
'ประยุทธ์'ลงใต้ไร้เงา'ยุทธศักดิ์'
'ประยุทธ์' ลงใต้ไร้เงา 'ยุทธศักดิ์' ซัดโจรใต้ใช้ความรุนแรงต่อรองรัฐ บึ้มลด 'รอมฎอน' 2 สัปดาห์ชี้วัดอะไรไม่ได้ ลั่นผบ.เหล่าทัพไม่คิดเสนอ 'นิรโทษ' เข้าสภากห.
24 ก.ค. 56 เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) พร้อมคณะนายทหารระดับสูงเดินลงพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อมอบนโยบาย และฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่จากหน่วยเฉพาะกิจ จ.ยะลา โดยการเดินลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ไม่ได้เดินทางลงไปในพื้นที่กับพล.อ.ประยุทธ์เหมือนทุกครั้ง เนื่องจากพล.อ.ยุทธศักดิ์ ติดภารกิจต้อนรับพล.อ.ฟ่าน ฉาง หลง รองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน และคณะที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนลงพื้นที่ถึงกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบยังก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนในพื้นที่ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด เพราะขณะนี้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ยังใช้ความรุนแรงยังมีอยู่หลายกลุ่ม และยังพยายามกล่าวหาโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ตลอดเวลา
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายคงจะต้องให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่ เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหมในฐานะ ผอ.รมน.สั่งการให้กำชับดูแลกำลังพลให้ดูแลประชาชนทุกภาคส่วนในห้วงเดือนรอมฎอน โดยในวันที่ 25 ก.ค. นี้ จะมีการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าของทั้ง 6 กลุ่มงาน ทั้งนี้อยากทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า เราใช้ยุทธศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งเราใช้ยุทธศาสตร์นี้มาตลอด คือ การเข้าใจทั้งประชาชน เข้าใจพื้นที่ และเข้าถึงปัญหาทุกปัญหาว่า มีสิ่งไหนบ้างที่ทับซ้อนอยู่เดิม เราจะพยายามไม่สร้างเงื่อนไขใหม่ ซึ่งเรามีการพัฒนาจากทั้งภายนอกและภายใน คือ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้กำหนดการพัฒนาไว้ทั้งระยะสั้น และระยะยาวตามพื้นที่ที่เกิดความรุนแรง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดปัญหาในปัจจุบัน คือ การใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องต่อรอง เพื่อให้รัฐทำตามคำเรียกร้อง ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่รัฐคงทำตามไม่ได้มากนัก หากมีความรุนแรงในพื้นที่ต้องใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าไปในพื้นที่ ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งหนึ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ขณะนี้ คือ กระบวนการยุติธรรมว่า จะทำอย่างไรทุกส่วนจะได้รับความเป็นธรรม คือ ดำเนินคดีให้เร็วขึ้น และการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุม ประเด็นสำคัญคือ ขณะนี้ยังมีกลุ่มที่เห็นต่าง หรือกลุ่มกระทำนอกกฎหมายใช้ความรุนแรงอยู่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอยากทราบถึงปัญหาในพื้นที่ เพื่อจะนำไปแก้ปัญหาให้รวดเร็วขึ้น และจะสั่งการด้วยตนเอง
“ในห้วง 2 สัปดาห์ ของเดือนรอมฎอนยังไม่สามารถชี้วัดอะไรได้ ความรุนแรงอาจลดลงไปบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ที่แล้ว แต่อาจจะเป็นไปได้จากหลายสาเหตุ ประการสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่ ทุกส่วนยังคงทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เราไม่ได้ยกเลิกการปฏิบัติตามกฎหมาย จะเห็นว่า มีการจับกุมและการปะทะอยู่ ตราบใดที่ยังมีคนถืออาวุธ และเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่จะให้รัฐหยุดปฏิบัติการในตรงนี้ ทั้งนี้ช่วงรอมฎอน เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ซึ่งผมได้รับรายงานจากในพื้นที่ว่า มีประชาชนออกมามากขึ้น โดยเฉพาะการทำตามประเพณีในช่วงเดือนรอมฏอน แต่ผู้ใดที่มีหมายจับ ไม่ออกมามอบตัว ไม่ออกมาพูดคุย ทางกระบวนการทางกฎหมายก็มีอยู่ และหากยังถืออาวุธอยู่ก็ต้องมีการปะทะกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นเป็นผู้ที่มีหมายจับทั้งสิ้น เราคงละเว้นไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย” ผบ.ทบ. กล่าว
ลั่นผบ.เหล่าทัพไม่คิดเสนอ พรบ.นิรโทษฯ เข้าสภากลาโหม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า อาจมีการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมในวันที่26ก.ค.นี้ว่า ก่อนหน้านี้พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม เคยชี้แจงไปแล้วว่า ขั้นตอนการนำกฏหมายเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมนั้นมีอยู่ 6 ข้อ โดยข้อที่ 6 คือผบ.เหล่าทัพและรมว.กลาโหมต้องเสนอเรื่องเข้าพิจารณา แต่ไม่ได้หมายความถึงพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
ผบ.ทบ.กล่าวว่า ทั้งนี้ในความรู้สึกของตน คือ จะไม่เสนอเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องทางทหารเข้าสู่สภากลาโหม และจะไม่เสนอเรื่องใดที่กระทำให้ขัดแย้งกับกฎหมายอื่นๆ เราคงทำไม่ได้ ซึ่งตนไม่ทราบว่า จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เท่าที่ทราบกองทัพไมได้เสนอเรื่องนี้เข้าไป และเท่าที่พูดคุยกับทุกเหล่าทัพก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีใครคิดจะเสนอเรื่องนี้เข้าไปด้วย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหมพูดแล้วว่า จะไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นขอร้องว่า ขอให้ตัดประเด็นดังกล่าวนี้ออกไปจากทางทหารได้หรือไม่ เพราะตนเคยบอกแล้วว่า ทหารมีกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์และ ระเบียบวินัย กฎข้อบังคับต่างๆมากมายที่ต้องระมัดระวังไม่สามารถทำอะไรได้ตามความรู้สึก ดังนั้นทหารจะทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุด และทำตามคำสั่งด้วยกฎหมาย หากมีการสั่งการก็พร้อมจะปฏิบัติทุกเรื่อง ส่วนเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตนไม่อยากให้ถามอีก เพราะที่ผ่านมาตนได้ตอบไปแล้วหลายครั้ง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีการกดดันให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบภายหลังจากเกิดคลิปเสียงคคล้ายเสียงสนทนากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "เขาไปกดดันใคร ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้กดดันตน เรื่องนี้อย่านำตนไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ตนทำหน้าที่ของตน ตราบใดที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ยังอยู่ในตำแหน่ง ตนและกองทัพจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ส่วนเรื่องอื่นๆเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นเรื่องการเมือง ตนคงไม่สามารถตอบแทนได้"
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ประกาศจะนัดชุมนุมวันที่ 4 ส.ค. นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตย ซึ่งตนห่วงทุกครั้งไม่ว่ากลุ่มไหนจะมีการเคลื่อนไหว ไม่อยากให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสีย กับประชาชนโดยร่วม ไม่อยากให้เกิดผลเสียกับประเทศชาติ แต่เป็นกระบวนการประชาธิปไตย ตนไม่รู้ว่าจะไปห้ามอย่างไร ขอให้ดูแลกันให้ดี และอย่าให้เกิดความรุนแรงขึ้น ถ้าเคลื่อนไหวปกติก็คงเหมือนทุกๆครั้งที่ผ่านมา
เตรียมจัดทหาร 180 กองร้อยช่วยน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาอุทุกภัยในหลายพื้นที่ว่า กองทัพบกได้จัดเตรียมกองร้อยไว้ช่วยเหลือประชาชนจำนวน 180 กว่ากองร้อยทั่วประเทศ พื้นที่ไหนมีทหารบกก็ต้องรับหน้าที่ดูแล โดยไม่ต้องรอให้ตนสั่งการ เพราะมีการเตรียมการไว้แต่ต้นแล้วว่า แต่ละกองร้อยต้องทำหน้าที่ได้หลายอย่าง ตั้งแต่การป้องกันประเทศ และการช่วยเหลือประชาชน เมื่อมีเหตุการณ์อะไรต่างๆเกิดขึ้นต้องช่วยเหลือประชาชน
ผบ.ทบ.กล่าวว่า ส่วนบางพื้นที่ที่กำลังเกิดอุทุกภัยอยู่ในขณะนี้ เช่น จ.ตราดและจ.จันทบุรี เป็นพื้นที่ของกองทัพเรือ ซึ่งตนทราบว่า พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้ทหารเรือออกมาช่วยเหลือแล้ว ส่วนพื้นที่ที่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของทหารบกนั้น ทหารบกจะช่วยดูแล แต่จะอยู่ในกรอบแผนงานของรัฐบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก โดยทหารจะเข้าไปช่วยเสริมในฐานะที่มีความพร้อมด้านกำลังพลตามค่ายทหารต่างๆ ซึ่งสามารถเรียกได้ตลอดเวลา และจะออกไปให้เร็วที่สุด เพื่อไปติดตามแก้ไขปัญหาและประสานงานกับหน่วยงานอื่นให้ทันเวลา อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกหน่วยงานพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ในการป้องกันแก้ไข และฟื้นฟู ทั้งนี้ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน และขอเตือนประชาชนทุกจังหวัดต้องระมัดระวังเนื่องจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ระบุว่าจะมีฝนตกทั่วประเทศร้อยละ80 ส่วนพื้นที่ภาคใต้มีร้อยละ70 และกทม.ร้อยละ80 ดังนั้นขอให้ประชาชนระมัดระวังปัญหาฝนตกน้ำท่วม และรถติด
ยันเหตุเจ้าหน้าที่ปะทะกับฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้เกิดขึ้นจากการออกไล่ล่า
ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจยะลา ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่่าวว่า ในช่วงเทศกาลรอมฎอน ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ ยังชี้วัดอะไรไม่ได้ ที่เห็นว่ายังมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ในการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดเป็นผู้ที่มีหมาย ป.วิ อาญาทั้งสิ้น และฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ไปไล่ล่า แต่เป็นการไปพบเจอตามการแจ้งของชาวบ้าน
"ในส่วน 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ก็คงจะต้องเพิ่มมาตรการดูแล ซึ่งจะต้องเพิ่มมาตรการในการดูแลเป้าหมายอ่อนแอ ที่จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีการพูดคุยกัน ก็ยังมีเหตุการณ์ แต่ฝ่ายรัฐไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องปฎิบัติการตามกฎหมายไทย รัฐธรรมนูญไทยที่มีในปัจจุบัน การใช้ความรุนแรงก็จะต้องแยกกันให้ออก การบังคับใช้กฎหมาย กับการใช้ความรุนแรง มันคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นจะต้องไปพิสูจน์ทราบกันว่าใครเป็นคนใช้ความรุนแรง ถ้าเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ผมก็กำหนดมาตรการเอาไว้แล้ว คือลงโทษสถานหนัก อย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามอยากให้สังคมช่วยกัน" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



