ข่าว

มือบึ้ม!ครูมลายูดับ2โยนผิดจนท.

มือบึ้ม!ครูมลายูดับ2โยนผิดจนท.

25 ก.ค. 2556

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยันเหตุระเบิดที่ อ.จะแนะ นราธิวาส พบหลักฐานฝีมือกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ขณะที่ 'พามิง เจ๊ะแต' มือบึ้มครูมลายูดับ 2 ศพ ขึ้นป้ายโยนผิดจนท.

 

                                25 ก.ค.56 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 56 ที่ผ่านมา คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย คือ นางนุสยาฮาน อาแว และนางนายีหะห์ ยีระ ซึ่งเป็นครูโรงเรียนพิทักษ์วิทยากุมง และผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย คือ นายอภิชาติ เบ็นจุฑามาศ สิบตำรวจเอกทวีศักดิ์ โยฆวัฒน์ และสิบตำรวจเอกธัชพล รักสัตย์ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำให้เราต้องเสียแม่พิมพ์ของชาติไปอีก 2 ท่าน จากการกระทำอันสุดโต่ง ไร้มนุษยธรรม

                                "กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง กับครอบครัวของคุณครู ตลอดจน ลูกศิษย์ เพื่อนร่วมอาชีพ และพี่น้องคนไทยทุกคน เราได้สูญเสียบุคลากรครูผู้ทรงคุณค่ายิ่งของสังคมไทยไปอีก 2 ท่าน จากการกระทำอย่างโหดเหี้ยมของผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งมีความสุดโต่งทั้งแนวความคิดและการกระทำอย่างไร้มนุษยธรรม เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับคุณครู ผู้ซึ่งคอยทำหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทสิ่งที่ดีให้กับลูกหลานของสังคมเรา"

                                โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามที่จะสร้างภาพข่าวว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพื่อโยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่ และพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง แต่จากผลการชันสูตรศพ และคำยืนยันจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะแนะ สามารถชี้ชัด ได้อย่างชัดเจนว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากแรงระเบิด จากหลักฐานเหล็กเส้นตัดสั้นหลายชิ้นที่ฝังบริเวณศีรษะ และร่างกายของผู้เสียชีวิต โดยไม่มีร่องรอยของกระสุน ซึ่งทำให้เห็นถึงความขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ก่อเหตุรุนแรงพยายามที่จะโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ โดยจากผลการชันสูตรพลิกศพครูทั้งสองคนที่เสียชีวิต และผลจากการเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลปรากฏว่าทั้ง 2 ราย ถูกสะเก็ดระเบิดจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต 

                                ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงดำรงความมุ่งหมายในแนวทางการรักษาความปลอดภัยให้แก่บุคลากรครู และสถานศึกษาอย่างเต็มกำลังความสามารถ ตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ด้วยการดูแลความปลอดภัยทุกชีวิตอย่างเสมอภาค ไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา และปฏิบัติตามแนวทางที่ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความปลอดภัยภายในราชอาณาจักรได้มอบนโยบาย และสั่งการเน้นย้ำเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด คือ ให้ใช้ความ อดทน อดกลั้น และไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา โดยจะแก้ปัญหาโดยใช้หลักกฎหมาย ตามหลักนิติธรรม สันติธรรม ตามแนวทางสันติวิธี เช่นที่เคยปฏิบัติมาตลอด 9 ปีเศษที่ผ่านมา ตราบจนถึงปัจจุบัน และขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) , กลุ่มเครือข่ายต่างๆ ที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมในพื้นที่ร่วมกันประณามการกระทำดังกล่าว

                                "กรณีเหตุการณ์ในพื้นที่นราธิวาสในช่วงที่ผ่านมาที่มองว่าเพิ่มขึ้นหลังจากการวิสามัญนายมะสุเพียน มามะ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง สังคมจึงมีความสงสัยว่าเพราะเหตุดังกล่าวเกิดจากการตอบโต้กัน ตนขอเรียนชี้แจงว่ากรณีของนายมะสุเพียน หลังจากเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 2 จุดเมื่อวันที่ 17 กค ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติตามเหตุเฉพาะหน้า ที่จะต้องติดตามคนร้าย และกรณีนายมะสุเพียน ก็เป็นเรื่องที่จนท.เข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่ตามปกติ แล้วพบนายมะสุเพียน  แต่ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นที่จะต้องป้องกันตัว ทำให้เกิดความสูญเสียดังกล่าว จึงไม่อยากให้เอาสองเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกัน เพราะเมื่อเทียบสถิติในช่วงที่ผ่านมามีสถิติสูงกว่าในช่วงเดือนรอมฎอน"

                                โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนการดูแลพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ช่วงเดือนรอมฎอนนี้ ก็มีแผนการดูแลตั้งแต่ก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอน ระหว่างเดือนรอมฎอน และหลังเดือนรอมฎอน โดยเฉพาะในช่วง 10 วันสุดท้าย หรือเอี๊ยะตีกาฟ ที่พี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมจะต้องปฏิบัติศาสนกิจในช่วงนี้อย่างเข้มข้น ท่านแม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้สนับสนุนการปฏิบัติของพี่น้องชาวไทยมุสลิมอย่างเต็มที่ ในทุกมัสยิด เพื่อพี่น้องจะได้สามารถปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่ รวมทั้งดูแลรักษาความปลอดภัย ที่มีเกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลา

 

'พามิง เจ๊ะแต' มือบึ้มครูมลายูดับ 2 ศพ ขึ้นป้ายโยนผิดจนท.

 

                                สำหรับความคืบหน้าทางคดีกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์สายตรวจ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ครู จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ครูเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 รายนั้น เหตุเกิดบนถนนหน้าโรงพยาบาลจะแนะในช่วงเช้าของวันที่ 24 ก.ค. 56 ที่ผ่านมานั้น

                                ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ค.) จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า กลุ่มที่ก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือการกระทำของนายพามิง เจ๊ะแต ที่เคยลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ใต้แฟลตตำรวจ สภ.ศรีสาคร เมื่อวันที่ 7 มี.ค.54 ที่ผ่านมา ทำให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย จำนวน 18 คัน เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่ากรณีเหตุการณ์คนร้ายแฝงตัวปะปนกับประชาชนประกบยิง ส.ต.ต.อนุพงษ์ เด็งมะเระ อายุ 23 ปี และ ส.ต.ต.สตอปา ตาหะยอ อายุ 23 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ นปพ.ฉก.41 เสียชีวิตขณะเดินซื้ออาหารไปแก้บวชในช่วงเดือนรอมฎอน เหตุเกิดแผงลอยหน้ามัสยิดดุซงญอ ม.1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ก็เป็นฝีมือของนายพามิง เจ๊ะแต เช่นกัน

                                อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวจากแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคง แจ้งว่า ในช่วงคืนที่ผ่านมาหลังจากนายพามิง เจ๊ะแต และพวก ลอบวางระเบิดรถยนต์สายตรวจ สภ.จะแนะ ขณะปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ครู เกิดผิดพลาดไปถูกครูเสียชีวิต 2 ราย ทำให้ทางกลุ่มขบวนการเสียมวลชน จึงได้ให้สมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ อ.จะแนะ นำป้ายผ้าสีขาวเขียนข้อความเป็นภาษาไทย มีใจความว่า ตำรวจยิงครูมลายู ใครรับผิดชอบ ตระเวนนำไปแขวนไว้ในที่ต่างๆ จำนวน 3 จุด เพื่อสร้างกระแสให้ประชาชนในพื้นที่ต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยปล่อยข่าวใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ว่า ครูทั้ง 2 ราย เสียชีวิตจากกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ถูกระเบิดของคนร้าย ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงและสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจแล้ว

                                นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผวจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดตามสืบสวนสอบสวนคดีนี้อย่างใกล้ชิดและหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ โดยในวันนี้นายแพทย์อเนก ยมจินดา ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะมีเดินไปเยี่ยมนายอภิชาติ เบญจุฬามาศ ครูโรงเรียนพิทักษ์วิทยากุมุง ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้อง CCu โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนที่จะเดินทางไปพบนายแพทย์อหมัดมูซูลัม เปาะจิ ผอ.โรงพยาบาลจะแนะ เพื่อดูแผ่นเอ๊กซเรย์ของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย พร้อมทั้งตรวจสอบรถยนต์เก๋งของครูว่าถูกระเบิดจริงหรือไม่ต่อไป