ข่าว

'เฉลิม'ป้องดาราสาว'ซีรีส์ดัง'ไม่เคยเสพยา

'เฉลิม'ป้องดาราสาว'ซีรีส์ดัง'ไม่เคยเสพยา

26 ก.ค. 2556

'เฉลิม'ควงดาราสาว'ซีรีส์ดัง'แถลง ยันไม่เคยเสพยา ฉี่ไม่ม่วง ด้าน'จิตแพทย์'ชี้เด็กติดยาเสพติด แนะพ่อแม่ต้องเปิดใจคุยร่วมหาทางออก

                 26 ก.ค. 56 เวลา 16.40 น.  พล.ต.อ.พงศภัทร พงศ์เจริญ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ได้นำบิดาและนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนในภาพที่กำลังเสพยาเสพติดได้เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน(รมว.รง.) ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.)

               หลังจากนั้นเวลา 17.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม พร้อมด้วยบิดาและนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังได้ออกมาให้สื่อมวลชนถ่ายภาพโดย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้แถลงข่าวบอกว่า ตนขอยืนยันว่า นักแสดงสาวไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและได้แสดงความบริสุทธ์ใจโดยการไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดไม่พบว่ามีสารเสพติด

               ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พ่อของนักแสดงสาวออกมาแถลงข่าวก่อนหน้านี้ยอมรับว่า ลูกสาวเสพยาไอซ์ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พ่อของนักแสดงสาวรู้สึกตกใจจึงออกมาแถลงข่าวแบบนั้น ส่วนภาพการเสพยาไอซ์ก็เป็นการตัดต่อซึ่งตนพูดในเชิงหลักการวิทยาศาสตร์ ภาพใครก็ตัดต่อได้เป็นแค่เศษกระดาษแต่หลักฐานผลตรวจปัสสาวะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจน เพราะยืนยันโดยแพทย์ หากสื่อมวลชนไม่เชื่อก็ไปสอบถามแพทย์ผู้ตรวจที่โรงพยาบาลพระราม 9 ดูได้ เมื่อมีหลักฐานยืนยันว่า นักแสดงสาวไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ให้เรื่องนี้จบไปไม่ควรพูดถึงอีก

               “จริงๆแล้วหลานสาวคนนี้ไม่ผิด เพราะตรวจพิสูจน์แล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับสารเสพติด ไม่ได้เป็นอย่างที่เข้าใจกัน สื่อมวลชนก็ไม่ควรจะมาถามอะไรอีก อยากให้สังคมให้โอกาสแก่นักแสดงวัยรุ่น เพราะเป็นคนตั้งใจทำมาหากิน” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาสื่อมวลชนพยายามขอให้บิดาและนักแสดงสาวชี้แจงออกมาแถลงข่าวเพื่อให้ความกระจ่างกรณีก่อนหน้านี้ยอมรับว่า ลูกสาวเสพยาไอซ์และภาพการเสพยาไอซ์ แต่ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า ตนจะเป็นผู้แถลงแต่เพียงผู้เดียวและไม่ให้บิดาและนักแสดงสาวให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโดยบอกแก่สื่อมวลชนว่าถ้าจะถามให้ไปถามข้างนอก เมื่อมีหลักฐานยืนยันชัดเจนแล้วว่า นักแสดงสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็ไม่ควรถามอะไรอีก หากสื่อมวลชนสงสัยก็เป็นเรี่องของสื่อมวลชน

               ทั้งนี้ ระหว่างแถลงข่าวนักแสดงสาวร้องไห้น้ำตาคลออยู่ตลอดเวลา หลังจากเมื่อสื่อมวลชนรุมซักถามกันมากๆ ก็ได้มีการให้พ่อและนักแสดงสาวหลบเข้าไปในห้องรับรองของรัฐมนตรี

               พล.ต.อ.พงศภัทร กล่าวว่า พ่อนักแสดงสาวได้พาบุตรสาวไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดที่โรงพยาบาลพระราม 9 โดยแพทย์หญิงทวีรักษ์ นิธิยานนทกิจ ซึ่งไปตรวจเมื่อวันที่ 24 ก.ค. เพื่อหาสารเสพติดโดยผลการตรวจสารเสพติด 4 ชนิด ซึ่งก็ไม่พบว่ามีสารเหล่านี้ รวมทั้งไม่มีสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นสารส่วนผสมหลักของยาบ้าและยาไอซ์

               “การที่ครอบครัวพานักแสดงสาวไปตรวจสารเสพติด แสดงถึงความบริสุทธ์ใจ และต้องการสร้างความสบายใจให้แก่สังคม เมื่อครอบครัวพานักแสดงสาวไปตรวจหาสารเสพติดแล้วไม่พบ ปปส.ก็คงจะไม่ไปตรวจปัสสาวะซ้ำอีก ส่วนกรณีภาพการเสพยาไอซ์คงไม่มีการตรวจสอบอีกเพราะยึดผลตรวจของแพทย์เป็นหลัก หลังจากนี้จะดูในภาพรวม เพราะนโยบายของ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ต้องการให้นักแสดง เยาวชนและประชาชนเข้าไปเกี่ยวกับยาเสพติด” พล.ต.อ.พงศภัทร กล่าว

               พ่อของนักแสดงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า จากผลตรวจที่ออกมาไม่พบสารเสพติด ทำให้ตนรู้สึกเบาใจ หลังจากที่ทราบเรื่องตนได้ให้ลูกสาวไปตรวจร่างกายทันที แต่จำวันที่ไปตรวจปัสสาวะไม่ได้ ส่วนที่ไม่ได้แถลงบอกสื่อมวลเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2556 เพราะตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญตนจึงไม่รู้ว่าจะมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.พงศพัศได้ติดต่อเข้ามา จึงได้ให้ พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นผู้ชี้แจง

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ทราบมาก่อนจะมีภาพหลุดออกมาหรือเปล่า พ่อของนักแสดง กล่าวว่า ก็มีระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง ที่ผ่านมาตนสอนลูกว่าโกหกคนอื่นได้แต่โกหกตัวเองไม่ได้ ส่วนการแสดงยังคงให้ลูกสาวพักงานต่อไป

               ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า มีกระแสข่าวว่าก่อนหน้านี้มีการเสนอขายภาพดังกล่าวเป็นเงินถึง 1 แสนบาท พ่อนักแสดงสาว กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ถ้าตนทราบจะรีบไปซื้อทันที หากใครเป็นพ่ออย่างตนก็ต้องซื้อหมด หลังจากนี้ต้องให้ลูกสาวระมัดระวังตัว ตนไม่อยากให้สื่อและสังคมพูดถึงเรื่องนี้อีก อยากให้เรื่องจบไป



ศึกแย่งตัวดาราสาว"ซีรีส์ดัง" "ปปส.- พม.-เหลิม" ชิงตัวแถลงข่าว



               ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ได้แจ้งหมายข่าวมายังผู้สื่อข่าวว่า ในเวลา 15.30 น. นักแสดงสาวพร้อมคุณพ่อ จะเดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.พงศพัศ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกรณีมีภาพเสพไอซ์เผยแพร่ในโลกออนไลน์ จากนั้นพล.ต.อ.พงศพัศให้สัมภาษณ์เบื้องต้นว่า เจ้าหน้าที่จะตรวจปัสสาวะนักแสดงสาว พร้อมแถลงข่าวทำความเข้าใจกับกลุ่มวัยรุ่น ที่มีความเข้าใจผิดว่า เสพไอซ์แล้วจะทำให้สวยใส ทำให้ผู้สื่อข่าวจำนวนมากไปเตรียมตัวทำข่าวที่อาคาร ปปส.

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.มีกระแสข่าวลือสะพัดว่า อาจจะเปลี่ยนแปลงสถานที่แถลงข่าวไปยังกระทรวงพัฒนาสังคมฯ (พม.)เนื่องจากนางปวีณา หงสกุล รมว.พม. ต้องการร่วมโต๊ะแถลงข่าวเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก จนกระทั่งเมื่อใกล้เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.พงศพัศ ได้เดินทางออกไปจาก ปปส. โดยระบุว่า มีภารกิจด่วนที่กระทรวงแรงงาน จากนั้นทีมงานประชาสัมพันธ์ ปปส.แจ้งกับสื่อมวลชนว่า ให้ย้ายไปแถลงข่าวที่กระทรวงแรงงาน เหตุเพราะ ร.ต.อ.เฉลิม ยังคงรั้งตำแหน่งผอ.ศูนย์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด (ศพส.)

