
คราบน้ำมันทะลักเต็มหาดอ่าวพร้าว
คราบน้ำมันทะลักเต็มหาดอ่าวพร้าว 'นทท.ไทย-เทศ'คืนห้องพักด้าน'อานนท์'สั่งดาวเทียม-เรดาร์จับตาน้ำมันรั่ว ขณะที่'นักวิชาการ'ห่วงคราบน้ำมันกระทบปะการัง
29 ก.ค.56 ความคืบหน้ากรณีท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด เกิดรั่วไหล ทำให้น้ำมันดิบไหลลงทะเล จำนวน 50,000 ลิตร นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 22.00 น. ได้รับรายงานว่า ที่บริเวณชายหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง เต็มไปด้วยคราบน้ำมันจำนวนมาก มีระยะทางยาวกว่า 600 เมตร และห่างออกจากฝั่งไปประมาณ 20 เมตร คราบน้ำมันก็จะมีความหนาประมาณ 20- 30 ซม. และห่างออกไปในทะเลอีกประมาณ 200 เมตร คราบน้ำมันจะเป็นลักษณะคล้ายฟิลม์บางๆ
ทั้งนี้ เช้าวันนี้ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการ จ.ระยอง จึงสั่งการให้ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 , อบต.เพ, เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด รีบดำเนินการจัดเก็บคราบน้ำมันโดยด่วน ขณะเดียวกัน ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยจำนวนมาก ที่พักอยู่บริเวณอ่าวพร้าว เตรียมเดินทางออกจากที่พักก่อนกำหนดในเช้าวันนี้ เพราะไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้
"อานนท์" สั่งดาวเทียม-เรดาร์จับตาน้ำมันรั่วขยายวงกว้าง
รายงานสถานการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) วันที่ 28 ก.ค 2556 เวลา 16.30 น. ข้อมูลกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งคาดว่าแนวโน้มการเคลื่อนและการกระจายของคราบน้ำมันส่วนหนึ่ง มุ่งเข้าสู่เกาะเสม็ดด้านตะวันตก ในปริมาณเล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลเรดาร์ชายฝั่งแสดงคลื่นสูงเกือบ 2 เมตร และอีกส่วนหนึ่งหากถูกสกัดกั้นไม่หมดคาดว่าจะผ่านช่องเขาแหลมหญ้า เข้าสู่ชายหาดบริเวณบ้านเพ
ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา สทอภ.ได้ร่วมกับ กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ ติดตามและคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบเรดาร์ ประกอบกับสถานีเรดาร์ตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่งของ สทอภ. และสถานีเรดาร์ชายฝั่งของกรมอุตุนิยมวิทยา
ดร.อานนท์ กล่าวต่อว่า ภาพจากดาวเทียม เรดาร์แซท-2 ของประเทศแคนาดา เมื่อเวลา 18.31 น. ของวันที่ 27 ก.ค. แสดงให้เห็นคราบน้ำมันที่ผิวหน้าทะเล มีความกว้างยาวประมาณ 1.5 X 8.3 ตารางกิโลเมตร โดยส่วนหัวของคราบน้ำมันมีการเคลื่อนตัวห่างจากจุดรั่วไหลประมาณ 15 กม. และค่อยๆ ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ส่วนปริมาณน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลประมาณ 5 หมื่นลิตร จากจุดเกิดเหตุที่อยู่ห่างจากท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด จังหวัดระยอง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร โดย 12 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ คราบน้ำมันได้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเข้าหาฝั่ง
"ข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำ ชี้ให้เห็นว่าคราบน้ำมันที่ผ่านการย่อยสลายมาแล้วระดับหนึ่ง มีการแพร่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยทิศทางของคราบน้ำมันจะเริ่มเข้าสู่ชายฝั่ง ตามแนวหาดแม่รำพึง เขาแหลมหญ้า เกาะสเม็ดด้านทิศตะวันตก บางส่วนอาจเข้าไปถึงอ่าวศรีราชา จากระยะทางความกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นราว 3-4 กิโลเมตร ขณะที่ความยาวอยู่ที่ 8 กิโลเมตร อีกทั้ง การติดตามสถานการณ์คราบน้ำมันต้องใช้ดาวเทียมระบบเรดาร์ที่มีความจำเพาะ แต่เนื่องจากไม่มีดาวเทียมเป็นของตัวเอง จึงไม่สามารถสั่งถ่ายได้ทุกวัน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่มีอยู่ เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลจากสถานีเรดาร์ชายฝั่ง จะช่วยให้การติดตามสถานการณ์ทำได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น" ดร.อานนท์ กล่าว
