
ลุ้น'...'เงินคืน' สหกรณ์ฯคลองจั่น
ลุ้น'...'เงินคืน' สหกรณ์ฯคลองจั่น : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
สะเทือนวงการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศกว่า 1,300 แห่ง เมื่อ "สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น" ซึ่งก่อตั้งมา 30 ปี พบปัญหาถูกยักยอกเงินไปกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญา เพื่อหาหลักฐานและอายัดทรัพย์ "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เงื่อนปมความผิดปกติเริ่มเขม็งเกลียวตั้งแต่การประชุมสามัญประจำปี 2555 ล่ม เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2556 หลังพบการปล่อยสินเชื่อที่ผิดระเบียบและมีข้อน่าสงสัยจำนวนมาก โดยสินเชื่อก้อนหนึ่งมีลูกหนี้ชื่อว่า "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มียอดเงินยืมทดรอง 3,298.34 ล้านบาท สั่นคลอนความเชื่อมั่นของสมาชิกกว่า 5 หมื่นราย และมีความประสงค์จะถอนเงินฝากคืน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ตั้งแต่หลังสงกรานต์(13 เม.ย.)ที่ผ่านมา
...รองเท้าหลายสิบคู่ถูกถอดเรียงรายไว้บริเวณหน้า "สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น" สะท้อนความร้อนใจของบรรดาสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งแวะเวียนมาสอบถามความคืบหน้ากันตลอดทั้งวัน ด้วย "ความหวัง" เต็มเปี่ยมว่า พวกเขาจะได้รับข่าวดีในการเบิก-ถอนเงินของตนเองในบัญชี
บริเวณด้านหน้าของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ติดประกาศระบุว่า "เรียนสมาชิกทุกท่าน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้สหกรณ์ต้องเลื่อนกำหนดออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้" หลังจากที่นายศุภชัยมีการประชุมกับสมาชิกเพื่อเลื่อนการเบิก-ถอนเงินจากวันที่ 16 กรกฎาคม 2556 เป็นวันที่ 1 สิงหาคมนี้
"ลุงพงษ์" วัย 61 ปี เป็นสมาชิกสหกรณ์แห่งนี้มาได้ 5 ปี มีเงินฝากอยู่ประมาณ 8 ล้าน มาคอยเฝ้าติดตามข่าวอยู่ในสหกรณ์ บอกกับ "คม ชัด ลึก" ด้วยแววตาเศร้าว่า ตั้งใจว่าจะหยุดทำงานธุรกิจต่างๆ แล้วจะมาเบิกเงินไปปลูกบ้าน ตั้งใจจะหยุดงานใช้ชีวิตสบายๆ แต่ตอนนี้ก็ต้องมาหางานทำอีก เพราะเงินเก็บทั้งชีวิตที่มาฝากสหกรณ์ไว้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้คืนหรือไม่ ก็เผื่อใจไว้ว่าโอกาสได้คืนน้อย แต่ยังหวังว่าทางรัฐบาลจะเข้ามาช่วยเหลือ
ส่วน "ป้านิด" วัย 52 ปี ยอมรับว่า มีเงินฝากอยู่หลักล้าน ส่วนใหญ่เป็นเงินที่นำมาหมุนใช้ในธุรกิจ ที่เลือกมาฝากเงินที่นี่ เพราะผลตอบแทนดี แต่พอมีปัญหาขึ้นมา ก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายนแล้ว
"คนมาปรับทุกข์กันที่นี่ เพราะเขาเครียดมาก เพราะเอาเงินที่ได้ตอนเกษียณมาไว้ที่นี่หมดเลย หวังว่าจะเอาไว้กินตอนแก่ หวังจะได้ดอกเบี้ยกินอยู่ บางคนก็เครียดจะคิดฆ่าตัวตายก็มี ฉันได้แต่ปลอบเขาไปว่า ถ้าเราเครียดวันนี้เงินเราก็ยังไม่ได้คืนอยู่ดี สักวันหนึ่งเงินเราต้องได้คืน ต้องอยู่ด้วยความหวังว่ามันต้องได้คืน แต่ถ้าไม่ได้คืนจริงๆ เราก็ต้องยอมรับความจริงว่า เราไปฝากความหวังที่เขามากเกินไป" ป้านิด ปลอบใจตัวเอง
ไม่ต่างจาก "ลุงหมาย" วัย 58 ปี ยอมรับว่า ทุกคนมีความโลภ เชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนดี พอเกิดเรื่องแบบนี้ทุกคนก็ไม่สบายใจ ได้แต่หวังว่าจะได้เงินคืนกลับมาบ้าง
