
ตำรวจเมินจับเสื้อเหลืองตามประกาศนครบาล
"ตำรวจเมิน"จับ"ม็อบ"เสื้อเหลือง"ตามประกาศสืบจับ"นครบาล"ส่อเหลว หลัง"ผบช.น." แถลงข่าวใหญ่ สื่อฯเร่งติดตามผล 1 เดือน พบประชาชนแจ้งเบาะแสนำจับหลายราย แต่ไร้วี่แวว "ผู้รับผิดชอบเดินหน้าสืบสวนจับกุม"
(10มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวภายหลัง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. ออกประกาศจับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ( เสื้อเหลือง) 20 คนตามหมายจับกระทำความผิดข้อหา มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ข้อหาพกพาอาวุธในที่สาธารณะ จากเหตุการณ์การชุมนุมช่วงเดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมาขณะเดินทางไปชุมนุมปิดล้อมสนามบินดอนเมืองและมีการปะทะกับกลุ่มต่อต้านบริเวณปากซอยวิภาวดี 3 ท้องที่ สน.บางซื่อ
และมีการออกประกาศสืบจับผู้ชุมนุมแนวประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) เสื้อแดง จำนวน 29 คนตามหมายจับข้อหาเดียวกันข้างต้น จากเหตุการณ์บุกรุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทยทุบรถนายกฯในวันประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า หากผู้ใดพบเห็นเบาะแสของผู้กระทำความผิด ( สื้อแดง) ให้โทรศัพท์แจ้งที่ศูนย์สืบสวนนครบาล กองกำกับการสืบสวนนครบาล 6 และฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ ส่วนผู้กระทำความผิดเสื้อเหลืองสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์สืบสวนนครบาล กองกำกับการสืบสวนนครบาล 2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ โดยมีการตั้งรางวัลนำจับรายละ 5 หมื่นบาทนั้น
ปรากฎว่า หลังจากที่มีการออกประกาศสืบจับดังกล่าวออกไปนานกว่า 1 เดือนและมีการเผยแพร่ข่าว มีประชาชนโทรศัพท์แจ้งเบาะแสข้อมูลไปยังหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ที่พิมพ์ไว้ในประกาศสืบจับหลายราย ทั้งนี้สื่อมวลชนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่แจ้งเบาะแสว่า ขณะที่โทรศัพท์ไปแจ้งเบาะแสกลับได้รับคำตอบที่ไม่น่าจะได้ยิน เจ้าหน้าที่บางคนที่รับโทรศัพท์ก็ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะรับเรื่องรายละเอียดสักเท่าไหร่ บางรายตอบกลับมาด้วยซ้ำว่ายังไม่ทราบเรื่อง และถามกลับคนแจ้งด้วยว่า ทำไมถึงโทรมาแจ้งที่นี่ ขณะที่ตำรวจบางนายที่รับโทรศัพท์ตอบกลับว่า ยังไม่เห็นภาพในประกาศสืบจับแต่อย่างใด
และมีหลากหลายคำตอบอีกมากมายที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบางคนก็จดข้อมูลไว้และไม่ได้สอบถามว่า โทรมาจากไหนคนให้เบาะแสเป็นใครหรือแม้กระทั่งจะขอจดชื่อและเบอร์โทรของคนแจ้งเบาะแส ทำให้มองว่า การออกประกาศการจับกุมผู้ชุมนุมทั้ง 2 กลุ่มของกองบัญชาการตำรวจนครบาลดังกล่าวเป็นการโปรโมทหน่วยงานมากกว่าที่จะเร่งรัดดำเนินการจับกุมบุคคลตามหมายจับอย่างจริงจัง แม้ที่ผ่านมาจะมีการจับกุมกลุ่มเสื้อแดงตามประกาศจับบางคนไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อถึงกรณีของกลุ่มเสื้อเหลืองตามที่มีการออกประกาศจับ กลับไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบเฝ้าติดตามพฤติการณ์คนร้ายตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสแต่อย่างใด อาจเป็นไปได้ว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงไม่มีการอัดฉีดเม็ดเงินในการสืบสวนเฝ้าติดตามสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนผู้ปฏิบัติทำให้งานไม่เดินหน้าตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นแค่เพียงเพื่อการโชว์ผลงานภาพประกาศจับหวังต้องการออกโทรทัศน์และเป็นข่าวหน้าหนึ่งในสื่อหนังสือพิมพ์เท่านั้น



