ข่าว

'ประชา'พร้อมรับมือรุนแรงทุกระดับ!

'ประชา'พร้อมรับมือรุนแรงทุกระดับ!

29 ก.ค. 2556

'ประชา' รับ สถานการณ์การเมืองช่วงเปิดสภาฯ รุนแรงได้ทุกระดับ ด้าน 'เลขาฯสภา' เผยประสาน 'สตช.' พร้อมรับม็อบ 100% 'อดุลย์' ยันดูแลม็อบต้านรบ.ตามกม.

 

                                      29 ก.ค. 56  เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปในเดือน ส.ค.นี้ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีแน่นอน เพราะกลุ่มที่มีความเห็นต่างมีอยู่มากพอสมควร ส่วนจะมีมากน้อยเพียงใดนั้นยังประเมินไม่ได้ แต่ทางรัฐบาลจะดำเนินการในทางที่เหมาะสมและดีที่สุด เพราะเราให้สิทธิทางกฎหมายในเรื่องของการชุมนุม ซึ่งการแสดงออกนั้นแต่ละกลุ่มสามารถกระทำได้ กฎหมายให้กรอบไว้อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ฝากไว้ว่าขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ให้กระทบกระเทือนกับสังคมในภาพใหญ่ต่อไป

                                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้อย่างไรบ้าง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า มีการพูดคุยกันไว้ ทางตำรวจเองมีแผนในการที่จะดูแลเรื่องนี้อยู่ เมื่อถามว่า การข่าวประเมินไว้หรือไม่ว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อเหตุความรุนแรง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า จะมีมือที่สามหรือไม่นั้นเราไม่สามารถไปห้ามปรามได้ แต่เราระมัดระวังพยายามที่จะหาข่าว ถ้ามีเราจำเป็นต้องเบรกและสกัดไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย

                                      เมื่อถามว่า ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมามีการขับมอเตอร์ไซด์เชิญชวนให้คนออกมาร่วมชุมนุม ตรงนี้เข้าข่ายความผิดหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เขายังไม่ได้ทำอะไรในทางที่ผิด เป็นแค่ความเห็นที่แตกต่างกับทางรัฐบาล และรัฐบาลเราได้ดำเนินการอย่างโปร่งใสอยู่แล้วในเรื่องของการบริหารประเทศ ฉะนั้นผู้ที่มีความเห็นต่างก็พยายามจะยัดเยียดมาให้ว่ารัฐบาลทุจริตบ้าง ไม่บริสุทธิ์บ้าง แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในทุกสังคมของทุกประเทศ เมื่อถามว่า ต้องระดับไหนจึงจะใช้กฎหมายจัดการได้ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ตัวบทกฎหมายมีกรอบชัดเจนอยู่แล้ว หากผิดเราสามารถที่จะใช้ตัวบทกฎหมายนั้นดำเนินการได้

                                      เมื่อถามว่า ก่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในวันที่ 7 ส.ค. มีการเตรียมไว้หรือไม่ว่าอาจจะต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง รองนายกฯ กล่าวว่า เราเตรียมอยู่ตลอดเวลา อะไรที่จะกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศเราต้องเตรียมแผนรองรับไว้ เป็นธรรมดา ผู้ที่หน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องเตรียมไว้ เมื่อถามว่า ประเมินว่าถึงขั้นไหนจึงจะต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง รองนายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปประเมินถึงขั้นนั้น เหตุการณ์ยังไม่เกิด ฝนตกเขายังไม่ให้กางร่ม ฝนยังไม่ตกอย่าเพิ่งไปกางร่ม

                                      เมื่อถามว่า การที่ผู้ชุมนุมไม่ได้บอกสถานที่ชัดเจน ทางรัฐบาลจะต้องมีการระมัดระวังพื้นที่ไหนเป็นพิเศษหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการหาข่าวและการสืบสวน ตรงนี้เป็นเทคนิคเฉพาะ เราคงเปิดเผยไม่ได้ ฝ่ายที่จะกระทำก็พยายามอย่างเต็มที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา รัฐบาลเองก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาความสงบตรงนี้ จะคุมสถานการณ์ให้อยู่ให้ได้ เป็นหลักธรรมดา เมื่อถามว่า การข่าวประเมินไว้หรือไม่ว่าการเมืองจะรุนแรงซ้ำรอยปี 49 รองนายกฯ กล่าวว่า เราประเมินไว้ สามารถที่จะเกิดได้ในทุกระดับ แต่เราจะมีมาตรการในการแก้ไขและการป้องกันอย่างไรตรงนั้นเป็นมาตรการของรัฐบาลที่เตรียมเอาไว้ เมื่อถามว่า ในทำเนียบรัฐบาลจะต้องเข้มงวดในการป้องกันหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะทำเนียบรัฐบาลเป็นศูนย์บัญชาการและบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เราต้องดูแลและรักษาไว้

 

 

'เลขาฯสภา' เผยประสาน 'สตช.' พร้อมรับม็อบ 100%

 

                                      นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ช่วงเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป ในวันที่ 1 ส.ค. ว่า สำนักเลขาฯได้ประสานยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อขอกำลัง วางแผนการ ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมในการรับมือต่อทุกสถานการณ์ 100% โดยจะมีการเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกในระหว่างประชุมฯ และมีการประเมินด้านการข่าวระหว่างสตช. หน่วยงานความมั่นคง และสำนักเลขาธิการสภาฯ ซึ่งขณะนี้ก็ปกติ ประเมินว่าเป็นการชุมนุมปกติ ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการปะทะนั้น การข่าวยังไม่ถึงขนาดนั้น โดยสภาฯก็จะจัดส่วนกันพิ้นที่ให้ และคาดว่าจะไม่มีมือที่ 3 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะควบคุมดูแลมวลชน ให้ชุมนุมด้วยความสงบ ไม่ให้ปะทะกัน

                                      นายสุวิจักขณ์ กล่าวต่อว่า ในห้องประชุมมีการเตรียมชุดปฏิบัติการไว้ 2 ชุด 10 นาย เพื่อเชิญสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบออกจากห้องประชุม ซึ่งมีการซักซ้อมกันมาอย่างดี และยังมีกำลังตำรวจสภา คอยคุ้มกันประธานสภาฯ คณะรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ โดยจะประจำการอยู่หลังบังลังก์ตลอดการประชุม ไม่ให้มีใครบุกรุกถึงตัวประธานสภาได้ฯ ส่วนทางออกฉุกเฉินก็มีการเตรียมพร้อมเช่นทุกปี

                                      เมื่อถามว่ากรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณปรับปรุงสถานที่ต่างๆในสภาฯ ซึ่งบางรายการมีราคาที่สูงเกินความเป็นจริง นายสุวิจักขณ์ กล่าวว่า การดำเนินงานปรับปรุงอาคารสถานที่ภายในรัฐสภา อาทิ ห้องขายของที่ระลึกสภาฯห้องรับเรื่องราวร้องทุกข์ ก็เป็นไปตามระเบียบทุกประการ มีการจัดทำทีโออาร์จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 ส่วนที่กรรมาธิการขอเอกสารทีโออาร์มานั้น ก็ได้จัดส่งให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ทุกโครงการก็ยังมีคณะกรรมการพิจารณาตั้งแต่การทำทีโออาร์ และทุกสัญญาต้องส่งไปให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

                                      นอกจากนี้การที่นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบตน ก็คงเห็นว่าใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ข้อเท็จจริงเป็นงบประมาณต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 , 2555 และ2556 หากไม่ดำเนินการงบประมาณก็ต้องคืนคลังไป ส่วนงบประมาณที่ท้วงติงมาว่ามากเกินไป กรรมาธิการก็มีการทบทวนอยู่แล้ว

 

 

'อดุลย์' ยันตำรวจพร้อมดูแลม็อบต้านรัฐบาล

 

                                      พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวถึงมาตรการรับมือการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามกฎหมาย สามารถกระทำได้ ซึ่งตำรวจได้มีการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจะยึดหลักกฎหมาย และขั้นตอนตามหลักสากล ส่วนการประเมินจำนวนของผู้ที่มาร่วมชุมนุม และระดับความรุนแรงนั้นตำรวจจะประเมินแบบวันต่อวัน ส่วนผู้ที่จะมาชุมนุมจากข้อมูลทราบว่าเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้

                                      ผู้สื่อข่าวถามว่าจากข้อมูลด้านข่าวมีสัญญาณบอกเหตุว่าจะมีความรุนแรงหรือเหตุป่วนไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตำรวจต้องมีการประเมินแบบวันต่อวันซึ่งเราต้องมองในแง่ดีว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมาชุมนุมตามสิทธิ ขณะที่ตำรวจเองก็มีหน้าที่ในการดูแลความเรียบร้อยซึ่งเราก็ต้องทำอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการปิดล้อมอาคารรัฐสภาหรือทำเนียบรัฐบาลในส่วนนี้ตำรวจได้มีการซักซ้อมแผนไว้แล้ว ยืนยันว่าจะทำอย่างดีที่สุด

 

 

ฝึกหนัก 3 วัน หลักสูตรเข้มปราบจลาจลต้านม็อบบุก 'ทำเนียบ-รัฐสภา'

 

                                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลฝึกอบรมหลักสูตรปราบจลาจลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1-9 พร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มต่างๆ ทุกรูปแบบที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลและคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่กำลังจะมีขึ้นวันเปิดประชุมสภาโดยฝึกซ้อมจริงในทำเนียบรัฐบาลรวม3วันตั้งแต่เช้าวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงค่ำวันนี้ (29 ก.ค.) โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. รองผบช.น.ทำหน้าที่ผู้บัญชาเหตุการณ์จุดต่างๆ ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับหมวดปราบปรามจลาจล รวม 30 กองร้อย ร่วมประเมินสถานการณ์ และฝึกความพร้อมกองกำลังตามยุทธวิธีปฏิบัติแผน “กรกฎ 52” อย่างเข้มข้นมีกำลังตำรวจนครบาล กองร้อยควบคุมฝูงชน ชุดปราบจลาจล หน่วยอรินทราช ตำรวจชุดคอมมานโดกองปราบปรามเข้าร่วม โดย ผบ.ตร.เน้นย้ำเรื่องการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ บุคคลสำคัญและการรักษาสถานที่ตั้งสำคัญโดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาเป็นพิเศษไม่ให้ผู้ชุมนุมปิดล้อมบุกรุกเข้าไปอย่างเด็ดขาด

                                      พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อมทุกฝ่ายตลอดเวลาโดยตำรวจสันติบาลและนครบาลติดตามการข่าวแบบวันต่อวัน ผบ.ตร.กำชับให้ทุกหน่วยทำงานอย่างเต็มที่รวมถึงกำชับฝ่ายกฎหมายให้เตรียมพร้อมพนักงานสอบสวนไว้ตรวจสอบดำเนินการด้านกฎหมายกรณีมีผู้กระทำความผิดและเตรียมการด้านงบประมาณ ตลอดจนการส่งกำลังบำรุงตำรวจที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่รับสถานการณ์แล้ว

                                      โฆษกตร. ยืนยันว่า การเตรียมความพร้อมของตำรวจไม่ได้เป็นการปิดกั้น หรือกดดันการชุมนุม ประชาชนทุกคนสามารถเข้าร่วมชุมนุมได้ตามสิทธิ แต่เพื่อความสงบเรียบร้อยตำรวจต้องเตรียมการไว้พร้อมสั่งการได้ทันทีโดยใช้กำลังลงพื้นที่ 25 กองร้อยจากนครบาล กองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 1 , 2 , 7 และตำรวจตระเวนชายแดนเตรียมการ ณ ที่ตั้ง 5 กองร้อย แต่ไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดระดมมาในคราวเดียว คงใช้กำลังของนครบาลก่อน หากพบสถานการณ์รุนแรงหรือขยายวงกว้างออกไปก็จะระดมกำลังที่เตรียมไว้เข้ามาเสริมทันที

                                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วง3วันเป็นการฝึกซ้อมควบคุมฝูงชนภายในทำเนียบรัฐบาล รัฐสภาตามขั้นตอนปฏิบัติจากเบาไปหาหนักมีการสมมติจำลองสถานการณ์ที่รุนแรงรูปแบบต่างๆ การฝึกการใช้กำลัง กองร้อยควบคุมฝูงชน การควบคุมฝูงชนของเจ้าหน้าที่ตามแผนสากล เน้นจากยุทธวิธีเบาไปหาหนัก เริ่มจากการแยกประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากพื้นที่ชุมนุม การตั้งแนวกั้นแท่นเบริเออร์ป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งการเจรจากับทางกลุ่มผู้ชุมนุม หากไม่เป็นผล หรือมีการละเมิดกฎหมาย และมีแนวโน้มนำไปสู่ความรุนแรง เจ้าหน้าที่จะเริ่มใช้ยุทธวิธีบริหารวิกฤติการณ์ ที่ผ่านการฝึกฝนมาจนเกิดความชำนาญเข้าควบคุมสถานการณ์การประกาศเตือนกรณีมีการยั่วยุขว้างปาสิ่งของทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมด้วยมือเปล่า หรือบังคับใส่กุญแจมือ ใช้คลื่นเสียง ใช้น้ำฉีด ใช้แก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย กระบอง เป็นมาตรการสุดท้าย ที่สำคัญก่อนปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนจะประกาศผ่านสื่อมวลชนให้ประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบก่อนทุกครั้งโดย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ และ พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น.ดูแลความมั่นคงและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทำการควบคุมดูแลการซ้อมยุทธวิธี กำราบม็อบอย่างใกล้ชิดพร้อมปรับระดับความเข้มเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย มากขึ้นเน้นย้ำการชุมนุมที่ถูกต้อง จะต้องชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และไม่บุกรุกสถานที่ต่างๆ

                                      พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวย้ำว่า กฎหมายจะต้องศักดิ์สิทธิ์ การชุมนุมบนถนนต้องเคารพกฎหมาย การฝึกในวันนี้ไม่ได้ฝึกแต่เฉพาะผู้ปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฝึกผู้สั่งการด้วย โดยการฝึกไม่ได้มีเป้าหมายที่จะสลายการชุมนุมแต่ฝึกเพื่อทำความเข้าใจ ไม่ได้ต้องการใช้กำลัง แต่จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เป็นการฝึกทบทวนการใช้กำลังเพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่หลีกเลี่ยงการปะทะกันระหว่างมวลชน ดำรงเส้นทางการจราจรให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้นใช้ถนน รวมทั้งดูแลเส้นทางการจราจรเข้าออกกรณีที่ ส.ส.จะต้องเข้าประชุมสภา หรือการประชุมสำคัญของประเทศซึ่งจะต้องมีการประชุมได้แต่เห็นแตกต่างกันก็ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ทางตำรวจจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่หากจะมาปิดถนน ยึดทำเนียบ ยึดสภานั้น มันไม่ใช่วิธีทางของประชาธิปไตยและยืนยันว่าสถานการณ์รุนแรงต่างๆที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้เริ่มก่อนเรามีเพียงโล่ห์ไว้กำบังเท่านั้นจะไม่ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด

                                      ด้าน พล.ต.ต.พิชิตชัย ศรียานนท์ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า จากการข่าวสันติบาลคาดการชุมนุมวันแรกจะมีมวลชนมาร่วมประมาณ 5,000 คนยังไม่ทราบพิกัดการรวมตัวประเมินไว้ 2 จุด คือทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาใช้กำลังตำรวจจากนครบาลในการดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ด้านนอกด้านในและสถานที่ราชการสำคัญตามแผนกรกฎ 52 โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งเตรียมกำลังตำรวจ ทั้งจากนครบาล ภูธรภาคต่าง ๆ และตำรวจตระเวนชายแดน ไว้ 25 กองร้อย พร้อมใช้ในการดูแลความเรียบร้อยด้วย

 

 

'วิสุทธิ์' เผยใช้กำลัง 700 นาย คุมเข้มรัฐสภา สั่งตรวจกระเป๋า-รถ 'รมต.-ส.ส.-ขรก.'

