตก ลักษณะผิวถนนที่มีความลื่นมากในช่วงเวลาฝนตกทำให้รถที่ใช้ความเร็วสูงเสียการควบคุม เมื่อถึงทางโค้งจึงหลุดโค้งและไถลตกข้างทาง
ลำดับที่ 9 ถนนพระราม 9 บริเวณสี่แยกพระราม 9-ประดิษฐ์มนูธรรม เกิดจากรถที่เลี้ยวซ้ายจากถนนประดิษฐ์มนูธรรมมักเบี่ยงเข้าเลนขวาอย่างกะทันหันและตัดหน้ารถในทางตรงจนเกิดการเฉี่ยวชนอย่างกระชั้นชิด นอกจากนี้ รถที่ออกจากถนนประดิษฐ์มนูธรรมทั้ง 2 ด้านได้รับสัญญาณไฟเลี้ยวขวาพร้อมกัน อุบัติเหตุจึงเกิดจากผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงทำให้ต้องตีโค้งกว้างขึ้นจนเกิดการเฉี่ยวชน
ลำดับที่ 10 ถนนนวมินทร์ บริเวณหน้าการเคหะแห่งชาติ โดยอุบัติเหตุเกิดจากรถที่ออกจากซอยเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนนวมินทร์มุ่งหน้าแยกบางกะปิ ขาดความระมัดระวังตัดหน้ารถที่ขับในช่องทางเอกอย่างกระชั้นชิดทำให้เกิดการเฉี่ยวชนกันขึ้นทั้งนี้ใน10จุดข้างต้นบก.จร.กองบัญชาการตำรวจนครบาลและสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครจะหารือร่วมกันอีกครั้งในการวางมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นเพื่อลดสถิถิอุบัติเหตุใน 10 จุดดังกล่าวต่อไป



