
"มท.1"รับไม่รู้เรื่องภาคใต้โยนไปถามถาวร
"มท.3" โชว์กราฟสถิติไฟใต้ลดลง อ้างเดินมาถูกทางแล้ว ประณามเหตุสลดยิงกราดมัสยิด 11 ศพ เป็นการฆ่าในบ้านของพระเจ้า
(10มิ.ย.)นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีปัญหาภาคใต้ว่า มีความเป็นห่วงมาก ซึ่งได้มอบให้นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย (มท.3) ดูแลเรื่องนี้ และได้กำชับให้นายถาวรดูแลความปลอดภัยของตัวเองด้วย ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ก่อการร้ายเปลี่ยนมาก่อเหตุในมัสยิดนั้น ตนเชื่อว่า คงไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย ที่สำคัญคือ เราต้องสร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชน ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเป็นมุสลิมเยอะ ไม่อยากวิจารณ์อะไร ซึ่งตนยอมรับว่า ไม่มีความรู้เรื่องภาคใต้ วิสัยทัศน์คืออะไรดูไม่ออก แต่นายถาวรลงพื้นที่และรายงานให้ทราบประจำ
"มท.3" โชว์กราฟสถิติไฟใต้ลดลง อ้างเดินมาถูกทางแล้ว
นายถาวร ในฐานะที่กำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดแถลงข่าวเป็นการด่วนว่า เป็นระยะเวลาห้าเดือนแล้ว ที่รับผิดชอบดูแลศอ.บต.ลงไปปฏิบัติงานพื้นที่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งผลการทำงานมีตัวชี้วัด เหตุการณ์ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2551 ในช่วงม.ค.-พ.ค.ลดลง 65 เหตุการณ์ช่วงห้าเดือน ผู้บาดเจ็บเมื่อเทียบกับห้าเดือนปี 51 กับปี 52 ลดลง 109 คน เสียชีวิตเทียบกับปี พ.ศ. 2551 ลดลง 47 คน นโยบายเร่งด่วนให้เป็นไปตามแนวทางที่ได้แถลงไว้คือการเมืองนำการทหาร ครม.ภาคใต้กำหนดนโยบายไว้เรียบร้อย และมีการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ วงเงินงบประมาณกว่า 63,000 ล้านบาท โดยเรามุ่งเน้นไปที่การพัฒนาการเมืองนำการทหาร ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่ทุกครั้ง และจะรายงานนายกรัฐมนตรีในการประชุมครม.ยุทธศาสตร์ภาคใต้วันพฤหัสบดีนี้ต่อไป
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า การก่อเหตุร้ายเป็นเรื่องที่เราจับทิศทางได้ว่า มีผู้ไม่ประสงค์ดี ก่อความไม่สงบได้เปลี่ยนแนวทางเนื่องจากเราได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติด้วยการเข้าใจเข้าถึงพัฒนา มวลชนอยู่กับเรา ประชาชนร่วมมือกับรัฐบาลมากขึ้น แนวทางของผู้ก่อเหตุก็สร้างความหวาดกลัว ทำทุกทางเพื่อชี้ให้เห็นว่าอำนาจรัฐไม่สามารถดูแลความปลอดภัยเขาได้ เขาไม่คำนึงถึงมวลชน เรามั่นใจว่าคุมสถานการณ์ได้แต่บางทีเจ้าหน้าที่เผลอก็เกิดเหตุ แนวทางแก้ไขอีกอันหนึ่งก็คือ เราพยายามให้ประชาชนมีสวนร่วมในการรักษาความสงบ เช่น การเปิดรับสมัครอาสาสมัครรักษาดินแดนเพิ่มขึ้น 1,800 คนบวกกับของเก่า 5,900 คนในพื้นที่ 3 จังหวัดบวกสี่อำเภอ ฝึกเสร็จก็ส่งไปอยู่ในหมู่บ้านทำหน้าที่รักษาความสงบร่วมกับประชาชน
นายถาวร ยังระบุถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมาว่า ทุกหมู่บ้านเราเข้าถึง จะปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตัวอย่าง เช่น หมู่บ้านที่ปัตตานีที่รองผู้กำกับเคยถูกยิงเสียชีวิตตนลงไปในพื้นที่ หรือหมู่บ้านตันหยงลิมอร์ ตนก็ลงไปที่บ้าน ซึ่งนาวิกโยธินถูกยิงเสียชีวิต ก็ลงไปพื้นที่ไปทำความเข้าใจเช่นกัน เมื่อวานที่เจาะไอร้องก็ไปมอบเงินเยียวยา ช่วยประชาชนที่บาดเจ็บ จากนั้นไปหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ไปพบครอบครัวผู้เสียชีวิต ไปพบภรรยาโต๊ะอิหม่ามที่เสียชีวิต
นายถาวร กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายตรงข้ามพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ตนลงไปเพื่อให้เขาเห็นว่ารัฐไม่ได้เป็นผู้กระทำเพราะถ้ากระทำจะไม่กล้าอยู่ในที่เกิดเหตุ ความลับไม่มีในโลก ประชาชนทั้งหมู่บ้าน ตำบล ไม่ว่าจะเป็นช่วงค่ำคืน ต้องสร้างความเข้าใจทีละอย่าง เรามีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ประชาชนประสบความไม่ปลอดภัย ให้เขาอบอุ่นใจให้ได้
"เป็นครั้งแรกที่มีการทำร้ายและฆ่าประชาชนในบ้านของพระเจ้า น่าแปลกมากที่เขาไม่คำนึงถึงมวลชนต้องการสร้างความหวาดกลัวและหวังให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน เราต้องบอกประชาชนขอให้อดทนและยึดหลักสันติ ส่วนผู้กระทำผิดให้ยึดเอากฎหมายเป็นสำคัญ รวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด เร่งจับกุมผู้กระทำผิดให้เร็วที่สุด" รมช.มหาดไทย กล่าวและว่า เขาต้องการสร้างข่าวเห็นได้ว่าปี 51 จำนวนเหตุการณ์ ผู้บาดเจ็บ คนตายมากกว่า ซึ่งไม่หนักใจแต่เป็นงานที่หนัก สถานการณ์อย่างนี้ เกิดเหตุตั้งแต่ปี 44 มันรุนแรงยิ่งกว่าสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ รับผิดชอบ และสงบสันติจนถึง ในปี 43 สมัยท่านชวน เป็นนายกรัฐมนตรีแต่เมื่อสถานการณ์รุนแรงแบบนี้ต้องใช้เวลาและอดทน ต้องสันติเท่านั้น จะไปตาต่อตาฟันต่อฟันไม่ได้
รมช.มหาดไทย กล่าวต่อไปว่า สมมุติว่ารู้ว่า ใครเป็นคนร้าย เจ้าหน้าที่รัฐจะไปใช้ความรุนแรงกับเขาไม่ได้ ต้องใช้กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ขอให้ประชาชนใช้เหตุและผลในการเชื่อ รัฐบาลจะลงพื้นที่อย่างถี่ยิบและต่อเนื่อง ตนและหัวหน้าส่วนราชการต้องลงสัมผัสพื้นที่จริงแล้วเขาจะกล้าพูด ต้องเข้าใจว่าประชาชนอยู่ในภาวะความไม่ปลอดภัย การประกอบอาชีพก็ไม่ปลอดภัย ต้องให้เขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นกับเราให้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องสร้างความเข้าใจให้เขาอบอุ่นกับเราให้ได้ การถอดเครื่องแบบไปคลุกคลีกับชาวบ้านสำคัญมากในการทำให้ประชาชนแจ้งเบาะแสและเข้าใจประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
"อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์คืนวันที่ 8 มิถุนายน ถามว่า ใครรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของประชาชน การข่าวหน่วยไหนหน่วยนั้นต้องรู้ ผมรับผิดชอบเรื่องการพัฒนา จิตวิทยา แต่จะปัดความรับผิดชอบความปลอดภัยของประชาชนไม่ได้ เรื่องงบประมาณเสนอไป 18,000 ล้าน ได้รับจริงๆไม่กี่พันล้าน เพราะความจำกัดเรื่องฐานะการคลังของรัฐบาล" นายถาวร กล่าว
เมื่อถามว่า สาเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการสูญเสียมวลชนของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า เขาไม่สามารถแย่งมวลชนได้อีกแล้วจึงก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้ขึ้นมา อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะนำมาพิจารณาในการต่ออายุพระราชกำหนดฉุกเฉินในพื้นที่ได้
เมื่อถามย้ำว่า เหตุที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดในพื้นที่สีแดงที่รัฐยังเข้าไปไม่ถึง มท.3 กล่าวว่า ยืนยันเจ้าหน้าที่รัฐเข้าถึงทุกพื้นที่แน่นอนไม่ว่าพื้นที่สีอะไร แต่ต้องยอมรับว่ามีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานเช่นของกระทรวงสาธารณสุขไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่