 

                                      นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึงการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 1 ส.ค. ว่า ฟังจากข่าวก็น่ากังวล แต่ทางปฏิบัติในการดูแลรักษาความปลอดภัยยังเหมือนเดิม ได้เรียกเจ้าหน้าที่มาพบและสั่งการให้ตรวจเข้มรถทุกคัน เอ็กซเรย์กระเป๋าทุกใบ ทั้งรัฐมนตรี ส.ส.ข้าราชการและทุกคน รวมถึงห้ามพกพาอาวุธโดยเด็ดขาด ดังนี้ต้องขออภัยผู้ใหญ่ทุกท่านที่จะไม่ได้รับความสะดวกตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป โดยในวันประชุมร่างกฎหมายสำคัญจะใช้กำลังดูแลความปลอดภัยภายในรัฐสภา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 กองร้อย หรือ 600 นาย รวมกับตำรวจรัฐสภาอีก 100 นาย รวมเป็น 700 นาย ส่วนบริเวณรอบๆ รัฐสภา เป็นเรื่องของ บช.น. และขอฝากกลุ่มที่จะมาชุมนุม ว่า สภาฯเป็นสถานที่ประชุมของสมาชิกรัฐสภา ควรรักษาสภาฯไว้ให้เป็นหลักของระบอบประชาธิปไตย ห้ามบุกรุกหรือขัดขวางการเข้าประชุมของสมาชิก จะถือว่าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ และขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย ทั้งนี้หากบุกรุกเข้ามาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย จะให้เจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี การแสดงความเห็นต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย

                                      ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมนั้น ประธานที่ทำหน้าที่ทุกคน ต้องยึดหลักความเป็นกลางอยู่แล้ว และตนจะเคร่งครัดกับข้อบังคับเช่นที่ผ่านมา เพื่อให้สภาไปได้ ใครฝ่าฝืนต้องเชิญให้นั่งถ้าไม่นั่งก็เชิญออกนอกห้อง และตนได้จัดเตรียมบันไดให้กับสมาชิก รวมถึงข้าราชการและสื่อมวลชนด้วย เมื่อถามว่ากลัวเกิดการเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายวิสุทธิ์กล่าวว่า เราเห็นต่างกันได้แต่ไม่ควรปะทะกัน หากรักประเทศชาติจริง ไม่อยากเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย ก็อย่าเชียร์ให้คนมาตีกัน การยุให้คนฆ่ากันคือคนไม่ดี

 

 

'ผบช.น.' ย้ำผู้ชุมนุมอย่า 'ขวางทาง' ส.ส.เข้าประชุมสภา

 

                                      พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ออกมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลว่า ส่วนตัวแล้วคิดว่า เรื่องของการเมือง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักการเมืองพูดคุยกันในสภา ไม่ควรขัดขวาง ส.ส.ที่จะเข้าไปประชุม ควรปล่อยให้เข้าไปอภิปราย อย่าไปขัดขวาง เพราะเป็นตัวแทนของประชาชนที่เลือกมา จะไปขัดขวางกันทำไม

                                      ผบช.น. กล่าวอีกว่า เรามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บันทึกภาพข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน กรณีเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจับภาพผู้ที่กระทำผิดไว้ได้หลายราย และมีการดำเนินคดีไปแล้ว รวมถึงมีการฝึกซ้อมการปฏิบัติมาอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เฉพาะรับมือม็อบในช่วงนี้เท่านั้น มีการฝึกมาตั้งแต่เป็น ผบช.น.ใหม่ๆ ซึ่งก็มีการฝึกซ้อมและปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอด โดยนำบทเรียนที่ได้รับจากม็อบต่างๆ ที่ผ่านมา นำมาปรับใช้ด้วย เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุด