ข่าว

อัยการเลื่อนสั่งคดีเสื้อแดงฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน

อัยการเลื่อนสั่งคดีเสื้อแดงฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน

10 มิ.ย. 2552

อัยการเลื่อนสั่งคดี“แกนนำนปช.”ชุมนุมก่อความวุ่นวาย-ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รอ“อสส.” ชี้ขาด คำร้องขอสอบเพิ่ม ขณะที่“อดิศร เพียงเกษ”หวังอัยการร่วมสอบตาม ป.วิอาญา มาตรา 20 หวั่น ตำรวจทำสำนวนฝ่ายเดียวไม่เป็นธรรม ส่วน“วีระ-ณัฐวุฒิ -หมอเหวง”ผู้ต้องหาร่วม รอรายงานตั

(10มิ.ย.) ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย,นายอดิศร เพียงเกษ อดีต 111 กก.บริหารพรรคไทยรักไทย,นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรองและนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำนปช. ผู้ต้องหาคดีร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี,นายวีระ มุกสิกพงศ์ แกนนำนปช.กับพวกรวม 14 คน ชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เมื่อวันที่ 26 มี.ค.52 จนถึงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เดินทางมาพร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนจำนวนหนึ่ง เข้าพบนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เพื่อฟังคำสั่งคดี

อย่างไรก็ดี อัยการยังไม่สามารถสั่งคดีได้ในช่วงเช้า เนื่องจากต้องรอคำสั่งชี้ขาดของ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เรื่องการสอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดย นายกายสิทธิ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวว่า เหตุที่ต้องรอให้ อสส. เป็นผู้ชี้ขาด เนื่องจากคดีนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตัวอยู่นอกราชอาณาจักรเป็นผู้ต้องหาด้วย คดีจึงเข้าลักษณะที่ อสส.จะเป็นผู้สั่งการตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ที่ระบุว่า ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้ทำลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อธิบดีกรมอัยการ(อสส.)หรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวน หรือมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดก็ได้

อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา กล่าวอีกว่า ส่วนนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ นพ.เหวง โตจิราการ ผู้ต้องหาร่วม ที่พ้นกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ เมื่ออัยการยังไม่สามารถสั่งคดีได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งสามก็จะได้รับการปล่อยตัวออกไป ซึ่งหากอัยการมีความเห็นจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องแล้วก็จะแจ้งให้พนักงานสอบสวนนำตัวมาฟังคำสั่งอีกครั้ง

ด้านนายอดิศร ผู้ต้องหาร่วมกล่าวว่า ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 20 ให้อัยการเข้าไปร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนได้ ซึ่งในการร้องขอความเป็นธรรมให้สอบสวนเพิ่มเติมเราไม่ต้องการให้การสอบสวนมีแต่ตำรวจ หรืออัยการเพียงฝ่ายเดียว โดยตนเชื่อว่าถ้าการสอบสวนสามารถใช้ช่องทางอัยการร่วมสอบสวนกับพนักงานได้ก็จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมเพราะอัยการก็มีสถานะกึ่งตุลาการด้วย

ขณะที่นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. กล่าวเสริมว่า ผู้ต้องหาไม่ไว้วางใจการสอบสวนเพิ่มเติมที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งตาม ป.วิ อาญา มาตรา 120 การจะพิจารณาคดีสั่งคดี และยืนฟ้องคดีต่อศาล พนักงานอัยการต้องสอบสวนความผิดให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายวีระ นายณัฐวุฒิ และ นพ.เหวง ศาลอาญามีคำสั่งนัดให้มารายงานตัวในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.หลังครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย เพื่อคืนหลักทรัพย์ประกันและปล่อยตัวตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวน มีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายวีระ กับพวกรวม 14 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ยุยงส่งเสริมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันไม่ใช่ความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มาตรา 116 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป