ข่าว

2 อาวุธใหม่เรือใบสีฟ้า

2 อาวุธใหม่เรือใบสีฟ้า

27 ก.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 2 อาวุธใหม่เรือใบสีฟ้า : โดย...จิตติ

 

                             หลังจากที่เข้าช่วงปรีซีซั่นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าหลายๆ ทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกยังคงความต่อเนื่องของทีมมาจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อาจจะมีการเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบ้าง แต่สำหรับ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี แล้ว ต้องบอกว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย

                             อย่างที่ทราบกันดีว่า แมนฯ ซิตี ทนไม่ไหวกับผลงานในยุโรปของ โรแบร์โต มันชินี จึงหามืออาชีพจากยุโรปอย่าง มานูเอล เปเยกรินี เข้ามา และไม่ได้มาเพียงแค่กุนซือ มีการดึงนักเตะจากสเปน อีกชาติที่มี 3 ทีมเข้ารอบลึกๆ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูการที่แล้ว

                             ก่อนหน้านี้มี เฆซุส นาบาส เข้ามาแล้ว 1 ราย เป็นการเสริมเกมรุกทางริมเส้นที่น่าสนใจ และน่าจะทำให้เกมของซิตี มีมิติมากขึ้น ขณะที่ตัวเข้าทำประตู เปเยกรินี เลือกที่จะลองของใหม่ นำ 2 กองหน้ารายใหม่เข้ามาสร้างทีมใหม่ พร้อมทั้งประกาศว่าเป็นการสร้างทีมเพื่อลุยศึกยุโรป ซึ่งแมนฯ ซิตี ตกรอบแรกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้ว 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

                             รายแรกไม่ใช่ใครอื่นเป็น อัลบาโร เนเกรโด เพื่อนร่วมทีมของนาบาส ในถิ่นรามอน ซานซ ปิซฆวน ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการคาดหมายว่าจะไปเป็นตัวตายตัวแทนของ ราดาเมล ฟัลกัล ในทีม "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ทีมตราหมีไม่อยากจ่าย 25 ล้านยูโร ที่เซบีญา ตั้งเอาไว้ เลือกจ่าย 5.1 ล้านยูโร ไปเอา ดาวิด บีญา แทน

                             เรื่องการจ่ายไม่ใช่ปัญหาของแมนฯ ซิตี อยู่แล้ว เมื่อพร้อมจ่าย เซบีญา ที่กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้สินก็พร้อมปล่อย แม้ว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เนเกรโด จะทำผลงานให้ทีมอย่างมากมาย นับตั้งแต่ย้ายมาจาก "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด

                             ช่วงแรกอาจจะไม่มีโอกาสนัก เมื่อทีมมีคู่หู หลุยส์ ฟาเบียโน กับ เฟรเดริก กานูเต แต่สุดท้ายก็เบียดเอาทั้งคู่หายหน้าจากทีมมานานแล้ว การแจ้งเกิดจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อปี 2011 จาการยิงไป 20 ประตูจาก 34 นัด และฤดูกาลถัดมาก็ยิงไปอีก 14 ประตูจาก 30 นัด เป็นผลงานที่ไม่เลวกับทีมระดับนี้

                             เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเนเกรโด เมื่อไม่มีอาการบาดเจ็บลงสนามในลีกต่อเนื่องตลอดฤดูกาล 36 นัด ยิงได้ 25 ประตู จากจำนวน 58 ประตูที่ทีมทำได้ เรื่องความฟิตน่าจะเป็นอีกจุดที่ทำให้แมนฯ ซิตี ตัดสินใจจ่ายเงินได้ง่ายขึ้น

                             จุดที่น่าเป็นห่วงเพียงอย่างเดียวของเนเกรโด คือใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง แม้จะเป็นกองหน้าที่หาโอกาสให้ตัวเองได้ดี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พลาดโอกาสถึง 29 ครั้ง ถือเป็นกองหน้าที่พลาดมากที่สุดใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรป

                             อย่างไรก็ตามการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ก็มีการวิเคราะห์เช่นกันว่าน่าจะเป็นบอลที่เข้าทางเนเกรโด มากกว่าในสเปน เพราะเป็นบอลเร็วไม่ต้องเล่นกันมากจังหวะ รวมทั้งยังเป็นบอลที่เน้นเกมรุกไม่แตกต่างจากทางลีกาอยู่แล้ว โดยเฉพาะจังหวะเข้าทำในกรอบเขตโทษ ซึ่งพรีเมียร์ลีกดูจะมีมากกว่าลีกอื่นๆ ในยุโรป