“หากปล่อยให้คราบน้ำมันจำนวนมากลอยขึ้นฝั่ง การแก้ไขจะทำได้ลำบาก แต่หากทำให้คราบน้ำมันย่อยสลายไปตั้งแต่ในทะเล จะลดความอันตรายได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา อาจจะหลายวัน ซึ่งต้องมีเทคนิคในการจัดการ ความรุนแรงของเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการกำจัดคราบน้ำมัน จากสภาพที่ไม่ละลายน้ำให้ละลายน้ำ รวมถึงการใช้แบคทีเรียช่วยย่อยสลายให้คราบน้ำมัน" ดร.อานนท์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานภาครัฐได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ตลอดจนสถานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณใกล้เคียงให้เตรียมพร้อมรับมือ โดยงดเล่นน้ำทะเล งดการใช้น้ำทะเลเพื่อการเพาะเลี้ยง ขนย้ายสิ่งของที่อาจได้รับความเสียหายจากคราบน้ำมัน รวมทั้งให้ความร่วมมือในการป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน
"นักวิชาการ"ห่วงคราบน้ำมันกระทบปะการัง
นายวิเชียร จึงรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการกำจัดคราบน้ำมันที่เกาะเสม็ด โดยเบื้องต้นคราบน้ำมันถึงบริเวณอ่าวพร้าว ซึ่งคงจะใช้วิธีกำจัดหากที่ขึ้นฝั่งแล้วคงใช้วิธีการปัดกวาดเอาไปกำจัด แต่หากอยู่บริเวณชายหาดใกล้ๆ คงจะใช้วิธีการดูดน้ำขึ้นมาเพื่อกำจัดออกอีกครั้ง
"ตอนนี้ยังประเมินความเสียหายไม่ได้ คงจะต้องใช้เวลาอีกประมาณสัปดาห์ในการกำจัดคราบน้ำมันที่ติดอยู่ชายฝั่งทะเล และผิวน้ำใกล้ฝั่ง" นายวิเชียร กล่าว
ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากที่ได้ติดตามข่าวสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเลฝั่งอ่าวไทย เชื่อว่า สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ผลกระทบจากคราบน้ำมันขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ คราบน้ำมันที่เข้าใกล้ชายฝั่ง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ และแนวปะการังซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งค่อนข้างมาก หากคราบน้ำมันมาถึงชายฝั่งบ้านเพ ซึ่งเป็นแหล่งทำประมงเชื่อว่าจะส่งผลกระทบมากกว่านี้
"คราบน้ำมันขนาด 50-70 ตัน อยู่ในทะเลถือเป็นความรุนแรงระดับปานกลางที่สามารถล้อมกรอบและใช้สารเคมีในการกำจัดได้ แต่ระยะเวลาที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้กระจายไปไกลจนยากจะควบคุม และส่งผลกระทบต่อแนวปะการังในพื้นที่เสื่อมโทรมอยู่เป็นทุนเดิม" ดร.สุชนา กล่าว
"พีทีที โกลบอล" เร่งจัดการคราบน้ำมัน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดเก็บคราบน้ำมันบริเวณหาดอ่าวพร้าวเกาะเสม็ด หมู่ 4 ต.เพ อ.เมืองระยอง ทางบริษัท พีทีที โกลบแอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) ได้แถลงการณ์ ล่าสุดว่า นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง และคณะผู้บริหารของบริษัทฯได้เดินทางไปที่อ่าวพร้าว พร้อมพนักงานบริษัทฯได้ดำเนินการเก็บคราบน้ำมัน ต่อมากำลังทหารจาก กองพันทหารราบที่ 7 ค่ายมหาสุรสิงหนาถ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระยอง กว่า 300 คน ซึ่งทางผู้ว่าฯได้ขอกำลังทหารมาสนับสนุนเพิ่มอีก 200 นายระดมเก็บคราบน้ำมัน
นอกจากนี้ บริษัทฯได้จัดเรือจำนวน 5 ลำ ร่วมกับเรือจากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) อีก 5 ลำ ระดมฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมัน รวมทั้งเครื่องบิน c 130 ของบริษัท ออยสื สปิลเรสปอนด์ จำกัด ได้พ่นน้ำยาสลายคราบน้ำมันรวม 32,000 ลิตร ดดยได้รับการสนับสนุนน้ำยาจากบริษัท ไทยออยส์ สตาร์ปิโตรเลี่ยม รีไฟนิ่ง จำกัด และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) ส่วนมาตรการในขณะนี้คือ การวางบูมที่บริเวณหัวและท้ายของอ่าวพร้าว เพื่อป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันกระจายออกไปนอกอ่าวพร้าว พร้อมทั้งให้เรือฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมันเพิ่มเติมที่กลุ่มคราบน้ำมันกำลังลอยบริเวณหน้าอ่าวขาม และอ่าวน้อยหน่า ขณะเดียวกันบริษัทฯได้จัดส่งเครื่องดักจับคราบน้ำมันและอุปกรณ์ต่างๆไปเพิ่มเติมให้กับทีมงานอย่างสุดความสุดความสามารถ และจะดำเนินการขจัดคราบน้ำมันให้หมดโดยเร็วที่สุด.



