
'มาร์ค'จี้'ปู'ถอนร่างนิรโทษฯฉบับ'วรชัย'
'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' ถอนร่างนิรโทษฯฉบับ 'วรชัย' หวั่นเกิดขัดแย้งรุนแรง แนะเร่งแก้ปัญหาปากท้องปชช.ก่อน บี้รัฐเร่งแจงสารตกค้างในข้าวถุง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
25 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel กรณีที่คณะกรรมการประสานงานร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ตัดสินใจนำกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้าสภาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ทั้งหมดอยู่ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจได้ว่า จะไม่เอาบ้านเมืองเข้าสู่ความขัดแย้งแล้วมาแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น ซึ่งการดำเนินการของวิปรัฐบาลบ่งบอกได้ว่ารัฐบาลเดินหน้าเต็มสูบ เพราะเป็นเป้าหมายของรัฐบาลชุดนี้ ที่มีความต้องการจะนิรโทษกรรมโดยไม่ยึดหลักของบ้านเมือง ซึ่งจะทำลายตัวระบบกฏหมายต่อไป
อีกทั้งยังไม่มีหลักประกันให้มั่นใจว่าจะไม่พ่วงฉบับอื่นสอดแทรกเข้าไปด้วย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เสนอแนวทางที่คิดว่าจะเป็นทางออกที่จะนำไปสู่การปรองดองแต่ก็ถูกปฏิเสธ ทั้งนี้ตนแปลกใจว่า เมื่อเปิดสภาแล้วจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาท แต่กลับไม่มีการบรรจุ เพราะรัฐบาลก็พูดตลอดเวลาว่าพยายามนำเข้าในเดือนส.ค.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนเหตุผลทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าเอากฎหมายฉบับนี้เข้าสภาจะไม่เป็นการสร้างความขัดแย้ง รวมทั้งจะคลี่คลายความขัดแย้ง โดยเฉพาะนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อ้างว่ากระทรวงมหาดไทยสำรวจประชาชน 75,000 คน พบว่าให้นิรโทษกรรมนั้น ตนไม่เชื่อว่ามีการสำรวจความคิดเห็นที่ถูกหลักวิชา จึงเชื่อว่าขัดแย้งอย่างแน่นอน ขณะที่แนวทางพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่เมื่อรัฐบาลเดินหน้าอย่างนี้ด้วยเสียงข้างมากนั้น ก็ต้องหารือกัน ต้องคัดค้านให้ถึงที่สุด โดยการใช้บทบาทในสภาเต็มที่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงและหนักใจกับสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลเร่งเอากฎหมายล้างผิดเข้าสภา ซึ่งได้เตือนรัฐบาลว่า อย่าประมาท และอย่าคิดว่ามีเสียงข้างมาก หรือจะมีมวลชนมาสนับสนุนแล้วทำอะไรก็ได้ พรรคยืนยันว่า แนวทางที่ถูกต้องที่สุดคือถอนกฎหมายทุกฉบับออกไปก่อน แล้วมาหาจุดร่วม ระหว่างนี้รัฐบาลควรใส่ใจปัญหาเศรษฐกิจมากกว่า
“ทั้งหมดอยู่ที่นายกฯ อยู่ที่รัฐบาล เพราะอีก 7 วันข้างหน้าก็เห็นอยู่แล้วว่า ต้องมีคนออกมาชุมนุม เจ้าหน้าที่ก็ออกมาอีก เชื่อว่าน่าจะมีการปะทะกัน และผมเชื่อว่านายกฯเป็นผู้ที่ตัดสินใจได้ว่า จะไม่เอาบ้านเมืองเข้าสู่ความขัดแย้ง แล้วมาแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
'อภิสิทธิ์' บี้รัฐเร่งแจงสารตกค้างในข้าวถุง สร้างความเชื่อมั่น
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงกรณีนายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย ระบุว่าหากใครรับประทานข้าวถุงของบริษัทที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ แล้วเสียชีวิต สมาคมฯ จ่ายค่าชดเชยให้ 20 ล้านบาทว่า เมื่อมีปัญหาสารตกค้าง และมีความไม่มั่นใจก็คงเป็นความพยายามของเอกชนให้เกิดความเชื่อมั่น แต่ความเชื่อมั่นที่ดีที่สุดคือการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาของรัฐ ซึ่งรู้สึกไม่สบายใจว่าการชี้แจงของรัฐดูไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผล เพราะมีการมาพูดให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับตัวสารเมทธิลโบรไมด์หรือโบรไมด์ไอออน ที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ และเป็นเรื่องแปลกว่าการอธิบายสารตัวนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร
ดังนั้นจึงอยากเตือนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น แต่หากไม่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง ก็จะทำให้คนไม่เชื่อมั่น ส่วนการที่รัฐบาลพูดถึงการลดราคารับจำนำข้าวเหลือตันละ 12,000 บาท ก็ไม่รู้ทำอย่างไร ซึ่งเราก็ได้แต่พยายามเรียกร้องและเป็นเหตุผลว่าให้นำเรื่องแบบนี้เข้าพูดคุยในการเปิดสภาฯ เนื่องจากกระทบคนจำนวนมาก และคาดว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวอีก แต่ก็น่าสนใจที่ชาวนาจะได้เงินเพิ่มตันละ 1,000 บาท



