ข่าว

โรคจิตอาละวาดฉีดน้ำกรดใส่ตาหญิงสาว

โรคจิตอาละวาดฉีดน้ำกรดใส่ตาหญิงสาว

10 มิ.ย. 2552

ชายโรคจิตใช้ขวดสเปรย์ไล่ฉีดน้ำกรดเข้าตาเหยื่อสาวนับสิบรายที่โคราช อาศัยจังหวะผู้เสียหายขับขี่รถเพียงลำพังช่วงหัวค่ำ ไม่ยอมแตะทรัพย์สิน เหยื่อปวดแสบปวดร้อนถึงขั้นกระจกตาถลอก แพทย์ชี้หากรักษาไม่ถูกวิธีเสี่ยงตาบอดได้ ตร.คาดอาจเป็นพวกคึกคะนองหรือโรคจิตสั่งชุด

 เหตุคนร้ายโรคจิตอาละอาดเอาน้ำกรดไล่ฉีดใส่หญิงสาว เปิดเผยเมื่อผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวหลายรายถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลขามสะแกแสง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา เพื่อมารักษาที่แผนกจักษุ ชั้น 6 อาคาร 8 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยหญิงสาวทั้งหมดมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง เนื่องจากถูกคนร้ายฉีดน้ำกรดใส่ดวงตาขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน

 ทั้งนี้ มีเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 4 คน คือ น.ส.ละอองดาว หิ้งงาม อายุ 28 ปี นักวิชาการศึกษา อบต.โนนเมือง อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา  น.ส.ประภัสสร สมศรีโย อายุ 25 ปี เจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ชาวบ้านชีวึก ต.ชีวึก อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา น.ส.กชกร เลี่ยงภูมิ อายุ 32 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย และนางพัชรา สมิสสุตานนท์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 1 ต.ชีวึก อ.ขามสะแกแสง จ.นครราชสีมา

 จากการสอบถามทราบว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมักจะออกก่อเหตุในช่วงหัวค่ำ โดยชายที่ก่อเหตุรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 30-40 ปี สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามประกบเหยื่อในระยะกระชั้นชิด ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านไปตามถนนภายในเขต อ.ขามสะแกแสง ก่อนลงมือคนร้ายจะบีบแตรทักทายเหมือนเป็นคนรู้จักกัน แต่เมื่อเหยื่อหันหน้ามามอง คนร้ายก็จะฉีดน้ำกรดจากขวดพลาสติกสีขาวขุ่นพุ่งเข้าใส่ที่ตาของเหยื่อ ทำให้เหยื่อปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตาต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลขามสะแกแสง ก่อนที่แพทย์จะส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จากนั้นคนร้ายก็ขี่รถจักรยานยนต์หนีไปโดยที่ไม่ได้ทำร้ายหรือฉกชิงทรัพย์สินแต่อย่างใด

 น.ส.ประภัสสร เหยื่อรายหนึ่งกล่าวว่า ถูกคนร้ายก่อเหตุช่วงค่ำวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยคนร้ายฉีดน้ำกรดเข้าที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างจนไม่สามารถมองเห็นได้ในช่วงแรก แต่ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้นตามลำดับแล้ว ยังคงเหลือเพียงดวงตาข้างขวาที่ยังมีอาการปวดแสบอยู่ แพทย์ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขามสะแกแสง ให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายโรคจิตรายนี้แล้ว

 นพ.ณัฐชัย นิธิอภิญญาสกุล หัวหน้ากลุ่มงานจักษุแพทย์ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า จากการตรวจอาการผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาทั้ง 4 คน พบว่าสารเคมีที่ถูกฉีดพ่นเข้าไปในดวงตาเป็นสารเคมีเหลวที่ไม่สามารถระบุว่าเป็นสารเคมีชนิดใด เนื่องจากถูกล้างออก ก่อนมาถึงโรงพยาบาล ทราบแต่เพียงว่าสารเคมีมีฤทธิ์ความเป็นด่าง ผู้ป่วยมีอาการโดยรวมดีขึ้นแต่ยังคงมีอาการถลอกที่กระจกตา แพทย์รักษาด้วยวิธีการล้างตาด้วยน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นเท่ากับน้ำตาเพื่อปรับค่าความเป็นด่างให้ลดน้อยลง และต้องให้ผู้ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่ออีกสักระยะเพื่อดูอาการและใช้กระดาษทดสอบความเป็นกรด-ด่าง ตรวจสอบน้ำตาของผู้ป่วยเป็นระยะๆ

