
ใกล้ลต.เขมรสุดคึกเผยที่'ฮุนเซน'ลงคะแนน
ชาวกัมพูชาเดินทางกลับบ้านเกิดใช้สิทธิเลือกตั้งคึกคัก หวังรัฐบาลใหม่แก้ปัญหาทุจริต-สร้างงาน "สม รังสี" โวยรัฐบาลตุกติก
ก่อนหน้าที่ชาวกัมพูชาผู้มีสิทธิและลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวน 9.67 ล้านคน ออกไปหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคมนี้ นายสม รังสี ผู้นำพรรคกอบกู้ชาติ (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของกัมพูชา ได้ออกมาโวยอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันพักหาเสียงก่อนวันเลือกตั้ง ว่า มีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างเกิดขึ้น โดยเฉพาะรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งซ้ำหลายหมื่นคน ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านบางส่วนสามารถลงคะแนนได้สองครั้ง ทั้งยังกล่าวหาว่าหมึกที่ใช้ป้ายนิ้วชี้หลังใช้สิทธิเลือกตั้งลบออกได้
"คนอีกมากจะโหวตให้เรา แต่ผมสงสัยว่า พรรครัฐบาลรู้ดี และจะโกงมากขึ้นอีก" นายสม รังสีกล่าว
ข้อกล่าวหาของผู้นำฝ่ายค้านสอดคล้องกับ นายกล ปันญา ผู้อำนวยการคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งกัมพูชา (คอมเฟรล) กล่าวว่า หมึกที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกัมพูชา (เอ็นอีซี) นำมาใช้ คุณภาพไม่ดีพอ หลังจากคอมเฟรลได้ทดสอบคุณภาพหมึกเมื่อคืนวันศุกร์แล้ว พบว่าเป็นหมึกที่ล้างออกง่าย ไม่เหมาะที่นำมาใช้ป้องกันการโหวตซ้ำ ทางคอมเฟรลได้แจ้งให้เอ็นอีซีรับทราบแล้ว
หมึกจึงกลายเป็นอีกหนึ่งข้อครหาที่เพิ่มความวิตกว่า การเลือกตั้งอาจจะไม่เสรีและไม่ยุติธรรม และล่าสุดเอ็นอีซียังห้ามติดประกาศรายชื่อผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งตามหน่วยเลือกตั้งอีกด้วย ทำให้ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ อย่างไรก็ดี นายเทพ นิทา เลขาฯ เอ็นอีซี ยังคงยืนกรานว่า หมึกล้างออกไม่ได้ง่ายๆ และมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม เชื่อถือได้ เพราะอยู่ในสายตาของผู้สังเกตการณ์ท้องถิ่นและนานาชาติ
ซูร์ยา สุเบดี ผู้เขียนรายงานพิเศษสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาสอบสวนเรื่องร้องเรียนทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และรับประกันว่าผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกคนจะได้รับโอกาสเท่าเทียมกันในการใช้สิทธิโดยปราศจากการข่มขู่คุกคาม ความหวาดกลัวและแรงกดดัน
นุชหทัย โชติช่วง ผู้สื่อข่าวโต๊ะต่างประเทศ เนชั่น แชนแนล ที่เกาะติดการเลือกตั้งกัมพูชา ที่กรุงพนมเปญ ได้สัมภาษณ์นายสม รังสี เพิ่มเติมว่า ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาเตือนว่าหลังการเลือกตั้งเสี่ยงจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นได้ หากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม และนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ไม่ฟังเสียงเตือนของสหประชาชาติ ทั้งกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งกัมพูชาไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าเขาจะได้ลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม พร้อมกันนี้ได้เปิดเผยที่ลงคะแนนของสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา โดยจะมาลงคะแนนเสียงที่คูหา อยู่ในวิทยาลัยครูแห่งหนึ่งใน จังหวัดกันดาล ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางใต้เพียง 12-15 ก.ม.
