ข่าว

พลิก!เก้าอี้ส.ส.'ฮุนเซน'ลด-ฝ่ายค้านเพิ่ม

พลิก!เก้าอี้ส.ส.'ฮุนเซน'ลด-ฝ่ายค้านเพิ่ม

28 ก.ค. 2556

ชาวกัมพูชาแค้นชื่อหาย อดหย่อนบัตร จุดไฟเผารถตำรวจ 'สม รังสี' ลั่นหากพบหลักฐานโกงจริง ประท้วงแน่ ผลไม่เป็นทางการ พลิก!เก้าอี้ส.ส.'ฮุนเซน'ลดฝ่ายค้านเพิ่ม

            ผลการเลือกตั้งทั่วไปของกัมพูชา ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าสร้างความประหลาดใจและพลิกล็อกเล็กๆ แม้ว่าพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ที่อยู่ในอำนาจมานาน 28 ปี ยังคงเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะบริหารประเทศต่ออีกสมัยตามคาดหมาย แต่จำนวนที่นั่งหดหายไปถึง 22 ที่นั่ง
               
           จากการเปิดเผยของนายเขียว กัณหฤทธิ์ รัฐมนตรีข่าวสารกัมพูชาและโฆษกพรรคซีพีพี ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. ระบุว่า พรรคซีพีพีชนะเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 68 ที่นั่ง ขณะที่พรรคกอบกู้แห่งชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ภายใต้การนำของนายสม รังสี  ได้ที่นั่งเพิ่มจาก 29 เป็น 55 ที่นั่ง คะแนนเสียงห่างกันเพียง 13 ที่นั่ง  จากเดิม 90 ต่อ 29 ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอย่างฟุนซินเปก ไม่ได้รับเลือกเลยแม้แต่ที่นั่งเดียว
    
           ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้งกัมพูชา (เอ็นอีซี) เริ่มประกาศผลการตรวจนับคะแนนทีละคอมมูน หรือตามเขตเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อเวลา 20.30 น. ราว 5 ชั่วโมงครึ่งหลังปิดหีบบัตรเลือกตั้งในเวลา 15.00 น. ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะเสร็จสิ้น แต่ถ้าหากผลเลือกตั้งได้รับการยืนยันตามนี้ก็จะถือว่าพรรคซีพีพีสูญเสียที่นั่งในสมัชชาแห่งชาติอย่างมีนัยสำคัญ


           อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางรายงานเหตุไม่ชอบมาพากลมากมาย ทั้งจากผู้สื่อข่าวท้องถิ่นที่รายงานผ่านสังคมออนไลน์ และกลุ่มสังเกตการณ์การเลือกตั้ง โดยเฉพาะการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่พบชื่อของตนเองในบัญชีรายชื่อ หรือเมื่อมาถึงคูหาแล้วกลับพบว่า มีคนใช้สิทธิลงคะแนนของตัวเองไปแล้ว
         
             นายกล ปัญญา ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมในกัมพูชา (คอมเฟรล) ซึ่งเป็นคณะสังเกตการณ์ท้องถิ่น กล่าวว่า ข้อร้องเรียนหลักคือความยากลำบากในการหาชื่อตนเอง ซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งใหญ่ๆ
        
             ส่วน นายกล เพรียบ ผู้อำนวยการองค์กรความโปร่งใสกัมพูชา กล่าวว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะประกาศว่า นี่เป็นการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม ตนคิดว่ากระบวนการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่มีอยู่จริง การเข้าถึงสื่อไม่เท่าเทียม และผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้รับอนุญาตให้ลงสมัคร
          
             ปัญหาเรื่องบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เนื่องจากคอมเฟรล ตรวจสอบพบปัญหาว่าอาจมีผู้ไม่สามารถลงคะแนนได้มากกว่าล้านชื่อ ตั้งแต่ก่อนวันลงคะแนน  และประเด็นเดียวกันนี้ได้เป็นสาเหตุของเหตุวุ่นวายในหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง เขตเมียนเจย ของกรุงพนมเปญ เนื่องจากผู้ต้องการใช้สิทธิหลายคน ร้องเรียนว่าไม่พบชื่อของตนเองในบัญชีรายชื่อที่จัดทำโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (เอ็นอีซี) ทั้งที่ลงทะเบียนไว้แล้ว จึงเกิดความโกรธแค้นถึงกับล้มรถตำรวจคันหนึ่งและจุดไฟเผา จนตำรวจต้องยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดเพื่อระงับเหตุ
          
             อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากเหตุการณ์นี้ การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งจนถึงวันลงคะแนน ถือว่าเป็นไปโดยสงบเรียบร้อยกว่าการเลือกตั้ง 4 ครั้งก่อนหน้า     
         
             ส่วนนายสม รังสี หัวหน้าพรรคกอบกู้แห่งชาติ (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ไม่มีโอกาสที่จะมีภาพเช่นนี้ เพราะไม่มีสิทธิลงเลือกตั้งและลงสมัคร ส.ส. เนื่องจากเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษความผิดคดีอาญา และเดินทางกลับประเทศก่อนเลือกตั้งเพียง 9 วัน แต่ได้ติดตามภรรยาขณะออกไปใช้สิทธิ์ และตระเวนดูหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ในพนมเปญ เพื่อรวบรวมหลักฐานความไม่ชอบมาพากลเพิ่มเติม
        
             นายสม รังสี กล่าวว่า หากพบว่ามีสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่ามีการโกงเลือกตั้งจริง พวกเขาจะประท้วงอย่างแน่นอน