ข่าว

เมื่อ'รัก'คือศิลปะที่สวยงามที่สุด

เมื่อ'รัก'คือศิลปะที่สวยงามที่สุด

25 ก.ค. 2556

เมื่อ'รัก'คือศิลปะที่สวยงามที่สุด : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...สุชาติ สูงเรือง/เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

               "หมอตุ่นใจดี" ชื่อที่คนไข้และญาติผู้ป่วยต่างขนานนามให้ทั้งที่หมอตุ่น "นฤมล บุดดาวงศ์ "เป็นนางฟ้าชุดขาว พยาบาลประจำโรงพยาบาลจังหวัดอำนาจเจริญ แต่ด้วยความที่เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเองกับทุกคน ชาวบ้านจึงขนานนามว่า หมอตุ่นใจดี จนเรียกต่อกันไปทั่ว

               เมื่อก้าวข้ามผ่านวัยสามสิบยังแจ๋ว หมอตุ่นผู้เกิดในตระกูลที่มีแต่คนทำงานราชการครูและหมอ พยาบาล ได้ตั้งตนอุทิศชีวิตให้กับการทำงาน สนุกกับทุกนาทีที่ทุ่มเทให้คนไข้ การคอยกำกับให้ญาติป้อนยา และเห็นคนป่วยอาการดีขึ้น เป็นสิ่งจรรโลงชีวิตของหมอตุ่นให้มีความสุขในทุกนาที ทุกวัน จนลืมคิดเรื่องจะมีคนข้างกายคอยดูแลกันและกัน

               ใช้ชีวิตแบบไม่เหงา มีความสุขกับการทำงาน วันว่างพักผ่อนด้วยการอ่านหนังสือ ไปหาพ่อแม่ที่บ้านนอก ได้กอดหลานๆ เล่นและแบ่งปันความสุขกันในครอบครัว แบ่งเงินรายได้บางส่วนส่งหลานๆ เรียน แค่นี้ก็สุขใจนักหนาแล้ว

               กระทั่งก้าวผ่านหลักสี่ สำหรับผู้หญิงแล้ว หากถึงวัยนี้ยังไม่มีคู่ครองก็แทบจะเรียกได้ว่าต้องรอลุ้นว่าจะมีรถด่วนขบวนสุดท้ายผ่านมาหรือไม่ ยิ่งหากไม่มีความคิดที่จะไขว่คว้า อยากมี อยากได้ ดูเหมือนโอกาสนั่งบนคานจะอยู่ไม่ไกล

               แต่แล้วจู่ๆ คนรอบข้างทั้งญาติและเพื่อนๆ ต่างประหลาดใจไปตามกัน เมื่อได้รับการ์ดแต่งงานที่ระบุชื่อเจ้าสาวที่สะกดด้วยภาษาไทย น.ส.นฤมล

               บุดดาวงศ์ ส่วนเจ้าบ่าวสะกดด้วยภาษาอังกฤษ Mr.Robert A.belena เรียนเชิญร่วมงานมงคลสมรสในวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 ที่ห้องประชุมชัยพฤกษ์ ชั้น 4 โรงพยาบาลอำนาจเจริญ

               วันนี้ในวัย 45 ปี หมอตุ่นไม่เคยมีวี่แววว่าจะสนใจใช้ชีวิตคู่กับใคร แม้จะมีหมอแวะเวียนมาพูดคุยด้วยหลายคน แต่เธอก็คบหาเพียงแค่เพื่อน ไม่เคยก้าวข้ามเส้นความรักของหัวใจมาได้แม้สักรายเดียว จู่ๆ ฝรั่งวัยเกษียณ อายุห่างกันสิบกว่าปี กลับคว้าหัวใจพยาบาลซี 8 แสนสวย ใจดีคนนี้ไปครองได้อย่างไร

               รักสายฟ้าแลบเกิดขึ้นในวันคริสต์มาส ปลายปี 2555 ไม่กี่เดือนก่อนแต่งงาน คนไม่มีครอบครัวและรักงานเป็นชีวิตจิตใจ มักเหมาอยู่เวรเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว วันนี้ก็เช่นกัน หมอตุ่นอยู่เวรดูแลคนไข้บนตึกตามปกติ เมื่อว่างเว้นการทำงานก็มานั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย หาความรู้และเพิ่มพูนความบันเทิงให้ชีวิต ท่องเน็ตไปเรื่อยๆ เกิดนึกสนุก เข้าไปเปิดดูเว็บไซต์หาคู่ สายตาสะดุดกับข้อความของหนุ่มอเมริกันคนหนึ่งที่เขียนระบุว่า อยากมาเที่ยวเมืองไทย

               "หมอตุ่น" หัวใจพองโต เลือดรักชาติสูบฉีด รีบเข้าไปเขียนข้อความตอบ "ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทย" จากนั้นบทสนทนาของทั้งสองก็เริ่มต้นขึ้น

