
'สิทธิพล พัฒนงาม'สานฝันการศึกษาดี
'สิทธิพล พัฒนงาม' สานฝันการศึกษาดีมีวัฒนธรรม-สังคมมีสุข-ศก.พอเพียง : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
สิทธิพล พัฒนงาม นายกเทศมนตรีตำบลบ้านค่าย จ.ระยอง เปิดเผยว่า ตนเองและทีมงานบริหาร มีนโยบายพัฒนาพื้นที่รอบด้าน คือสาธารณูปโภคพร้อมสิ่งแวดล้อมสมดุล การศึกษาดีมีวัฒนธรรม สังคมดีมีสุข เศรษฐกิจพอเพียง และบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล
ถ้าจะพูดกันถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตของชาวบ้านนั้น ผมคำนึงถึงการมีสุขภาพดีของคนในชุมชน ซึ่งการมีสุขภาพดีนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก เยาวชน ต้องปลูกฝังให้มีการออกกำลังกาย เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ต้องมีสถานที่ดีๆ รองรับให้มาออกกำลังกาย จึงได้สร้างลานกีฬาไว้ในหมู่บ้านให้เด็ก เยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ ได้มาออกกำลังกายกันได้ทุกเพศทุกวัย ลานกีฬาอยู่ใกล้บ้าน มาทำกิจกรรมร่วมกัน ออกกำลังกาย ได้เพื่อนๆ เกิดความรัก ความสามัคคีขึ้นในชุมชน
และที่นอกเหนือจากคำว่าลานกีฬา ยังสร้างลานมวยไทยขึ้นมา เพื่อสืบสานตำนานมวยไทยให้คงอยู่ ผมตั้งใจว่าจะให้ลานมวยไทยที่สร้างขึ้น เป็นค่ายมวยไทยของชาวบ้านค่าย มีเยาวชน เข้าฝึกฝน ศิลปะแม่ไม้มวยไทย หาครูมวยเก่งๆ มาช่วยสอน ซึ่งตอนนี้ซื้อเวทีมาแล้ว อยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะหาเยาวชนหรือกลุ่มคนที่สนใจ เข้ามาร่วมฝึกเด็กๆ ในชุมชนด้วยกัน
นายกสิทธิพล กล่าวเสริมว่า ได้ทาบทามครูมวยที่มีประสบการณ์ มีความสามารถให้มาสอนเด็กและเยาวชนที่สนใจ สอนฟรี แทนที่จะไปเรียนเทควันโด ซึ่งไม่ใช่ของไทย ตอนนี้เริ่มมีเสียงตอบรับเข้ามา ทั้งจากครูมวย จากพ่อแม่เด็กๆ เพราะนี่คือการกีฬาเพื่อสุขภาพ และอาจพบบุคคลที่มาสร้างชื่อเสียงให้คนบ้านค่ายก็เป็นได้ เพราะในอดีต อำเภอบ้านค่าย เคยมีค่ายมวยที่ปั้นนักมวยดังๆ อยู่หลายคน แต่เมื่อไม่มีการสานต่อ เลือดบ้านค่ายก็หายไป จึงต้องฟื้นขึ้นมา ลานกีฬาจึงได้ทั้งการออกกำลังกาย และอาจเป็นอาชีพของใครๆ ในอนาคต และที่สำคัญ คือมวยเป็นศิลปะแขนงหนึ่งของไทย ที่เราควรอนุรักษ์ กีฬาเป็นสิ่งวิเศษที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ฝึกให้จิตใจรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แล้วก็สุดท้ายห่างไกลยาเสพติด
นอกจากเรื่องคุณภาพชีวิตแล้ว ยังให้ความสำคัญ กับวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ ของท้องถิ่น เช่น งานแห่เทียนผมให้ความสำคัญค่อนข้างมาก เพราะอำเภอบ้านค่ายเป็นอำเภอเดียวใน จ.ระยอง ที่มีการจัดงานแห่เทียนเทศกาลเข้าพรรษา แม้ว่าจะมีการจัดกันมาทุกปี แต่ในปีนี้ผมต้องการสืบสานและต่อยอดงานประเพณีนี้ให้ยิ่งใหญ่ มันเป็นประเพณีวัฒนธรรมเดียวที่เทศบาลอำเภอบ้านค่ายมี
นอกเหนือจากงานสงกรานต์ งานนี้เป็นงานที่ทุกท้องถิ่นทั้ง 8 ท้องถิ่นที่มารวมกันที่อำเภอบ้านค่าย ร่วมกับเทศบาล จัดงานอย่างพร้อมเพรียงและยิ่งใหญ่ ดูได้จากขบวนแห่ของแต่ละท้องถิ่น ต่างก็คัดสรรการแสดงมาโชว์ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวชุมชน ในขบวนมีชาวบ้านมาร่วมแสดงจำนวนมาก และที่น่าตื่นตาตื่นใจ คือการแกะสลักเทียน แต่ละท้องถิ่นคัดสรรความคิดให้รถประดับเทียน แกะสลักแต่ละคันดูยิ่งใหญ่สวยงาม อลังการ มีความหมาย มีคุณค่า ซึ่งล้วนมาจากความคิด และน้ำพักน้ำแรงของลูกหลานชาวบ้านค่าย รวมถึง กลุ่ม อสม. กลุ่มผู้สูงอายุและก็ชุมชนมาร่วมกัน
นายกสิทธิพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องการให้งานนี้ยิ่งใหญ่และอยู่ให้ยาวนานที่สุด อยากคงประเพณีนี้ไว้ที่เทศบาลอำเภอบ้านค่ายไปตลอด ยอมรับว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนเหมือนกันที่จะเอาไปจัดในเมือง แต่ผมก็พยายามค้านไว้อยากให้คงอยู่ที่นี่ ผมยังหวังไว้ด้วยว่างานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของอำเภอบ้านค่าย จะเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่โด่งดัง มีชื่อเสียง ชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศถามถึงและพากันหลั่งไหลมารอชมเมื่อถึงวันงานของทุกปี
.............................................
('สิทธิพล พัฒนงาม' สานฝันการศึกษาดีมีวัฒนธรรม-สังคมมีสุข-ศก.พอเพียง : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



