
'ปชป.'จี้'ปู'ต้องรับผิดชอบ!
'ปชป.' เชื่อ 'รบ.' เลือกนำปท.สู่วิกฤตขัดแย้งรุนแรง หลังดัน 'กม.นิรโทษกรรม' เข้าสภา บี้ 'ปู' รับผิดชอบ ซัดรัฐมีพฤติกรรมข่มขู่สกัดกั้นม็อบต้าน
26 ก.ค. 56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏรในวันที่ 7 ส.ค.ว่า รัฐบาลเลือกนำพาประเทศเข้าสู่สภาวะขัดแย้งรุนแรง มีพฤติกรรมจ้องล้างผิดให้กับคนที่ทำผิดกฎหมายอาญา เผาสถานที่ราชการ เอกชน ทำร้ายประชาชน ทหาร ใช้อาวุธมุ่งร้ายต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน ทำให้มีการเคลื่อนไหวจากภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพรรคไม่ต้องการเห็นการเผชิญหน้ารุนแรงในประเทศ เพราะจะกระทบเป็นวงกว้างทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว จึงขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ตัดไฟแต่ต้นลม จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความเสี่ยงของประเทศไม่ได้ แม้ว่าอำนาจสูงสุดจะอยู่ที่เจ้าของวันเกิดที่ส.ส.เพื่อไทยบินไปอวยพรและเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่นายวรชัยเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ออกมาบอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดว่าดีแล้วให้เดินหน้าทำต่อไป ซึ่งเป็นคำพูดที่ผูกมัดว่า รู้เห็นในการผลักดันกฎหมายดังกล่าว หากสิ่งที่เกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบ
นายชวนนท์ กล่าวว่า การกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นนอกสภาเพื่อล้มรัฐบาลนั้น ผมขอยืนยันว่า ไม่เคยคิดไล่รัฐบาลออกจากอำนาจแต่ไล่รัฐบาลทำงานให้ประชาชนมากกว่าทำงานให้วงศาคณาญาติหรือคนใกล้ชิด หากมีการชุมนุมก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง จะไม่มีแกนนำพรรคและส.ส.ของพรรค ไปเรียกร้องให้เผาบ้าน เผาเมือง ใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ จะไม่มีชายชุดดำแฝงตัวทำร้ายผู้ชุมนุม เราไม่มีพฤติกรรมเหมือนแกนนำคนเสื้อแดงหรือส.ส.เพื่อไทยบางคนที่ร่วมชุมนุมในปี 2552-2553 ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ว่าไม่ปฏิบัติตามระบอบประชาธิปไตย แต่แกนนำเสื้อแดงที่ไม่เคารพประชาธิปไตยในจนกระทั่งทำร้ายประเทศไทยอย่างยับเยิน
นายชวนนท์ กล่าวว่า พรรคยังไม่เห็นว่าจะต้องออกกม.นิรโทษกรรม เพราะกระบวนการค้นหาความจริงยังไม่เกิดขึ้นในประเทศ และรัฐไม่ใช่เจ้าของชีวิตใครที่จะต้องมาออกนิรโทษกรรมไม่ว่าจะเป็นชีวิตของ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือ 6 ศพในวัดปทุมวนารามและล่าสุดมีการร้องเรียนจากญาติของนายยืนยง แปน้อย ที่เคยเป็นการ์ดนปช. ในช่วงการชุมนุมทางการเมืองปี 53 ที่โดนอุ้มฆ่าโดยพวกเดียวกัน เนื่องจากรู้ข้อมูลมากเกินไป ดังนั้นจะต้องค้นหาความจริงก่อนไม่ใช่นิรโทษกรรมโดยที่ไม่รู้ความจริง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพรรคจึงไม่ยอมรับการนิรโทษกรรมของนายวรชัย ที่รัฐบาลสนับสนุนและรัฐบาลต้องฉุกคิดว่าหากยังเดินหน้านิรโทษกรรมเหมาเข่งไม่มีทางเข้าสู่การปรองดองได้ เพราะการปรองดองจะต้องมีการหาความจริงก่อน