                             เหลือเชื่อที่ 25 ประตูของเนเกรโด ในลาลีกา ฤดูกาลที่แล้วเกิดขึ้นในกรอบเขตโทษทั้งหมด จุดนี้ เปเยกรินี หวังว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพที่หน้าประตูได้เป็นอย่างดี

                             นอกจากจังหวะเข้าทำแล้ว หัวหอกรายนี้จัดเป็นพวกครบเครื่องอีกรายก็ว่าได้ สถิติการผ่านบอล 64 เปอร์เซ็นต์ถือว่าใช้ได้ บอลบนพื้นทำได้ดีพอๆ กับลูกกลางอากาศ ยิ่งได้ประสานงานกับคนรู้ใจอย่าง นาบาส การมาแมนฯ ซิตี ครั้งนี้จึงไม่โดดเดี่ยวและมีการคาดหวังสูง

                             สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่เนเกรโด ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า สามารถยกระดับตัวเองสู่ระดับยุโรปและระดับโลกได้หรือไม่

                             หัวหอกอีกรายที่แมนฯ ซิตี เอาเข้าทีมมาในระยะเวลาใกล้เคียงกันคือ สเตฟาน โยเวติช กองหน้าทีมชาติมอนเตเนโกรที่เพิ่งจะวัยเพียง 23 ปี

                             โยเวติช เคยถูมองว่าเป็นดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งของยุโรป และหลังจากสั่งสมประสบการณ์ในกัลโช ซีรีส์ เอ กับ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนตินา มาระยะหนึ่ง ก็ถึงเวลาแล้วที่จะหาช่องทางย้ายไปทีมใหญ่ ในอิตาลีเองมี "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่อยากได้ แต่ฟิออเรตินา คงไม่อยากขายให้คู่แข่งร่วมลีก

                             กองหน้าเทคนิคสูงรายนี้ได้ลิ้มรสลูกหนังในระดับยุโรปครั้งแรกเมื่อปี 2008 ย้ายจากปาร์ติซาน เบลเกรด มาฟลอเรนซ์ ตั้งแต่อายุ 18 ปี แต่ได้มีโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของปาร์ติซาน มาตั้งแต่ฤดูกาล 2005-06 ได้ประเดิมสนามไป 2 นัด

                             หลังจากนั้นได้เล่นอย่างเต็มตัวถึง 26 นัด แต่จำนวนประตูอยู่เพียงแค่ 4 ประตู ก่อนจะมาเข้าตาจริงๆ ในฤดูกาล 2007-08 ที่ยิงไป 19 ประตูจาก 33 นัด ทำให้ฟิออเรนตินา คว้าตัวมาร่วมทีม ซึ่งในช่วงแรกก็ยังคลำเป้าได้ไม่ดีนัก 3 ฤดูกาลแรกในอิตาลียิงได้แค่ 13 ประตู แถมตลอดฤดูกาล 2010-11 ยังมีอาการบาดเจ็บไม่ได้ลงสนามแม้แต่นัดเดียว

                             ฤดูกาลที่ดีที่สุดในอิตาลีเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2011-12 แต่ก็เป็นเพียงการยิงไป 14 ประตูจาก 29 นัด ยังน้อยไปหน่อยสำหรับกองหน้าค่าตัวระดับ 30 ล้านยูโร แต่ก็มีสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าน่าจะสอบผ่านในพรีเมียร์ลีกคือ เคยยิงทีมอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2 ประตูในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2009

                             เรื่องจำนวนประตูยังเหมือนว่าจะเป็นจุดด้อยสำหรับ โยเวติช แต่หากมองกันในทุกเกมที่ลงสนามแล้ว จะเห็นได้ว่าหัวหอกรายนี้อันตรายเพราะความหลากหลาย อย่างเกมทีมชาติมอนเตเนโกร ก็ป่วน "สิงโตคำราม" อังกฤษ ได้ไม่น้อย

                             เรื่องของทักษะ การครองบอล และการเล่นได้หลากหลายแท็กติก คือจุดเด่นที่แท้จริง และน่าจะเป็นสิ่งที่เปเยกรินี ต้องให้ไปประสานงานกับ เนเกรโดร, เอดิน เซโก และเซร์คิโอ อาเกโร

                             สุดท้ายคงอยู่ที่ มานูเอล เปเยกรินี ที่จะปรุงแต่งให้ โยเวติช, เนเกรโด และอาเกโร ว่าจะเป็นอาหารที่ถูกปากแมนฯ ซิตี หรือไม่

 

 

-----------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 2 อาวุธใหม่เรือใบสีฟ้า : โดย...จิตติ)