ข่าว

'ปชป.'ซัด'มท.1'ใช้อำนาจรัฐขู่ปชช.

'ปชป.'ซัด'มท.1'ใช้อำนาจรัฐขู่ปชช.

24 ก.ค. 2556

'ปชป.' ซัด 'มท.1' วุฒิภาวะต่ำ-ใช้อำนาจรัฐขู่ปชช. ไล่พ้นเก้าอี้ ปลุกคนไทยร่วมต้านกม.ล้างผิดฉบับ 'วรชัย' ประณาม 'พท.' คุกคามมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

 

                       24 ก.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนไม่สบายใจในพฤติกรรมของหลายคนในรัฐบาลที่แสดงออกต่อการตรวจสอบรัฐและแสดงความเห็นแตกต่างจากรัฐบาล โดยกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ที่ประกาศท้าชนกับผู้เห็นต่างทางการเมือง ซึ่งไม่ทราบว่านายจารุพงศ์ เป็น รมว.มหาดไทยของประเทศไหน เพราะพูดเหมือนกับว่า กำลังประกาศตัวเป็นศัตรูกับคนไทย ทั้งที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในประเทศ เป็นสิ่งที่ตนเพิ่งเคยเห็นจึงคิดว่านายจารุพงศ์มีวุฒิภาวะต่ำเกินไป จึงอยากให้ประชาชนประณามพฤติกรรมดังกล่าว เพราะหากนายจารุพงศ์ยังพูดเช่นนี้ต้องออกจากรมว.มหาดไทยเพราะไม่ได้เป็นรัฐมนตรีของประชาชน ทั้งๆ ที่รับเงินเดือนจากภาษีอากรของประชาชนทุกคน ขอเตือนนายจารุพงศ์ว่า อย่าทำอย่างนี้เลย เพราะอายุเยอะแล้ว อย่าให้ใครมาถอนหงอกตอนแก่

                       “ถ้าจะท้าชนขอให้ลาออกอย่าใช้อำนาจรัฐ แล้วออกมาเป็นผู้นำม็อบเหมือนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พานิชย์ อย่าเอาเปรียบประชาชน เพราะไม่มีใครกลัวท่าน อย่าใช้อำนาจข่มขู่ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้เหน็บปืนถืออาวุธ อีกทั้งการกระทำของประชาชนไม่มีใครทำผิดเหมือนที่คนเสื้อแดงละเมิดกฎหมายแต่การชุมนุมเพื่อแสดงความเห็นแตกต่างจากรัฐบาลมีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น” นายชวนนท์ กล่าว

 

'ปชป.' ปลุกคนไทยร่วมต้าน กม.ล้างผิด ฉบับ 'วรชัย'

 

                       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต แถลงถึงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับประชาชนที่เสนอโดยกลุ่มของนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ น.ส.กมนเกด อัคฮาดว่า น่าประหลาดใจที่รัฐบาลและคนของพรรคเพื่อไทย เห็นกฏหมายของประชาชนเป็นของแสลง โดยเฉพาะกฎหมายดังกล่าวนี้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศเห็นด้วย และสนับสนุน แต่ต้องมีการปรับปรุงบางเงื่อนไข ทั้งนี้เห็นว่า รัฐบาลพยายามเร่งรัดทุกวิถีทาง เพื่อที่จะปัดกฏหมายฉบับของนางพะเยาว์ให้ตกไป แล้วเหยียบคันเร่งกฏหมายของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้เป็นกฏหมายหลัก ที่จะมีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฏรในอีก 1 สัปดาห์ที่จะถึง ตนอยากย้ำว่า ประชาธิปัตย์จริงใจในการสนับสนุนความปรองดองกลับสู่ประเทศ โดยจุดยืนของเรา ไร้วาระทางการเมืองแอบแฝง ไม่มีเรื่องของการพยายามยุให้คนเสื้อแดง

                       นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อข้อเสนอของประชาชนใกล้เคียงกับพรรคก็พร้อมที่จะเปิดเวทีหารือเพื่อนำไปสู่การปรองดองโดยไม่ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศ พรรคก็พร้อมที่จะร่วมขับเคลื่อนตามเงื่อนไขที่เป็นจุดยืนของพรรค ดังนั้นรัฐบาลต้องถอยเลิกผลักดันกฎหมายล้างผิดคนโกง ทำร้ายทหาร ประชาชน เผาบ้านเผาเมือง เพราะถ้าปล่อยให้กฎหมายของนายวรชัย ผ่านไปได้ ผู้ที่สังหารหมู่ 6 ศพที่วัดปทุมฯ จะได้รับการนิรโทษกรรมล้างผิดทันที และพรรคยืนยัน ต้องหาผู้ที่ทำร้ายประชาชนไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ 4 แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 หรือจุดอื่น ผู้กระทำผิดต้องได้รับการลงโทษ และเชื่อว่านี่คือจุดยืนที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเห็นตรงกัน แต่เหตุใดรัฐบาล และแกนนำคนเสื้อแดงที่อ้างว่าบริสุทธิ์ ที่อ้างไม่เคยกระทำผิดและทำทุกอย่างเพื่อประชาธิปไตยนั้น ขณะนี้ดิ้นรนอย่างหนัก ในการปฏิเสธกฏหมายประชาชน รวมถึงทำทุกวิถีทาง เพื่อหลับหูหลับตา ผลักดันกฏหมายที่จะล้างผิดให้กับคนที่สังหารประชาชน ซึ่งวันนี้ขอเรียกร้องไปถึงกลุ่มผู้เสียหายและประชาชนไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีใด ให้ร่วมลุกขึ้นต่อต้านกฏหมายที่จะล้างผิดให้คนทำร้ายประเทศ

                       “ขอเรียกร้องว่า ขณะนี้ภาคประชาชนกับฝ่ายค้านเห็นตรงกัน ขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาร่วมกับประชาธิปัตย์เพื่อประกาศจุดยืนว่า เราไม่เอากฏหมายที่รัฐบาลพยายามล็อกคอประชาชน ลักไก่ มัดมือชก เพื่อล้างผิดให้กับตัวเอง ล้างผิดให้คนฆ่าประชาชน และคนทำผิดกฏหมายอาญา ผมเชื่อว่าสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เป็นสัปดาห์สำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เรามีเวลาอีก 7 วันในการแสดงจุดยืน ก่อนรัฐบาลที่เหยียบศพของประชาชนขึ้นมาเป็นรัฐบาล กำลังจะล้างผิดให้คนสังหารหมู่ประชาชน” นายชวนนท์ กล่าว

                       นายชวนนท์ กล่าวว่า ในกฎหมายของนายวรชัยก็ยังโน้มเอียงที่จะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยระบุไว้อย่างกว้างๆว่า ให้ครอบคลุมถึงการกระทำที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ทั้งทางวาจา เรียกร้องให้มีการต่อต้านรัฐ ฯลฯ จึงตีความได้ว่าคนทำผิดมาตรา 112 รวมอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับนิรโทษกรรมจกร่างกฎหมายนี้ด้วย ตนจึงเห็นว่าสัปดาห์ต่อจากนี้จึงเป็นช่วงเวลาวิกฤตของประเทศที่ประชาชนต้องร่วมกันออกมายับยั้งรัฐบาลที่กำลังแสดงธาตุแท้ว่าไม่เคยคิดตามล่าหาความจริงเพราะรู้ว่าความจริงคืออะไร ตนจึงฝากไว้ว่า นี่เป็นเรื่องสำคัญที่จะเรียกร้องให้พี่น้องเสื้อแดงมาร่วมกับประชาธิปัตย์หารือกันหยุดยั้งกฎหมายล้างผิดให้คนฆ่าประชาชน โดยพรรคยินดีเปิดกว้างเพื่อให้มีการพูดคุยกัน

 

'ปชป.' ประณาม 'พท.' คุกคามมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

 

                       โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาประณามมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคว่า โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวหน่วยงานราชการ โดยไร้ข้อมูล ทั้งๆที่สารตกค้างที่อยู่ในข้าวถุงยี่ห้อโคโค่ จากการตรวจสอบของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค พบสารตกค้างต่ำกว่าผลตรวจของสำนักงานอาหารและยา (อย.) เสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจว่ารัฐบาลนี้ มีพฤติกรรมตกต่ำทางการเมืองโดยไม่มีหลักฐาน และกำลังถูกนามจากสังคมว่าใช้แผนตื้นและสกปรกมาก ที่ใครเปิดเผยความจริง แทนที่จะได้รับคำขอบคุณ หรือคำชื่นชมจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่กลายเป็นการข่มขู่คุกคามแทน ซึ่งหากเป็นข้าราชการก็ถูกตั้งกรรมการสอบ ส่วนถ้าเป็นภาคประชาชนก็ถูกกล่าวหาว่ารับเงินต่างประเทศมาดิสเครดิต รัฐบาล

 

'ปชป.' ซัดตร. 2 มาตรฐาน หลังแจ้งความดำเนินคดี 'หน้ากากขาว'

 

                       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ให้ตำรวจไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมหน้ากากขาวที่เกิดเหตุกระทบกระทั่งกันกับตำรวจเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ว่า ตนยืนยันว่าใครทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แต่สิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำเป็นการบังคับใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐาน เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งความประชาชนฐานทำร้ายร่างกาย แต่ประชาชนถูกทำร้ายและมีการคุกคามในการจัดเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ กลับไม่เคยดำเนินการ ทำให้ประชาชนสงสัยในการทำหน้าที่ของตำรวจ จึงอยากให้พิจารณาให้ดีว่าสิ่งที่ทำเป็นการเติมฟืนในกองไฟหรือไม่ เพราะหากจะดำเนินการต้องทำในมาตรฐานเดียวกัน โดยต้องดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงที่ข่มขู่ประชาชน ศาล ฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐบาลด้วย

                       พร้อมกันนี้ยังตั้งคำถามถึงการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงที่วงเวียนบางเขนซึ่งตั้งอยู่ในสถานที่สาธารณะบริเวณวงเวียนหลักสี่ตามที่คนเสื้อแดงยึดอยู่ในขณะนี้กลับมีอภิสิทธิ์ไม่ถูกดำเนินการใดๆ ไม่ต้องปฏิบัติภายใต้กฎหมายเหมือนคนอื่น แต่ผู้ชุมนุมหน้ากากขาวจะใช้ฟุตบาธถูกตำรวจขัดขวางจนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกัน จึงอยากถามว่าตำรวจได้ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมหรือไม่

 

'ถาวร' เชื่อ 7 ส.ค.แรง หาก 'รบ.' เข็นร่างกม.นิรโทษฯฉบับ 'วรชัย' เข้าสภา

 

                      นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ระบุว่าในการประชุมสภาฯวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยว่า ตนเป็นห่วงว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นแน่นอน อย่างน้อยที่สุดองค์กรภาคประชาชนซึ่งไม่เห็นด้วยต้องออกมาเคลื่อนไหว และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ก็บอกแล้วว่า หากมีการเคลื่อนไหวก็ต้องโดนแก๊สน้ำตา

                      นายถาวร กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ตนขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยทบทวน การเร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลอย่าเห็นชอบไปกับพรรคเพื่อไทย เพราะเรื่องเร่งด่วนของประเทศไม่ใช่เรื่องการนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวก ถ้ารัฐบาลยอมรับในการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มี อาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน ที่ต้องค้นหาความจริงให้จบ แล้วถึงจะมาปรองดอง แต่รัฐบาลกลับบีบบังคับประชาชนโดยใช้เสียงข้างมาก และถ้าประชาชนไม่ปล่อยให้เสียงข้างมากกระทำอยู่ฝ่ายเดียวอะไรจะเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลเป็นคนสร้างบรรยากาศให้เกิดการเผชิญหน้าเอง

 

'สาธิต' สวน 'จ้อน' งัดมติพรรคขวาง กม.นิรโทษกรรม

 

                      นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอลงกรณ์พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวคิดที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภา ว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่สามารถนำเสนอได้ ซึ่งเนื้อหาก็ตรงกับจุดยืนของพรรค แต่วิธีการที่จะเสนอนั้นไม่ตรงกับมติพรรคที่มี เพราะต้องให้รัฐบาลถอนร่างนิรโทษกรรมทุกฉบับออกจากวาระการประชุมก่อน แล้วค่อยคุยเพื่อให้ทุกฝ่ายยอมรับ ทั้งนี้หากนายอลงกรณ์จะมีการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมก็ต้องเสนอผ่านที่ประชุมส.ส. จากนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการให้คณะทำงานด้านกฎหมายที่มีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา เป็นประธาน

                      นายสาธิต กล่าวว่า ในฐานะเป็นคณะทำงานกฎหมายก็ต้องดูว่า นายอลงกรณ์จะสามารถโน้มน้าวที่ประชุมพรรคให้เปลี่ยนแปลงมติเดิมได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ต้องเคารพมติพรรคจะไปเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุมสภาในนามส่วนตัว โดยขัดมติพรรคไม่ได้ เพราะแม้ว่าการเสนอกฎหมายจะเป็นเอกสิทธิของส.ส.แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าการเสนอกฎหมายจะอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เนื่องจากมีสังกัดพรรคติดตัวไปด้วย ซึ่งมติพรรคก็มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่า จะไม่มีการเสนอร่างกฎหมายประกบกับร่างของรัฐบาลที่ค้างอยู่ในสภา และหากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อมติพรรค พรรคก็ต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

'หมอวรงค์' บี้ 'ยิ่งลักษณ์' ตอบปมสอบทุจริตจำนำข้าว

 

                      นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอทวงถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในการตรวจสอบการทุจริตคอร์ปชั่นในโครงการรับจำนำข้าว โดยเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 56 ตนได้นำข้อมูลการทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจี ไปยื่นให้กับรองปลัดสำนักนายกฯถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วกลับไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ตนขอถามไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้มีการตรวจสอบข้อมูลว่า มาดามกงที่ลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลเป็นตัวแทนให้กับประเทศใด และรัฐบาลมีการขายข้าวให้กับมาดามกง จำนวนเท่าใด ราคาเท่าไหร่ แต่หากยังไม่ตรวจสอบก็แสดงให้เห็นชัดว่านายกรัฐมนตรีสร้างภาพเรื่องการปราบปรามการทุจริต

                      นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่คนในรัฐบาลระบุว่าไทยจะกลับมาเป็นแชมป์ส่งออกข้าวในปี 2557 ว่า เป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อที่ไม่มีฐานข้อมูลรองรับ โดยการที่อ้างว่าจะขายข้าวได้ 8 - 8.5 ล้านตันในปีหน้านั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะยอดการระบายข้าวในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาติดลบถึง 30% และกระทรวงเกษตรฯสหรัฐออกมาวิเคราะห์ว่าประเทศไทยจะยังขายข้าวได้เป็นอันดับสาม โดยประเทศที่จะส่งออกข้าวได้อันดับหนึ่งคือ อินเดีย ซึ่งจะส่งข้าวได้ 9  ล้านตัน ส่วนเวียดนามจะส่งข้าวได้ 7.4 ล้านตัน และไทยจะส่งออกได้ไม่เกิน 7 ล้านตันเท่านั้น จึงอยากให้รัฐบาลใช้ฐานข้อมูลตามความจริงแทนการโฆษณาชวนเชื่อ นอกจากนี้การที่มีคนในรัฐบาลออกมาระบุว่าอินเดียมีปัญหาจากภัยแล้งนั้น ความจริงแล้วอินเดียมีการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวจาก 14.46 ล้านเฮกเตอร์ เป็นกว่า 15 ล้านเฮกเตอร์ ซึ่งหนึ่งเฮกเตอร์เท่ากับ 6 ไร่ 1 งาน ดังนั้นจึงเท่ากับว่าอินเดียมีพื้นทีปลูกข้าวเพิ่มขึ้นถึงกว่า 1 ล้านไร่ จึงไม่อยากให้รัฐบาลโฆษณาชวนเชื่อโดยไม่มีฐานข้อมูลที่เป็นจริง

                      นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการระบายข้าว 3 ชนิด คือ ข้าวขาว 5% ปลายข้าวเอวันเลิศ และข้าวเปลือก ตนมีความเป็นห่วงในเรื่องของการทำทีโออาร์  ในส่วนของข้าวขาว 5% และ ปลายข้าวเอวันเลิศ  ที่กำหนดเกณฑ์ให้ประมูลตามสภาพ เพราะมีการทุจริตตั้งแต่เซอร์เวเยอร์ เจ้าของโกดัง ฝ่ายข้าราชการและฝ่ายการเมือง การทำทีโออาร์เช่นนี้จึงเป็นการนิรโทษกรรมคนทำร้ายข้าวไทยทั้งระบบ จึงขอให้เปลี่ยนทีโออาร์ใหม่โดยรัฐบาลต้องมีการรับประกันมาตรฐานคุณภาพข้าวด้วย และหากมีปัญหาเรื่องคุณภาพข้าวก็ต้องไล่ตามหาผู้กระทำความผิดมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับรัฐบาลด้วย

                      นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ UN FAO เสนอตัวเข้ามาช่วยรัฐบาลไทยสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพข้าวไทยกรณีมีสารปนเปื้อน เป็นเรื่องสำคัญ เพราะทาง UN FAO คงมีความกังวลในเรื่องนี้จึงเสนอตัวเข้ามา จึงอยากทราบว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไร ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะให้ FAO เข้ามาช่วยทางวิชาการหรือไม่