ด้านบรรยากาศการเดินทางออกนอกเมืองเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งการนั่งรถบัสขนส่ง รถตู้ ขับรถไปเอง หรือรถจักรยานยนต์ และนายจัน โสพันนา ผู้จัดการสถานีขนโสรยา ซึ่งเป็นสถานีขนส่งใหญ่สุดในกรุงพนมเปญ กล่าวว่า ช่วงวัน 2 วันนี้มีผู้ใช้บริการเพิ่มกว่าปกติ 50%
กอง กงเฮง หนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 18 ปี กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางกลับจังหวัดกัมปง จาม เพื่อไปใช้สิทธิครั้งแรกในชีวิต โดยออกเงิน 20,000 รีล หรือ ราว 150 บาทด้วยตัวเอง หนุ่มรายนี้เป็นผู้สนับสนุนพรรคซีเอ็นอาร์พีของนายสม รังสี และเมื่อวันหาเสียงวันสุดท้ายในวันศุกร์ก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามขบวนรถหาเสียงด้วย กง เฮง กล่าวว่า รู้นโยบายของพรรคซีเอ็นอาร์พีดี และไม่ว่าใครจะชนะ อยากให้รัฐบาลเร่งขจัดการคอร์รัปชั่น และขยายโอกาสทางการศึกษาให้เท่าเทียม รวมถึงปกป้องการรุกรานอธิปไตยของกัมพูชา เพื่อนๆ ของเขากระตือรือร้นมาก และยอมเสียเงินเดินทางกลับบ้านเพื่อใช้สิทธิครั้งแรก
ส่วน พอล จาเนต สาวทำงานในร้านอาหารเกาหลีวัย 27 ปี ถือโอกาสกลับไปเยี่ยมครอบครัว พร้อมใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต โดยอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหารถติดในเมืองหลวง เพิ่มค่าแรง แต่คงราคาสินค้าไม่ให้พุ่งสูงตามไปด้วย นอกจากนั้นอยากให้ช่วยสร้างงาน เพราะทุกวันนี้งานหายาก งานส่วนใหญ่เป็นงานในโรงงานเย็บผ้า ซึ่งรับแต่ผู้หญิง ทำให้ผู้ชายหางานลำบาก และยิ่งเมื่อแก่ตัวลง โรงงาน โรงแรม หรือร้านอาหารก็เลิกจ้าง
ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่จะกลับมาทำงานวันอังคาร เนื่องจากรัฐบาลประกาศให้วันจันทร์เป็นวันหยุด เพื่อให้ชาวกัมพูชาเดินทางกลับไปสิทธิในวันอาทิตย์ โดยสั่งให้นายจ้างไม่ตัดค่าแรง หรือเงินเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากแคมป์งานก่อสร้างอาคารในเมืองใหม่ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจุดผ่านแดนถาวรด่านช่องสะงำ บรรดาคนงานชาวกัมพูชาที่เข้ามารับจ้างทำงานในฝั่งไทย ต่างก็เร่งมือทำงานเพื่อขอหยุดงานนายจ้างในช่วงบ่าย เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านและไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ประเทศกัมพูชา ที่มีขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำ เปิดเผยว่า นายจ้างชาวไทยต่างยินดีให้คนงานชาวกัมพูชาหยุดงานเพื่อเดินทางกลับบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งแรงงานบางคนต้องใช้เวลาเดินทางค่อนข้างไกล ทั้งนี้แรงงานส่วนใหญ่ต่างตื่นเต้นที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งอีกครั้ง
ขณะที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ด้านด่านช่องสะงำ อดีตผู้ต้องขังชาวกัมพูชาที่ได้รับการปล่อยตัว หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำประเทศไทยเป็นเวลา 11 เดือน ในคดีเกี่ยวกับไม้พะยูง เมื่อพ้นโทษได้เดินทางกลับประเทศและต่างยินดีที่ได้รับอิสรภาพ และตื่นเต้นที่มีการเลือกตั้งอีกครั้ง แม้จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ เนื่องจากก่อนจะลงคะแนนต้องแจ้งรายชื่อขอใช้สิทธิล่วงหน้า