               "โรเบิร์ต" แนะนำตัวว่าเป็นนักศิลปะ ทำงานด้านศิลปากร แต่เกษียณอายุราชการแล้ว อายุ 61 ปีอยากมาอยู่เมืองไทย อยากมาดูศิลปะของเก่าแก่ที่

               อยุธยา เมื่อศิลปินผู้มองโลกด้วยศิลปะ จิตใจอ่อนไหว มองทุกสิ่งสวยงามน่าศึกษา ได้พูดคุยกับพยาบาลสาวผู้มองโลกในแง่ดี จิตใจเอื้อเฟื้อ อ่อนหวาน การสนทนาจึงลื่นไหล

               จากวันแรกก็เริ่มเข้ามาพูดคุยกันทุกวัน ทุกเวลาที่ว่าง หมอตุ่นมักถามเสมอว่า "เมื่อไหร่จะมาเที่ยวเมืองไทย" อยากอวดเมืองไทย อยากพาเที่ยวให้รู้ว่าศิลปวัฒนธรรมไทยสวยงามเพียงใด โดยเฉพาะที่อีสานมีอะไรให้นักศิลปะได้ค้นหามากมาย การพูดคุยที่เข้าใจกัน ทำให้อยากพบอยากเจอ และความรักก่อเกิดขึ้นในหัวใจวันละนิด

               "คุยด้วยแล้วสบายใจ รับรู้ได้ถึงความบริสุทธิ์ใจของชายคนนี้ เขามาช่วยทลายกำแพงหัวใจที่เคยปิดกั้น ไม่อยากใช้ชีวิตกับใคร เคยบอกตัวเองว่า อยู่คนเดียวสบายดี เห็นบางคนมีคู่แล้วทุกข์ ไม่อยากทุกข์แบบนั้น แต่พอมาเจอโรเบิร์ต ทำให้อยากเรียนรู้ อยากรู้จัก เมื่อคุยกันบ่อยเรียนรู้นิสัยจิตใจกันนานเข้า ก็พัฒนาสู่ความรักต่างวัย จนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันในวันนี้"

               "โรเบิร์ต" ก็รู้สึกดีกับหญิงไทยคนนี้เช่นกัน และอยากพิสูจน์คำพูด เขาได้บินตรงจากสหรัฐอเมริกามาเมืองไทย ต่อมาสนามบินนานาชาติจังหวัดอุบลราชธานี ที่นี่ทั้งสองได้พบหน้ากันครั้งแรก เขามากับญาติหนึ่งคนเพื่อแสดงความจริงใจ ให้เกียรติฝ่ายหญิง และอยากให้ทางบ้านของเขารู้ด้วยว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่

               วันนั้นหมอตุ่นพาโรเบิร์ตไปพบญาติพี่น้อง รวมถึงญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ เพื่อให้ช่วยกันพิเคราะห์ พิจารณาว่า "ผ่าน" หรือไม่ ทุกคนต่างพยักหน้าและยินดีที่ทั้งสองได้มาพบกัน แม้จะอยู่คนละทวีป ห่างกันคนละซีกโลก แต่เมื่อคู่กันแล้ว ไกลสุดฟ้าแค่ไหนก็หากันจนเจอ

               พบกันเพียงสามวันเขาก็ขอแต่งงาน เข้าพบกับคุณพ่อ คุณแม่ และสู่ขอกันตามประเพณีที่บ้านโคกกอก ต.นาผือ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ วางสินสอดทองหมั้น 2 ล้านบาทแล้วก็บินกลับไปบ้านเกิด

               จากนั้นต่อมาว่าที่เจ้าบ่าวและญาติๆ ได้เดินทางมาเมืองไทยอีกครั้ง พร้อมกับเดินขึ้นเวที ยืนเคียงคู่กับเจ้าสาวของเขา รับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ตามประเพณีแบบไทยๆ

               วันที่ 8 กรกฎาคม วันชื่นคืนสุข ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลอำนาจเจริญ สถานที่ทำงานของเจ้าสาว นายนพวัชร สิงห์ศักดา อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ที่คุ้นเคย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้เดินทางมาเป็นสักขีพยาน อวยพรให้ความรักของทั้งสอง ครองรักต่อกันด้วยความสุขตลอดไป

               ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหมอตุ่น-โรเบิร์ต แววตาสดใส มือที่จูงเดินเคียงคู่กันตลอดงาน เป็นสัญญาใจว่าทั้งสองจะอยู่ดูแลหัวใจของกันและกันต่อไป นับจากนี้...

............................................................
(เมื่อ'รัก'คือศิลปะที่สวยงามที่สุด : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...สุชาติ สูงเรือง/เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน)