
'ยิ่งลักษณ์'เลื่อนถกมั่นคง
'ยิ่งลักษณ์'เลื่อนประชุมฝ่ายความมั่นคง ด้าน'ปธ.สภาประชาสังคมฯ'แนะฝ่ายมั่นคง รักษาข้อตกลงร่วมบีอาร์เอ็น ยืดหยุ่นการใช้กม.
25 ก.ค.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เลื่อนการประชุมฝ่ายความมั่นคง ออกไปก่อน จากเดิมจะประชุมในเวลา 10.00 น.นี้ โดยต้องรอการแต่งตั้งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศปก.กปต. อย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งจะมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และสมช. จะประชุมกันภายใน โดยนายกรัฐมนตรี กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มข้น
"จากการประเมินสถิติสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ผ่านมา 15 วัน เทียบกับสถิติในปีที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่รุนแรง พร้อมยืนยันว่า ยังไม่มีการทบทวนเปลี่ยนกลุ่มพูดคุยสันติภาพ จาก BRN ไปคุยกับกลุ่มอื่น เนื่องจากแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นรับปากว่า จะประสานกับเครือข่ายให้ลดการก่อเหตุ จึงยังคงให้เวลา และเชื่อว่าบีอาร์เอ็นจะควบคุมสถานการณ์ตามข้อตกลงได้ ส่วนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างประสานกับผู้อำนวยความสะดวกประเทศมาเลเซีย ติดตามว่าเป็นการก่อเหตุจากกลุ่มใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้มาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด" พล.ท.ภราดร กล่าว
ปธ.สภาประชาสังคมฯ แนะฝ่ายมั่นคง รักษาข้อตกลงร่วมบีอาร์เอ็น ยืดหยุ่นการใช้กม.
นายประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ ประธานสภาประชาสังคมจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทาง FM. 97.0 MHz. ความรุนแรงคนในพื้นที่ก็เครียด เพราะยังไม่เป็นไปตามข้อตกลงร่วมที่บีอาร์เอ็นบอกว่าจะหยุดก่อความรุนแรง ซึ่งเพียง 3-4 วันแรกเท่านั้นที่เหตุการณ์สงบ แต่เมื่อฝ่ายไทยได้วิสามัญกองกำลังไป 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นผู้ที่มีรายชื่อยู่ในหมายจับ จากนั้นเหตุการณ์ก็รุนแรงหนักขึ้นมาก ซึ่งหากพื้นที่ใดรักษาข้อตกลงไว้ดี เหตุการณ์ก็จะเบาลง เช่น พื้นที่ปัตตานีซึ่งมีน้อยมาก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าหากเรารักษาข้อตกลงร่วมดีๆ จะทำให้ความไว้วางใจดีขึ้น บรรยากาศดี จึงอยากให้รักษาข้อตกลงร่วมในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเครือข่ายบีอาร์เอ็นก็ไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะการใช้ความรุนแรงก็เป็นเป้าหมายที่ทำบรรลุในสิ่งที่ตั้งไว้
"ทั้งสองฝ่ายต้องเข้าใจว่าอยู่ในโหมดของการพูดคุย อยู่ในช่วงรักษาบรรยากาศการแก้ปัญหา หากเข้าใจนโยบายนี้ตรงกันก็ควรลองดู แม้จะรักษาความเข้มงวดมา 9 ปี อาจจะละเว้นการใช้ความเข้มแข็งของกฎหมาย แต่ในช่วงรักษาบรรยากาศสันติภาพก็ควรละเว้นความเข้มงวดช่วงหนึ่ง เรามีหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าแต่ละเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัว หรือเหตุในพื้นที่ ก็จะคลี่คลายความไม่ไว้วางใจได้ระดับหนึ่ง" นายประสิทธิ์ กล่าว