 "สารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นด่างหากเข้าไปในตาแล้ว ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีอาจจะทำให้ตาบอดได้ เนื่องจากฤทธิ์ความเป็นด่างจะไม่เหมือนฤทธิ์ความเป็นกรดที่จะทำลายส่วนที่ถูกสัมผัส แต่ฤทธิ์ความเป็นด่างหากเข้าตาแล้วจะแทรกซึมเข้าไปในเยื่อตาชั้นในหากล้างออกไม่หมด จะทำลายเยื่อตาไปเรื่อยๆ จนตาอาจถึงขั้นบอดได้" นพ.ณัฐชัยกล่าว

 นพ.ณัฐชัยกล่าวอีกว่า แพทย์ได้ประสานไปยังผู้ป่วยอีก 2 คนที่เข้ามารับการรักษาก่อนหน้านี้แล้วไม่ได้พักรักษาที่โรงพยาบาลให้กลับมาดูอาการและล้างตาอีกครั้งเพื่อป้องกันอันตรายจากฤทธิ์ความเป็นด่างที่เข้าตาจากสารเคมีเหลว ในส่วนวิธีการป้องกันและรักษาสารเคมีที่มีฤทธิ์ความเป็นด่างเข้าตา เบื้องต้นแพทย์แนะนำให้ผู้ป่วยรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดเพื่อเจือจางสารเคมีที่เข้าตา ก่อนรีบมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อล้างตาด้วยน้ำเกลืออีกครั้งและรับการรักษาอย่างถูกวิธี

 ด้าน พ.ต.ต.สมบูรณ์ จันทร์โท สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.ขามสะแกแสง เจ้าของคดี กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดเมื่อต้นเดือนมิถุนายน สภ.ขามสะแกแสงได้รับแจ้งความจากประชาชนในท้องที่ว่าถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ และฉีดสารเคมีใส่ตา 3 คน ซึ่งผู้เสียหายทั้งหมดเป็นหญิงสาวอายุระหว่าง 25-40 ปี นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่ามีหญิงสาวอีกนับสิบคนตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความทั้งหมดแล้ว ทั้งหมดให้การตรงกันว่า รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างสูงผอม ผิวคล้ำ พฤติกรรมของคนร้ายจะใช้รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง ขี่ตามประกบเหยื่อโดยจะเลือกเฉพาะเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปตามถนนสายที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ในช่วงเวลาพลบค่ำระหว่างเวลา 19.30 -21.00 น.

  จากนั้นก็จะใช้ขวดน้ำพลาสติกดัดแปลงเป็นขวดสเปรย์บรรจุสารเคมีฉีดใส่ตา และหนีไป แต่คนร้ายไม่ประสงค์ทรัพย์หรือกระทำความเสียหายใดๆ กับเหยื่อ จึงจัดชุดตำรวจลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสจนพอทราบตัวคนร้ายแล้ว และกำลังเฝ้าจับตาดูพฤติกรรมผู้ต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด คาดว่าจะสามารถหาหลักฐานมาจับกุมตัวได้ไม่เกินสัปดาห์นี้ ส่วนเหตุจูงใจที่ทำให้คนร้ายก่อเหตุน่าจะเป็นเพียงความพอใจส่วนตัว ความคึกคะนองที่ชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น หรืออาจจะมีอาการทางจิต แต่ทั้งนี้ต้องรอสอบสวนภายหลังการจับกุมตัวคนร้ายได้ก่อน สำหรับข้อหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งไว้ คือ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา

 ด้าน พ.ต.อ.ยศวริชท์ ภูการุณย์ ผกก.สภ.ขามสะแกแสง กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความในกรณีดังกล่าวแล้วนับสิบคน โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คนเดียวในเวลากลางคืน ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามหาเบาะแสของคนร้ายโรคจิตรายนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว และอยากฝากเตือนประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตอนกลางคืนให้ระมัดระวังตัวเอง หากพบเห็นสิ่งใดผิดสังเกตก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด