ข่าว

'มาร์ค'แนะจับตา1ส.ค.ยัดไส้นิรโทษหรือไม่

'มาร์ค'แนะจับตา1ส.ค.ยัดไส้นิรโทษหรือไม่

29 ก.ค. 2556

'มาร์ค 'เชื่อประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ แต่ค้าน'นิรโทษฯ'คนเผาบ้านเผาเมือง แนะจับตา 1 ส.ค.เปิดสมัยประชุม ไร้หลักประกันไม่ถกกม.นิรโทษ

               29 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นของประชาชนกว่า 60 % เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมว่า ตนคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่มีความขัดแย้ง และความผิดเล็กน้อยสังคมพร้อมที่จะนิรโทษกรรมได้ แต่ตนเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการที่เอาอาวุธสงครามทำร้ายประชาชน เผาทรัพย์สินสถานที่ราชการและเอกชนแล้วบอกว่าไม่มีความผิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน ทางออกที่เหมาะสม คือ ทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน และพิจารณารายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป.โดยหารือกับญาติผู้เสียชีวิต พูดคุยเรื่องการนิรโทษกรรมเฉพาะความผิดที่สังคมเห็นชัดเจนว่า ไม่กระทบต่อการบังคับใช้กฎหมาย หรือการมีกฎหมายในอนาคต เรื่องก็จบ แต่ความขัดแย้งในขณะนี้เกิดจากมีการพ่วงคนอื่นเข้าไปด้วย การฆ่ากัน ยิงกัน เอาระเบิดใส่กัน เผากัน แล้วไม่มีความผิดก็ได้ เพียงเพราะว่าเป็นเรื่องการเมือง แล้วจะหาความสงบในอนาคตได้อย่างไร และหากไปถามถ้าคนที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ก็เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่สมควรนิรโทษกรรม

                 ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่สามารถถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ค้างในสภาได้เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัตินั้น นายกฯไม่เข้าใจระบบการเมืองไทย ระบบรัฐสภา เพราะนายกฯเป็น สส. และเป็นหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปรองดอง อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับผลกระทบในการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง แต่การที่พูดแบบนี้เพราะพยายามที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางการเมืองมากกว่า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของคนใกล้ชิด ตั้งแต่พี่ชายไปจนถึงคนอื่น โดยกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็มีโอกาสหลุดคดีก่อการร้าย โดยเฉพาะเนื้อหาในกฎหมายของนายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่เขียนถึง คำว่า “คนมีอำนาจสั่งการ“ ซึ่งอาจมีการตีความ ทั้งที่น่าจะมีการระบุว่า ใครมีอำนาจสั่งการบ้างเพราะนายวรชัยอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

                “นายกฯอ้างว่ามีเสียงเดียวทำอะไรไม่ได้ ไม่จริง ผมว่านายกฯต้องพูดความจริงกับประชาชน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในระบบรัฐสภา นายกฯไม่สามารถอยู่ได้ถ้าไม่สามารถกุมเสียงข้างมากในสภาได้ เพราะฉะนั้นเป็นความพยายามเลี่ยงความรับผิดชอบเท่านั้น และกฎหมายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลก็มีการคุมกันอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จะปฏิเสธความจริงเกี่ยวกับระบบที่พรรคเพื่อไทยคุม สส.อยู่หรือไม่ ในระบบรัฐสภา ฝ่ายบริหารกับเสียงข้างมากในสภาอยู่ฝ่ายเดียวกัน มันไม่ใช่ระบบแยกอำนาจเหมือนระบบประธานาธิบดี นี่คือข้อเท็จจริงอย่าไปบิดเบือน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถ้าหัวหน้ารัฐบาลพูดว่า เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ขอชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน ตนเชื่อว่าทำสำเร็จ แต่ปัญหาคือไม่อยากทำ ไม่อยากรับผิดชอบ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลคงมีการประเมินกระแสอยู่ตลอดเวลา โดยประเมินเรื่องคนคัดค้านจะมีแรงมากน้อยแค่ไหนอย่างไร มากกว่าที่จะคำนึงถึงหลักการ ความถูกต้อง และทำไมรัฐบาลไม่ฟังผลสำรวจประชาชนที่ต้องการให้มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องมากกว่า

                เมื่อถามว่า วันที่ 1 ส.ค.จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของนายวรชัย หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ระเบียบวาระของวันที่ 1 ส.ค. ไม่มีเรื่องกฎหมาย มีแค่ญัตติ เรื่องรับทราบ และกระทู้ถาม ซึ่งไม่เคยมีการยกเว้นข้อบังคับให้พิจารณาเรื่องที่ไม่อยู่ในวาระ แต่ก็ต้องระวัง เพราะสามารถขอยกเว้นใช้ข้อบังคับได้ ดังนั้นต้องระวัง อย่างไรก็ตามหากเป็นเช่นนั้นจริงก็แสดงให้เห็นถึงเจตนาและจะทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งกระแสข่าวที่ระบุว่าอาจมีการผลักดันสามวาระรวดนั้น ตนเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะพวกตนจะแปรญัตติกันทุกคน ไม่จบแน่ ส่วนที่นายกฯไม่อยู่ในประเทศนั้นก็เป็นความพยายามของนายกฯที่จะเลี่ยงความรับผิดชอบ ทั้งที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ จึงขอว่าอย่าบิดเบือนระบบ อย่าหลอกลวงประชาชน