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีพฤติกรรมข่มขู่ประชาชนที่จะออกมาร่วมชุมนุม โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการของ บชน. มีการซ้อมสถานการณ์เสมือนจริง นอกจากนี้ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ได้ออกคำสั่งให้ผู้ว่าฯสกัดการเดินทางของผู้ชุมนุม ถือเป็นการกระทำของเผด็จการ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกลับถูกอำนาจรัฐกดขี่ข่มเหงทุกวิถีทาง ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเดินหน้าล้างผิดและหันมาดูแลแก้ปัญหาประชาชนใน 4 เรื่อง คือ 1. การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยตัวเลขการทุจริตในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์มีตัวเลขสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยโครงการที่ระบุชัดว่ามีการคอร์รัปชั่นมากคือ จำนำข้าว แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับเงินกู้ 2 ล้านล้าน และเงินกู้ 3.5 แสนล้าน เพื่อบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีการใช้วิธีพิเศษปล่อยให้เกิดการทุจริตได้ง่าย
2. ปัญหาราคายางพารา 3. ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ชี้ให้เห็นว่าหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยสูงถึง 80% ของจีดีพี ขณะที่ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ประมาณ 40-50% โดยส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการประชานิยม เช่น รถคันแรก ทำให้มีการสร้างภาระให้ตัวเอง จนกำลังซื้อลดลง เป็นผลพวงต่อเนื่องให้อุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศไทยหดตัวลงเหลือแค่ร้อยละ 4 เท่ากับว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ภาวะถดถอย ถ้ามีวิกฤตการเมืองเข้ามาจะทำให้ไทยเข้าสู่ "วิกฤตต้มยำปู" อย่างแน่นอน และ 4. แก้ปัญหาค่าครองชีพ
โวยสภาฯ จัดเลี้ยงละศีลอดแพงเว่อร์
นายสามารถ มะลูลีม ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนทราบว่า ในการจัดงานเลี้ยง ละศีลอด เดือนรอมฎอน ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะจัดขึ้นในเวลา 18.00 น. ของวันที่ 26 ก.ค. ที่รัฐสภา จะเกิดปัญหาและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ต่อประเทศไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สภาฯ ได้ตกลงกับร้านค้าของชาวมุสลิม ให้มาออกร้านเพื่อจัดเลี้ยงอาหาร หลังการถือศีลอด ในวงเงินงบประมาณ 5 แสนบาท ซึ่งมั่นใจได้ว่าร้านอาหารที่เป็นของพี่น้องมุสลิม จะทำอาหารถูกต้องตามหลักฮาลาล ของศาสนาอิสลาม แต่ปรากฏว่า พอถึงวันงานในช่วงเช้าที่ผ่านมา กลับพบว่ามีการว่าจ้างโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ย่านสุขุมวิท ด้วยวงเงินงบประมาณ 1.5 ล้านบาท ให้จัดอาหารเลี้ยงในงานดังกล่าวแทน ทำให้สมาชิกรัฐสภา ที่เป็นมุสลิมตะขิดตะขวงใจ เพราะวิตกถึงวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงเป็นอาหารถูกต้องตามหลักฮาลาลหรือไม่ ซึ่งตน นายณรงค์ ดูดิง ส.ส.ยะลา และนางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ ส.ส.กทม. นายเจะอาหมิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส และนายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล พรรคชาติไทยพัฒนา และเพื่อนส.ส.มุสลิม อีกหลายสิบคนทราบเรื่องนี้แล้ว บางคนถึงกับระบุว่า จะไปร่วมงาน แต่จะไม่ร่วมรับประทานอาหารเช่นเดียวกับตน และอีกหลายคนจะไม่ไปร่วมงาน เพราะเกรงว่าเป็นอาหารที่ขัดต่อหลักศาสนา
นายสามารถ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้อาจทำให้เอกอัคราชทูตและอุปทูต และตัวแทนกลุ่มประเทศมุสลิมที่จะมาร่วมงานไม่พอใจก็ได้ ที่สำคัญการบอกเลิกว่าจ้างร้านอาหารมุสลิมที่ประกอบอาหารถูกหลักศาสนา ได้สร้างความเสียหายให้กับร้านเหล่านั้น เพราะมีการเตรียมวัตถุดิบ เพื่อจัดเลี้ยงแขกจำนวนมากไว้แล้ว และน่ากังวลว่า การใช้งบประมาณสูงกว่า 1 ล้านบาทในการจัดเลี้ยงเพียงอาหารค่ำ 1 มื้อ คุ้มค่าหรือไม่ ยิ่งทราบว่าไม่เป็นร้านอาหารที่เป็นมุสลิม หรือทำไม่ถูกหลัก ยิ่งเป็นการสร้างความเสียหาย



