
'ปู'พักผ่อนกับครอบครัวก่อนบินแอฟริกา
'ปู'พักผ่อนกับครอบครัว ก่อนบินทัวร์แอฟริกา 28 ก.ค.นี้ กลับ 2 ส.ค. ไป 3 ประเทศ'โมซัมบิก-แทนซาเนีย-ยูกันดา'เล็งขยายการลงทุน ทรัพยากรธรรมชาติ-แร่ธาตุ-ประมง
27ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่าบรรยากาศบริเวณบ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 เขตลาดพร้าว โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลความเรียบร้อยและผู้สื่อข่าวจำนวนหนึ่งมาสังเกตการณ์ตามปกติ ซึ่งพบว่า ในวันนี้นายกรัฐมนตรี ไม่มีภารกิจงานใดๆอย่างเป็นทางการ และจะพักผ่อนเป็นการส่วนตัว เพื่อเตรียมเดินทางเยือนประเทศแถบทวีปแอฟริกา 3 ประเทศในระหว่างวันที่ 28 ก.ค.- 2 ส.ค. ได้แก่ สาธารณรัฐโมซัมบิก สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐยูกันดา
ทั้งนี้ การเดินทางเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนประเทศกลุ่มแอฟริกาอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทย ในรอบ 8 ปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์และเปิดตลาดไทยในภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศ มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ โดยโมซัมบิกมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเหมาะสำหรับนักลงทุนไทย นอกจากนี้ทั้ง 3 ประเทศอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ และการประมง ซึ่งมีศักยภาพเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการลงทุนของไทยในอุตสาหกรรมอัญมณี ซึ่งครั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นำภาคเอกชนไทยเดินทางร่วมคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีด้วย เนื่องจากโมซัมบิกมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 7.9 ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการพบหารือทวิภาคีกับนายอาร์มันโด เอมิลิโอ กูเอบูชา ประธานาธิบดีโมซัมบิก การลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 5 ฉบับ การหารือกับประธานรัฐสภาโมซัมบิก และพิธีส่งมอบรถบรรทุก รถตุ๊กตุ๊ก ปลานิลแดง และมุ้งเคลือบสารกันยุงให้แก่โมซัมบิก
ขณะที่ การเยือนสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย เป็นการเยือนตามคำเชิญของนายจาคายา มริโช คิเควเต ประธานาธิบดีแทนซาเนีย และเยือนอย่างเป็นทางการในรอบ 33 ปี นับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันเมื่อปี 2523 เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลแทนซาเนียและเสริมสร้างความร่วมมือในลักษณะของการเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยเฉพาะความร่วมมือทางด้านวิชาการและการพัฒนาศักยภาพในสาขาที่แทนซาเนียต้องการและไทยมีความเชี่ยวชาญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ เหมืองแร่ และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการอนุรักษ์สัตว์ป่า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีแทนซาเนีย และร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ และกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ไทยต่อแอฟริกาและ Thai - African Initiative และการเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ
สำหรับการเยือนสาธารณรัฐยูกันดา เป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ เป็นไปตามคำเชิญของนายโยเวรี คากูทา มูเซเวนี ประธานาธิบดียูกันดา ภายหลังจากที่ประธานาธิบดียูกันดาเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2555 โดยในการเยือนในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยภาคเอกชนไทยจะเข้าไปให้ความรู้ในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ อาทิ การเกษตรกรรม การประมง และสาธารณสุข รวมถึง การเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน เพื่อเป็นพื้นฐานในความร่วมมือระหว่างกัน โดยนายกรัฐมนตรีฯจะนำภาคเอกชนในสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาพลังงานทดแทน สาขาการก่อสร้าง สาขาการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สาขาสิ่งทอ สาขาอัญมณีและเครื่องประดับ และสาขายานยนต์ ร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อแสวงหาลู่ทางการลงทุน รวมถึงการให้ความรู้ทางด้านวิชาการทั้งในสาธารณรัฐโมซัมบิก สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐยูกันดาด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะออกเดินทางในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ค.เวลา 08.30 น.จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ไปยังท่าอากาศยาน Maputo International Airport กรุงมาปูโต สาธารณรัฐโมซัมบิก และจะเดินทางกลับประเทศไทยจากท่าอากาศยาน Entebbe International Airport นครเอ็นเทบเบ สาธารณรัฐยูกันดาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.เวลา 10.30 น.



