ข่าว

'หมวดเจี๊ยบ'ป้อง'ประชา-ภราดร'

'หมวดเจี๊ยบ'ป้อง'ประชา-ภราดร'

23 ก.ค. 2556

'หมวดเจี๊ยบ' ป้อง 'ประชา-ภราดร' ชี้เหมาะสมให้ข่าวปมไฟใต้ แนะ 'อภิสิทธิ์' หยุดจ้อ หวั่นส่งผลเสียต่อการแก้ปัญหา

 

                       23 ก.ค.56 ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่พอใจบทบาทการให้ข่าวของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถือเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ แต่ก็เป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยอคติและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะตามหลักการแล้วผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการชี้แจงหรือให้ข่าวกับสื่อมวลชน ก็ควรจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการแก้ปัญหาภาคใต้ ก็คือ พล.ต.อ.ประชา และ พล.ท.ภราดร

                       ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ทั้งสองท่านก็มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องความมั่นคงเป็นอย่างดี เพราะเคยรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพมาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ก็เหมาะสมแล้วที่จะเป็นผู้ชี้แจงหรือให้ข้อมูลข่าวสารเรื่องภาคใต้ ที่ผ่านมาทั้งสองท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสื่อมวลชน ที่สำคัญ ทั้ง พล.ต.อ ประชา และ พล.ท ภราดร ก็มีความน่าเชื่อถือเวลาพูดเรื่องความมั่นคงมากกว่านายอภิสิทธิ์

                       ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า หากนายอภิสิทธิ์ อยากทำตัวให้มีประโยชน์ในเรื่องดับไฟใต้ สิ่งที่ควรทำ คือ กลับไปทบทวนว่าการให้ข่าวของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผ่านมา ส่งผลเสียต่อการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมและขาดความระมัดระวัง โดยเรียกกลุ่มบีอาร์เอ็นว่าเป็นกลุ่มโจรทุกคำ ซึ่งสภาความมั่นคงแห่งชาติระบุว่า คำพูดดังกล่าวอาจเป็นการสร้างเงื่อนไขความรุนแรงในพื้นที่ และอาจทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เดือดร้อน ทั้งยังทำลายบรรยากาศการพูดคุยของไทยและบีอาร์เอ็น

                       นอกจากนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังให้ข้อมูลเท็จต่อสังคมว่า ไทยไปลงนามในข้อตกลงกับบีอาร์เอ็น ทั้งที่ไม่เป็นความจริง แต่สงสัยว่านายอภิสิทธิ์ คงเห็นว่าการพูดจาโดยไม่ระวังปากและการโกหกไม่ใช่เรื่องใหญ่จึงวางเฉย และไม่ได้ออกมาขอโทษพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวไทยมุสลิม และยังก้าวก่ายการตัดสินใจของรัฐบาล เรื่องการกำหนดตัวบุคคลที่จะให้สัมภาษณ์ในประเด็นต่างๆด้วย