 

 

"ปปส."จ่อดึงดารา"ซีรีส์ดัง"เป็นพรีเซนเตอร์ต่อต้านยา

 

                พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวถึงกรณีนักแสดงวัยรุ่นหญิงเสพยาไอซ์ ว่า ได้รับการประสานจากครอบครัวนักแสดงวัยรุ่นดังกล่าวว่า จะมาให้ข้อมูลกรณีภาพเสพยาไอซ์กับ ปปส. ในเวลา 15.30 น. ซึ่งปปส.ได้ขอให้นักแสดงคนดังกล่าวตรวจปัสสาวะ เพื่อพิสูจน์ว่า ปัจจุบันไม่ได้ติดยาเสพติดแล้ว ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของนักแสดงหญิงดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สามารถบังคับให้ตรวจปัสสาวะได้ซึ่งจากการประสานล่วงหน้านักแสดงและครอบครัวก็ยินดีจะให้ตรวจ

                พล.ต.อ.พงศพัศ  กล่าวต่อว่า จากข้อมูล พบว่า นักแสดงคนดังกล่าวเข้าใจผิดคิดว่า ยาไอซ์ ช่วยลดน้ำหนักและทำให้สวยขึ้นได้ ปปส.จึงจะพูดคุยให้เข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับยาไอซ์ ที่ยิ่งมีผลให้ร่างกายทรุดโทรม และแก่ก่อนวัย  และเนื่องจากเป็นเยาวชนและนักแสดงวัยรุ่น ปปส.จะขอความร่วมมือให้เป็นพรีเซนเตอร์ของ ปปส.เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโทษภัยของยาไอซ์ให้กลุ่มวัยรุ่นเพื่อไม่ให้เข้าทดลองเสพ

                ส่วนกรณีมีการนำภาพเสพยาไอซ์ดังกล่าวโพสต์ทางสังคมออนไลน์ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด

 

 

"จิตแพทย์"ชี้เด็กติดยาแนะพ่อแม่ต้องเปิดใจคุยร่วมหาทางออก



               พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต   กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)กล่าวว่า สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ทราบว่าบุตรหลานติดยาเสพติดขอให้เข้าใจว่า การที่เด็กติดยาเสพติดย่อมมีที่มาที่ไป แสดงว่าต้องมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งจึงทำให้เลือกทำในสิ่งที่ผิด เช่น ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเรียน หรือ ปัญหาเรื่องเพื่อน เป็นต้น เพราะฉะนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องมองให้เห็นและเข้าใจถึงปัญหาที่บุตรหลานกำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ไม่เข้าใจว่าลูกหลานกำลังทุกข์ในเรื่องใด ต้องตั้งสติพร้อมที่จะเข้าใจ อย่าตั้งหน้าแต่จะดุด่า

               "สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำ คือ เข้าไปคุยกับลูก แต่ต้องมีท่าทีที่พร้อมเข้าใจและช่วยเหลือ ไม่ใช่เข้าไปด้วยช่วงอารมณ์ที่โกรธหรือจะทำโทษลูกหลาน สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนออกมาทางลักษณะท่าทางที่เข้าไปหาลูก จากนั้นก็แค่คุยกับลูกว่าเกิดอะไรขึ้น มีปัญหาอะไร อยากจะให้พ่อแม่ช่วยอย่างไร ไปบำบัดหรือไม่ หรือต้องการให้พ่อแม่ทำอะไร ปรับปรุงอะไรตรงไหนหรือไม่ หากทำได้เช่นนี้ลูกจะอยากคุยและพร้อมจะร่วมแก้สิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วยกัน"พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

               อนึ่ง จากข้อมูลผู้เข้ารับการรักษา ที่สถาบันธัญญารักษ์ และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในเขตภูมิภาคอีก 6 แห่งทั่วประเทศ สังกัดกรมการแพทย์พบว่า จากการรวบรวมสถิติผู้ป่วยยาเสพติดทั้งหมด พบว่า ในปี 2555 มีจำนวน 330,544 ราย เฉพาะที่สถาบันธัญญารักษ์ ปี 2555 ผู้เข้าบำบัดจำนวน 9,715 ราย ส่วนปี 2556 ถึงเดือนมิถุนายน จำนวน 5,106 ราย

               เมื่อแยกตามช่วงอายุของผู้เข้ารับการบำบัด พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15 - 24 ปี ถือว่าเป็นกลุ่มของวัยรุ่นและวัยรุ่นตอนปลาย สอดคล้องกับการจำแนกสถิติที่แยกตามกลุ่มการศึกษาที่พบว่าตั้งแต่ปี 2552 - 2556 กลุ่มผู้ป่วยยาเสพติดส่วนใหญ่ คือกลุ่มมัธยมศึกษา โดยปี 2555 มีจำนวนร้อยละ 81.67 และในปี 2556 มีจำนวนร้อยละ 85.2 ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้น

 

 

"อ.นิเทศจุฬาฯ"เตือนสื่อเล่นข่าวดาราสาว"ซีรีส์ดัง"เล่นยาเสพติด"ระวังผิดกฎหมาย



              นางพิรงรอง รามสูต อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีสื่อหลายแขนงยังเผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับดาราสาววัย 16 ปี ที่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งภาพถ่าย ชื่อ-นามสกุล ซึ่งอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ว่า ตนเชื่อว่าสื่อเหล่านั้น โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รู้ข้อกฎหมายดีว่า  เด็กที่มีอายุไม่เกิน 18 ปี แม้จะทำผิดกฎหมาย ก็ไม่สามารถเผยแพร่รายละเอียดกับเด็กคนดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม อาจเพราะซีรีส์ที่ดาราสาวคนนั้นเล่นกำลังเป็นที่สนใจอยู่ในเวลานี้ จึงตัดสินใจลงรายละเอียดเกี่ยวกับดาราสาวคนดังกล่าว โดยคิดว่าจะสามารถเรียกความสนใจจากผู้อ่านได้ แม้จะรู้ว่าสุ่มเสี่ยงจากทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของ พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 คือต้องการให้เยาวชนที่กระทำผิด ได้กลับตัวและลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การที่สื่อยังไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับดาราสาวคนดังกล่าว น่าสนใจว่าผลที่ตามมาต่อตัวเด็กคนนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

              นางพิรงรอง กล่าวต่อว่า ในฐานะที่ตนอยู่ในอนุกรรมการของสภาการหนังสือพิมพ์ ที่ผ่านมามีการยื่นร้องเรียนลักษณะนี้เข้ามาตลอด แต่เมื่อมีมติให้ตักเตือนไปยังสื่อที่กระทำผิดนั้น ผู้ที่ยื่นคำร้องมาก็มักจะไม่ติดใจเอาความ ทำให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้อยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ ตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 การจะเอาผิดผู้ละเมิดในทางอาญา ผู้เสียหายจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเอง เรื่องนี้มีตัวอย่างกรณีที่ดารานักแสดงหลายคนไม่กล้าฟ้องสื่อที่ละเมิด เพราะต้องการรักษาความสัมพันธ์กับสื่อเอาไว้ กรณีดาราสาวคนนี้ก็น่าจะเช่นเดียวกันว่า หากไปฟ้องสื่อก็ไม่รู้ว่าจะเกิดผลอย่างไรต่ออาชีพการแสดงของตัวเอง

 

.......................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- พ่อนางเอก'ซีรีส์ดัง'น้ำตาคลอ!รับลูกเคยเสพยาจริง : http://www.komchadluek.net/detail/20130725/164243/พ่อนางเอกซีรีส์ดังน้ำตาคลอ!รับลูกเคยเสพยาจริง.html#.UfItnMQ5PIU