
จากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง(1)
นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
จะเป็นเพราะไม่หลาบจำกับบทเรียนจากอาหรับสปริงเมื่อปี 2553 ต่อเนื่องถึง 2554 คราวที่รัฐบาลของหลายประเทศแถบตะวันออกกลางล้มระเนนระนาดราวกับโดมิโน หรือเป็นผลพวงจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในแดนดินถิ่นอินทรีต่อเนื่องมาเป็นวิกฤติมันฝรั่งในทวีปเก่ายุโรป หรือเป็นเพราะกระแสตื่นตัวของชนชั้นกลางที่เพิ่งมีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกแทนที่สหภาพแรงงานหรือกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ หรือเป็นเพราะอิทธิพลของสื่อออนไลน์ที่สามารถกระจายข้อมูลข่าวสารในวงกว้างภายในเวลาอันรวดเร็ว หรือเป็นเพราะลิขิตของดวงดาวทำให้ดวงเมืองของหลายประเทศเกิดแตกเป็นสองขั้วสามขั้ว แต่ที่จริงแท้แน่นอนก็คือ เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธองค์ที่ว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ในเมื่อมีเหตุปัจจัยอยู่แล้ว
เหตุปัจจัยที่เป็นต้นตอของสารพัดความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคหลายทวีปทั่วโลก จนบ้านเมืองร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ จากแดนสองทวีปตุรกีลัดฟ้าไปยังแดนแซมบ้าบราซิล แล้วข้ามน้ำข้ามทะเลและทะเลทรายมายังแดนสฟิงซ์อียิปต์ที่เกิดวิกฤติการเมืองซ้ำสองในชั่วปีเดียว ก่อนจะย้อนกลับไปที่บัลแกเรียสปริง ในยุโรป ซึ่งเกิดตัดหน้า "ไทยสปริง" แค่ปลายจมูก อาจจะมีที่มาที่ไปต่างกันออกไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือเป็นตัวบอกเวลาที่มีแต่นับถอยหลังของรัฐบาลอำนาจนิยม ที่ไม่ยอมฟังเสียงประชาชน ซึ่งคุณภาพชีวิตมีแต่ย่ำแย่ลงตามลำดับ ปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น และการเล่นพรรคเล่นพวกในวงกว้าง
ช่วงที่สายตาของคนทั่วโลกต่างจับจ้องมาที่ไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มว่าอาจจะเกิด "ไทยสปริง" ขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ อันเนื่องจากรัฐบาลไม่สนใจจะแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ปล่อยให้รัดเข็มขัดแน่นขึ้นรูแล้วรูเล่าอย่างตามมีตามเกิด มุ่งมั่นแต่จะพาพ่อของพวกเสื้อแดงกลับบ้านแบบเท่ๆ เหนืออื่นใดก็คือปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นมากเป็นประวัติการณ์ หากทุกอย่างเป็นไปตามลิขิตของดวงดาว นักวิชาการทั้งไทยและเทศส่วนใหญ่เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีขึ้น คงไม่เป็นแบบ "อียิปต์สปริง" รอบสองที่ทหารตบเท้าขึ้นมาปฏิวัติยึดอำนาจจากประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี เพราะถึงจะมีคลิปลับถั่งเช่าที่พูดจาดูถูกคนในเครื่องแบบ แต่คนในเครื่องแบบก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอะไร หรือทำตัวเป็น "เตมีย์ใบ้" ทั้งสิ้น
สิ่งที่หลายคนจับจ้องมองด้วยใจระทึกก็คือ เกรงว่าอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย "บัลแกเรียสปริง" ประเทศยากจนที่สุดในทวีปยุโรปมากกว่า กรณีที่ประชาชนนับหมื่นคนลุกฮือล้อมรัฐสภานานยืดเยื้อกว่าเดือนแล้ว แม้ว่าจะถูกปราบอย่างรุนแรงก็ตาม
----------------------
(นอกบ้านผ่านเมือง : บทเรียนจากอาหรับสปริงสู่บัลแกเรียสปริง (1) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



