
ปภ.เชียงใหม่เฝ้าระวังปริมาณน้ำฝน
ปภ.เชียงใหม่ เฝ้าระวัง-ติดตามปริมาณน้ำฝน หลังกรมอุตุฯแจ้งเตือนพื้นที่ภาคเหนือมีฝนตกหนัก ขณะที่จ.ตาก ชาวตลาดริมเมยเก็บของหนีน้ำจ้าละหวั่น
29 ก.ค.56 นายคมสัน สุวรรณอัมพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้พื้นที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน เพชรบูรณ์ เลย หนองคายและบึงกาฬ ระวังฝนตกหนัก เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในอ่าวตั่งเกี๋ย เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม และทำให้หย่อมความกดอากาศจะเคลื่อนตัวมาทางตะวันตก เข้าปกคลุมพื้นที่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ในระยะ 1-2 วันนี้ สอดคล้องกับการประกาศแจ้งเตือนของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ แจ้งเตือนฉบับ ที่ 2 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันนี้ (29-30 ก.ค.) เตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคเหนือมีฝนตกชุก ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ
ทั้งนี้จากข้อมูลของห้องปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำหลาก-ดินถล่ม แจ้งสถานการณ์น้ำฝน วันนี้ (29 ก.ค.) เวลา 06.55 น. แจ้งเตือนภัยอพยพพื้นที่สีแดงด้วยปริมาณน้ำฝน ที่บ้านขุนต้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่ว 21 โมง 164 มิลลิเมตร ปริมาณฝนสะสม 15 นาที 6 มิลลิเมตร ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ปริมาณฝนสูงสุด รอบ 24 ชั่วโมง อยู่ที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ปริมาณน้ำฝน 60.8 มิลลิเมตร
อย่างไรก็ตามทางจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนในมิสเตอร์เตือนภัยทุกพื้นที่ เฝ้าติดตามปริมาณน้ำฝน หากพบว่าเกินกว่า 100 มิลลิเมตร มายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งไปยังประชาชนในพื้นที่ทันถ่วงที
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย นำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จำนวน 243 หมู่บ้าน แล้วเสร็จแล้ว คาดว่าจะสามารถป้องกันและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และลดความเสียหายได้
ตาก-ชาวตลาดริมเมยเก็บของหนีน้ำจ้าละหวั่น
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งคืน จนทำให้ระดับน้ำท่วม ถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลนครแม่สอดสูงขึ้นอีก เช่นเดียวกับที่ตลาดริมเมย ตำบลท่าสายลวด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระดับน้ำในแม่น้ำเมยไหลท่วมตลิ่ง ขึ้นมายังบริเวณตลาดริมเมย ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเก็บของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น เช่นเดียวกับฝั่งพม่าที่จังหวัดเมียวดี เจ้าหน้าที่ทางการพม่าได้ใช้นกหวีดเป่าให้สัญญาณ เพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณริมเมย และร้านค้าในจังหวัดเมียวดีรีบเก็บสินค้า และทรัพย์สินต่างๆ เพราะน้ำเมยเริ่มไหล ท่วมเข้าไปในตัวเมืองเมียวดีแล้ว ด้านนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด พร้อมด้วยคณะออกกกรวดน้ำท่วมตามชุมชนต่างๆ ซึ่งส่วนมาก ระดับน้ำอยู่ที่ 50 , 60 , 80 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้
ล่าสุดทางกองการศึกษาเทศบาลนครแม่สอด ได้ประกาศหยุดเรียนโรงเรียนในสังกัดเขตเทศบาลนครแม่สอด 5 โรงเรียน เป็นเวลา 1 วัน ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดที่บ้านหัวฝาย ตำบลพระธาตุผาแดง อำเภอแม่สอด ได้แจ้งเทศบาลแม่สอดทราบว่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำบ้านหัวฝาย รับน้ำได้ไม่ถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตรแล้ว และมีแนวโน้มน้ำจะล้นสปิลเวย์ หรือ ถึงจุดน้ำล้น จะทำให้น้ำ จากอ่างไปหนุนน้ำป่าที่กำลังท่วมในเมือง และรอบนอกหนักลงไปอีก
ตาก - นายกทน.แม่สอด ประชุมรับมือน้ำท่วมหนัก!
นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก ได้เรียกข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการ สังกัดเทศบาลนครแม่สอด ได้ประชุมหารือ เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอดมีระดับน้ำถึงช่องน้ำล้น ทำให้ไหลบ่า เข้าท่วมตัวเมืองแม่สอด และเป็นเหตุให้ถนนหลายสายเป็นอัมพาต รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เกือบทุกสาย ยกเว้นถนนสายเอเชีย และบางสายที่เป็นพื้นที่สูงเท่านั้น
การประชุมดังกล่าว นายเทอดเกียรติ ได้กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมแม่สอด โดยเฉพาะปัญหาการระบายน้ำออกจากนอกเมือง และยอมรับว่า มีฝนมากจนไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ประกอบกับรางระบายน้ำเทศบาลยังไม่สมบูรณ์แบบ ต่อมาทางนายเทอดเกียรติ ได้ประชุมประธานชุมชนในเขตเทศบาลทั้ง 20 ชุมชน โดยให้สำรวจความเสียหาย จากปัญหาน้ำท่วมทั้งหมด จากนั้นจึงได้ออกสำรวจน้ำท่วมตามชุมชนต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บริเวณตลาดริมเมย น้ำได้สูงถึง 150 เซนติเมตร จากน้ำเมยไหลบ่าเข้ามา ทำให้พ่อค้าแม่ค้า ต่างช่วยกันเก็บของออกไปยังจุดที่ปลอดภัย
อุตุฯลำพูนเผยมีปริมาณน้ำฝนมาก เตือนพืชการเกษตรเสียหาย
นายวิชัย ตินโนเวศ ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ลำพูน กล่าวว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออกยังคงมีกำลังแรงลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวฝนตกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณ จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย
ลักษณะอากาศในภาคเหนือ จะมี มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. การคาดหมายลักษณะอากาศ ในวันที่ 28-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 1-3 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
โดยมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แพร่ น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. การคาดหมายลักษณะอากาศ ในวันที่ 28-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในช่วงวันที่ 1-3 ส.ค. มีฝนฟ้าคะนองกระจายร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
สำหรับผลกระทบทางด้านการเกษตรในช่วงวันที่ 26-28 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆถึงกระจาย ร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 29-31 ก.ค. มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส - ในช่วงวันที่ 29-31 ก.ค. มีฝนตกชุกและฝนตกหนัก สภาพอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกรที่ปลูกพืชผักและไม้ดอกควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราไว้ด้วย - สำหรับชาวสวนลำไยที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วควรตัด แต่งกิ่ง และทาแผลรอยตัดด้วยสารป้องกันเชื้อรา และเก็บกวาดผลที่เน่าเสียและร่วงหล่นไป
น่าน-ฝนตกหนักติดต่อกัน-น้ำป่าหลากหลายอำเภอ
นายนิติวัทธน์ นิธินันท์ธาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน กล่าวว่า ได้เกิดฝนตกหนักในเขตพื้นที่ จ.น่าน ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 27- 29 ก.ค.เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้อ.ปัว,ท่าวังผา,เชียงกลาง และ อ.สองแคว จ.น่าน ได้รับผลกระทบเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในเขต อ.ท่าวังผา เชียงกลาง ทุ่งช้างและปัว และเกิดดินถล่มทับเส้นทางบริเวณบ้านนาแล /อุทยานภูคา บริเวณ กม.ที่ 15 ,ที่หน้าอบต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ และที่โรงเรียนไตรเขต บ้านสองแคว ต.นาไร่หลวง อ.สองแคว ระดับน้ำยาวบริเวณสะพานก่อนถึงโรงเรียนไตรเขตได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปยังโรงเรียนได้ ขณะนี้ผู้อำนวยการโรงเรียนได้สั่งปิดโรงเรียนแล้ว
ทั้งนี้ 1.ปริมาณน้ำฝน สูงสุดที่อ.สองแคว วัดได้ 199.8 มิลลิเมตร เป็นเหตุให้ระดับน้ำยาวไหลหลาก เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านหมู่ที่ 3 ต.ชนแดน และที่บริเวณสะพานก่อนถึงโรงเรียนไตรเขตได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปยังโรงเรียนได้ ขณะนี้ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้สั่งปิดโรงเรียนแล้ว จนกว่าจะภัยจะสิ้นสุด 2.ปริมาณน้ำฝนที่ อ.ปัววัดได้ 112 มิลลิเมตร เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่บ้านเรือนราษฎร พื้นที่การเกษตร อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น
3.อ.ท่าวังผา เป็นพื้นที่ที่ได้รับน้ำจาก น้ำหลายสาย ทำให้ระดับน้ำ N 64 ที่สะพานผาขวาง เมื่อเวลา 11.00 น.สูง 6.60 เมตร จุดวิกฤตที่ 9.50 เมตร ทำให้เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน ราษฏรเดือดร้อน 556 ครับเรือน ได้แก่ บ้านหมู่ที่ 2 บ้านนาหนุน 2 หมู่ที่ 3 บ้านแหน 2 หมู 5 บ้านน้ำโมง ต.ผาตอ , บ้านหมู่ 1 บ้านแหน 1 , หมู่ 2 บ้านวังผาง ,หมู่ 3 บ้านปางสา, หมู่ 7 บ้านน้ำแป่ง ต.ผาทอง ,บ้านหมู่ 4 บ้านเชียงแล , บ้านหมู่ 5 บ้านปูคา และบ้านหมู่ 6 ต.ริม , บ้านหมู่ที่ 1 บ้านนาหนุน 1 ต.แสนทอง
4.อ.เชียงกลาง ประมาณมาณน้ำฝน 173.0 มิลลิเมตร น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นบ้านเรือนพื้นที่การเกษตร บ้านหมู่ที่ 5 บ้านวังว้า ต.เปือ ,หมู่ที่ 5 บ้าน สบกอน ต.เชียงกลาง 5.อ.บ่อเกลือ ปริมาณน้ำฝนวัดได้ 95.0 มิลลิเมตร ทำให้เกิดดินถล่มลงมาปิดถนน ที่หน้า อบต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ ทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในเบื้องต้น โดยนายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และนายนิติวัทธน์ นิธินันท์ธาร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งขณะนี้น้ำได้เริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ อ.ท่าวังผาแล้ว ขณะที่นายราเชนทร์ กาบคำ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคน่าน ได้ส่งนักศึกษาลงไปช่วยราษฎร พื่นที่ อ.ท่าวังผาแล้ว
อุตุฯระนองเตือนระวังลมกรรโชกแรง
นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ได้เกิดลมกรรโชกแรงในพื้นที่ จ.ระนอง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบสภาวะอากาศพบว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้บริเวณทะเลอันดามันยังมีกำลังปานกลางค่อนข้างแรงในบางช่วง ทั้งยังมีกลุ่มเมฆฝนจากทะเลอันดามันเคลื่อนตัวไปทางตอนบนบริเวณกาญจนบุรี ทำให้ จ.ระนองขณะนี้มีฝนน้อย แต่เกิดลมพัดแรงเพราะอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาเมฆฝนจากทะเลเข้ามายังพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันค่อนไปทางตอนบน
ทั้งนี้ คาดว่าหลังวันที่ 30 กรกฏาคม เป็นต้นไป อาจจะมีเมฆฝนเพิ่มขึ้นทำให้เกิดฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้อีกชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยควรระมัดระวัง
ขอนแก่นฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ระดับน้ำเขื่อนกระเตื้อง
นายธนาวุฒิ ปัญจพรอุดมลาภ ผอ.ส่วนพยากรณ์ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า ฝนตกช่วงนี้เป็นแบบได้อารมณ์ฝน สภาพเป็นแผ่นกว้างโดยตกแบบปรอยๆพรำๆ กระจายทั่วไป แม้ว่าจะมีฝนกระจายทั่วไป แต่ลักษณะการตกแบบนี้ก็ไม่ทำให้น้ำเข้าเขื่อนมากนัก ดูจากสภาพฝนตลอดทั้งเดือนจะหนาแน่นที่ทางทางจังหวัดบึงกาฬ นครพนม และพื้นที่ใต้เขื่อน
ค่าเฉลี่ยฝนของขอนแก่น เดือน ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงกลางฤดู ค่าเฉลี่ยฝนทั้งเดือน ก.ค.เดือนเดียวเฉลี่ยกว่า 230 มม. ซึ่งถือว่าเกินกว่าเกณฑ์ปกติเดือน ก.ค.ฝนเฉลี่ย 160 มม. แต่ตลอดทั้ง 7 เดือนตั้งแต่ ม.ค.เป็นต้นมา จนสิ้นเดือน ก.ค. ปริมาณฝนรวมเฉลี่ย 400 กว่า มม. ขณะที่พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 2 เดือน เดือนส.ค.ถึง ก.ย.ฝนเฉลี่ยที่ 240 มม. ซึ่งปริมาณฝนเฉลี่ย ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เมื่อรวมเฉลี่ยอาจจะต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อรวมถึงสิ้นฤดูฝนจะได้ประมาณ 900 กว่า มม. ซึ่งปกติขอนแก่นถือว่าเป็นพื้นที่ฝนน้อยอยู่แล้ว จึงถือว่าไม่ผิดปกติมากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดบึงกาฬ นครพนม ซึ่งฝนชุกค่าเฉลี่ยมากกว่า 1,200 มม.
นายธนาวุฒิ กล่าวอีกว่า แต่ถ้าดูน้ำเขื่อนจะเอาค่าตัวเลขฝนตกมาวัดไม่ได้เสมอไป เนื่องจากที่สถานีขอนแก่นเองนั้นหรือสภาพการฝนตกของขอนแก่นหรือจังหวัดใกล้เคียง ไม่ได้อยู่เหนือเขื่อน น้ำที่จะไหลเข้าเขื่อนจะต้องตกเหนือเขื่อน ซึ่งเขื่อนอุบลรัตน์ก็ต้องตกหนองบัวลำภู เลยตอนล่าง และชัยภูมิช่วงลำน้ำเชิญ
ด้านนายทรงยศ เจิดนภาพันธ์ ผอ.โรงไฟฟ้าพลังน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยเกือบ 20 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค.น้ำไหลเข้าอ่าง 12 ล้านลบ.ม.จนขณะนี้ระดับน้ำในอ่าง ได้ขยับขึ้นมาเป็น 802 ล้านลบ.ม. หรือน้ำใช้ได้ประมาณ 220 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่วางใจเนื่องจากสภาพฝนแม้ว่าจะตกกระจาย แต่เมื่อดูปริมาณน้ำที่ตกเหนือเขื่อน พยากรณ์ล่วงหน้ายังไม่มีชัดเจน คงต้องรอดูในระยะเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ว่าร่องฝนจะอยู่เหนือเขื่อนหรือไม่ และต้องดูพายุในช่วงปลายปีอีกครั้งว่าจะเข้ามาเติมอ่างได้มากน้อยแค่ไหน
แม้ว่าจะมีน้ำเข้าแต่ก็ต้องศึกษาหรือดูผลไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อที่จะไม่กระทบกับเกษตร หรือการใช้น้ำอื่นๆ โดยเฉพาะนาปรังทั้งเหนือและใต้เขื่อนที่ต้องใช้รวมกันเฉลี่ย 1,000 ล้าน ลบ.ม. ตลอดทั้งปี ซึ่งปีที่ผ่านมาต้องประกาศให้หยุดทำนาปรัง มาแล้ว ขณะที่การระบายน้ำปัจจุบันปล่อย น้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าวันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม.
เคยเกิดเหตุการณ์น้ำในอ่างสูงสุด แม้ว่าฝนจะหยุดกลางเดือนก.ย.แล้วแต่นำยังคงไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่องจนสูงสุดในวันที่ 19 ต.ค.2554 เกินกว่า 2,880 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินกว่าระดับน้ำปกติของอ่าง ที่จุได้ 2,431 จนทำให้ต้องระบายน้ำสูงสุดวันละ 50 ล้าน ลบ.ม. ทำให้กระทบเกิดน้ำท่วมท้ายเขื่อนตามมา ก็ต้องรอดูช่วงเดือนส.ค.ถึงก.ย.ที่ร่องฝนจะอยู่เหนือเขื่อนจะมีผลต่อระดับน้ำเขื่อน ทำให้ต้องจัดการน้ำตามมติคณะกรรมน้ำจังหวัด เพื่อกักเก็บน้ำให้เพียงพอกับอุปโภคบริโภค
ชัยภูมิ-พายุฝนถล่มบ้านพักคนงานพังยับ!
มีรายงานขอความช่วยเหลือด่วนจากชาวบ้านโสก หมู่ 12 ต.บ้านโสก อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ว่าเกิดเหตุพายุฝนพัดถล่มรุนแรงหนักในรอบกว่า 60 ปีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในพื้นที่ จนมีบ้านเรือนราษฎรซึ่งเป็นบ้านพักคนงานนับ 10 หลัง และโรงงานขนาดใหญ่ 2 แห่ง พังเสียหายจำนวนมาก จนชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีไฟฟ้าใช้ และสัญญาโทรศัพท์ใช้การไม่ได้จึงไม่สามารถติดต่อคนมาช่วยเหลือได้มาตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา เนื่องจากเสาไฟฟ้าและไฟสายขาดล้มเสียหายไปหลายสิบต้น ล้มขวางทางเข้าออกหมู่บ้านกระจายไปทั่วจำนวนมาก
จนรุ่งเช้านายประเสริฐ อุดมเวช เจ้าของโรงงานประเสริฐผลไม้ดอง เลขที่ 398 บ้านโสก หมู่ 12 ได้พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจาก อบต.บ้านโสก และหน่วยงาน ปภ.ชัยภูมิ ให้เร่งช่วยประสานหน่วยงานการไฟฟ้า เข้ามาช่วยต่อไฟให้ และตัดไม้ที่มีทั้งต้นสักทอง ยางพารา ที่ปลูกไว้ภายในโรงงานจำนวนมากนับสิบ ไร่ ถูกแรงพายุหมุนพัดหักโค่นเสียหายทั้งหมด พัดไปไกลตกตามถนนขวางทางจราจรทางเข้าหมู่บ้านอีกจำนวนมาก และมีบ้านพักคนงานหลายสิบหลังพังเสียหาย รวมทั้งตัวโรงงานขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บมะม่วงดอง และโรงงานผลิตน้ำดื่มสองพี่น้อง ที่ตั้งอยู่ ใกล้กันอีกแห่ง มีหลังคา สังกะสี บ้านพักทั้งของตนเองและคนงาน ของโรงงานทั้ง 2 แห่ง พังเสียหายหนักเกือบทั้งหลังอีกทั้งหมดด้วย
ซึ่งยังโชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในครั้งนี้ ซึ่งพากันวิ่งหนีตายมาหลบพายุฝน ที่มีลักษระเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่พัดรุนแรงมาก เพื่อหนีมาหลบรวมตัวกันภายในโรงงานได้บางส่วน และต้องการเต้นท์และที่พักชั่วคราวที่มาช่วยพอได้มีที่หลบฝนในขณะนี้ไปก่อนด้วย เพราะฝนยังคงตกหนักอยู่ในพื้นที่อยู่ในขณะนี้ไม่ขาดสายต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นมูลค่าความเสียหายเฉพาะตัวโรงงาน 2 แห่ง ในครั้งนี้มี มูลค่าไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท
โดยการช่วยเหลือในขณะเบื้องต้นที่ทาง ปภ.ชัยภูมิ อบต. ได้นำเต็นท์ขนาดใหญ่ไปช่วยตั้งให้ชาวบ้านได้ใช้หลบฝน พอให้ชาวบ้านกว่า 10 ครอบครัวได้มีที่พักชั่วคราวไปก่อนแล้ว ระหว่างเร่งติดตั้งสายไฟฟ้าและเสาที่ล้มเสียหายจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้ไฟฟ้าในหมู่บ้านทั้งหมดกว่า 100 หลังคาเรือนได้ตามปกติในไม่เกินช่วงค่ำวันนี้ และจะช่วยระดม อปพร. อส.เข้าเครียดพื้นที่ช่วยซ่อมแซมโรงงาน และบ้านเรือนราษฎรที่เสียหาย พอได้กลับมาอาศัยตามเดิมได้ก่อนไม่เกิน 1-2 วันนี้ต่อไป