"ป้าสมร" วัย 55 ปี เสริมว่า ทุกๆ วัน จะเดินทางมาที่สหกรณ์เพื่อติดตามข่าวสาร และรับฟังปัญหาของเพื่อนสมาชิกสหกรณ์คนอื่นๆ ด้วย ตอนนี้สามีก็เสียชีวิตไปแล้ว ตั้งใจว่าจะใช้เงินก้อนนี้ในบั้นปลาย แต่ต้องมานั่งเครียด เพราะไม่รู้เงินจำนวนนี้มันจะอยู่ไหม
"ที่มากันทุกวันก็เพื่อมาถามว่าเมื่อไหร่จะเบิกได้ วันที่ 1 สิงหาคม จะเบิกได้จริงไหม เราก็มาตามข่าวแล้วก็มาแจ้งคนที่แฟลตอีกที ก็มาเดินหาข่าวว่าคนนั้นพูดแบบนี้ คนนี้พูดแบบนั้น ก็ฟังก็คิดตาม ดีกว่าอยู่คนเดียว เรามาหาเพื่อน พูดแล้วก็จะสบายใจขึ้น ขอเบอร์ติดต่อกัน เพราะเผื่อมีอะไรได้ถามเขาได้ ก็มาทุกวัน ก็ยังหวังลึกๆ ว่าน่าจะได้เงินคืน" ป้าสมร บอกอย่างมีความหวัง
ส่วน "ป้าละไม" มีเงินฝากอยู่กับสหกรณ์เกือบ 2 ล้านบาท ก็หวังว่าจะได้เงินคืน ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ก็เลื่อนไปวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ตอนนี้ก็ได้แต่มาตามข่าว กลัวว่าเขาจะหลอกให้ดีใจ แล้วผัดวันไปเรื่อยๆ สมาชิก 5,200 คน ตอนนี้ทุกข์กันทุกคน ใครฝากมากก็ทุกข์มาก
"คม ชัด ลึก" ติดต่อไปยังสหกรณ์ สอบถามถึงเรื่องการเบิก-ถอนเงินในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ เจ้าหน้าที่สหกรณ์รายหนึ่ง อ้างว่า ต้องรอคำตอบจากผู้บริหารอีกครั้งว่าจะมีการเลื่อนหรือไม่ หากมีการเปิดให้ถอนเงิน ก็จะทยอยให้เบิกถอนเงิน โดยให้เอาสมุดออมทรัพย์และบัตรประชาชนเตรียมมา แต่ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถเบิก-ถอนยอดเงินได้เท่าไหร่ หรือจะถอนเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือเพียงแค่ 2 หมื่นบาท คงต้องรอการยืนยันจากทางผู้บริหารอีกครั้ง
ด้าน "กิตติก้อง คณาจันทร์" ผอ.ศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า ล่าสุดได้มีการแจ้งข้อหาแก่นายศุภชัยแล้ว หลังจากนี้ต้องมีการสืบสวน สอบสวนพยานเพื่อรวบรวมหลักฐาน ถ้ามีหลักฐานเพียงพอก็จะส่งฟ้องต่ออัยการ ส่วนเรื่องที่มีสมาชิกสหกรณ์กังวลใจว่าจะไม่ได้รับเงินที่ฝากไว้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เป็นการดำเนินคดีเป็นตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวกับสหกรณ์ และต้องทำความเข้าใจว่าสหกรณ์ยังไม่ได้ปิดตัวลง แค่ขาดสภาพคล่องทางการเงินเท่านั้น ในส่วนของดีเอสไอนั้นเพียงแค่ดำเนินคดีเท่านั้น ในส่วนสหกรณ์ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล และยืนยันว่าสหกรณ์ไม่ได้ล้ม แต่การที่จะฟื้นฟูสภาพคล่องนั้นคงต้องรอให้ผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาบริหารงานต่อไป
30 ปี..สหกรณ์ฯคลองจั่น
"สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด" ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2526 โดยนายวิวัฒน์ พัฒนศักดิ์สุธี, นายมณฑล กันล้อม และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร สหกรณ์ดังกล่าว เป็นสถาบันการเงินแบบปิด จะให้บริการทางการเงินได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมและชุมชน โดยนำวิธีการสหกรณ์ และหลักประชาธิปไตยมาใช้ในการบริหารจัดการ โดยสมาชิกจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์และมีสัญชาติไทย มีทะเบียนบ้านจริงอยู่ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ สมาชิกต้องเข้ารับการอบรมและผ่านการทดสอบความรู้อย่างน้อย 1 ครั้ง และต้องสะสมทุนเรือนหุ้นเป็นประจำสม่ำเสมอ จึงจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์
........................................
(หมายเหตุ : ลุ้น'...'เงินคืน' สหกรณ์ฯคลองจั่น : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



