
เสียงสะท้อน SME : รองเท้าถักผักตบชวา
เสียงสะท้อน SME : รองเท้าถักผักตบชวา เพิ่มช่องทางขายสร้างความแกร่ง : โดย...จิติมา จันพรม
กลุ่มพัฒนาอาชีพหัตถกรรมผักตบชวา ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ก่อตั้งขึ้นมานานกว่า 10 ปี โดยการสนับสนุนของพัฒนาชุมชนอำเภอสตึก มีรองเท้าถักจากผักตบชวาเป็นผลิตภัณฑ์หลัก และถือว่าเป็นสินค้าขึ้นชื่อของ จ.บุรีรัมย์ อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นรองเท้าถัก เกิดขึ้นจากการนำผักตบชวามาแปรรูปเป็นงานฝีมือด้านอื่น อาทิ การทำเป็นกระเป๋า หรือตะกร้า ที่เป็นงานถักจากเข็ม ทางกลุ่มจึงเห็นว่าน่าจะทำอย่างอื่นได้ด้วย จึงได้เริ่มนำเอาผักตบชวามามัดเป็นรองเท้า
ระยะแรกตัวสินค้าที่ผลิตออกมา มีรูปแบบไม่แข็งแรงนัก เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ในการผลิตสินค้าประเภทนี้ ทำให้รองเท้าถักจากผักตบชวา ชำรุดได้ง่าย และไม่สามารถใช้สวมทั่วไป ต้องใช้เฉพาะภายในอาคารเท่านั้น ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาให้มีพื้น และเอาตะไคร้มาอบแล้วมัดด้วยผักตบชวา จนเป็นรองเท้าสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมมีสรรพคุณดับกลิ่นเท้าได้ดี ต่อมาก็พัฒนาลวดลายต่างๆ จนมีแบบพื้นสูง พื้นเตี้ย และเพิ่มสีสันที่หลากหลาย จากเดิมมีเฉพาะสีธรรมชาติ ทางผู้ผลิตก็สร้างสีสันแปลกใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกมากขึ้น
ปัจจุบันรองเท้าสมุนไพรของกลุ่ม ถือว่าเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงได้รับการคัดสรร 4 ดาวระดับประเทศ และงานที่ผลิตสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในกลุ่มทั้ง 45 คน ที่มีการแบ่งงานกันทำ ตั้งแต่ตัดพื้น ถักเปีย จนถึงประกอบเป็นรองเท้า นำสินค้าออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2547 ในช่วงที่ผ่านมาการทำตลาดจำหน่ายสินค้า อาศัยการขายร่วมกับงานงานแสดงสินค้าทั้งที่จัดโดยส่วนราชการและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ให้สมาชิก เฉลี่ยเดือนละ 5,000-10,000 บาทต่อคน ในตัวสินค้ารองเท้าถัก ราคาจำหน่ายพื้นธรรมดาคู่ละ 120-150 บาท ส่วนพื้นสูงราคาคู่ละ 150-199 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของแบบ ยอดขายเฉลี่ย 80,000 -100,000 บาทต่องาน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบของวิสาหกิจกลุ่มนี้คือ ช่องทางในการจำหน่ายสินค้าที่จะต้องอิงไปกับการจัดงานต่างๆ ถือว่าเป็นปัญหาพอสมควรหากต้องการที่จะสร้างความยั่งยืนต่อภาคการผลิต ทางออกในเรื่องนี้จึงเห็นว่าหากได้รับการสนับสนุนให้มีร้านค้าหรือช่องทางจำหน่ายเป็นของตัวเองได้ น่าจะมีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะจะสามารถทำตลาดถึงผู้ซื้อได้โดยตรง
"การทำตลาดช่วงที่ผ่านมา เราถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ทำเสร็จแล้วหาตลาดไม่ได้ กระทั่งหาทางออกด้วยการขายเอง นอกจากนี้ เงินทุนก็เป็นปัญหาที่ต้องแก้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากจะต้องมีเงินจ่ายให้แก่สมาชิกที่นำงานมาส่งให้ ขณะที่ของยังขายไม่ได้ ต้องรอไปขายตามงานที่จัดขึ้น ทำให้เงินหมุนเวียนไม่ทัน ต้องกู้เงินปลอดดอกเบี้ยขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. จำนวน 1 แสนบาท มาหมุนเพื่อสร้างสภาพคล่อง แต่ละเดือนจะต้องมีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 3 แสนบาทเพื่อให้สมาชิกได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด" แดง ดนุชนาง ประธานกลุ่มพัฒนาอาชีพหัตถกรรมผักตบชวา ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่า งานฝีมือในสาขานี้จะเติบโตได้มากกว่านี้ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การเตรียมความพร้อมของผู้ผลิต ไม่ใช่เพื่อแข่งขันเท่านั้น แต่เพื่อต่อยอดให้สินค้าได้ออกสู่ตลาดได้กว้างขึ้น อยากให้หน่วยงานราชการหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนความรู้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายย่อยๆ ในกลุ่มวิสาหกิจ ทั้งการสนับสนุนเรื่องเงินทุน การให้ความรู้ทางด้านทักษะในการผลิตสินค้า หากได้รับการสนับสนุนในสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็มั่นใจได้ว่างานสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นยังมีโอกาสที่จะมีอนาคตได้อย่างแน่นอน
"ขณะนี้สิ่งที่เราเห็นคือ งานแฮนด์เมดของกลุ่มกลายเป็นต้นแบบให้ประเทศเพื่อนบ้านผลิตตาม แต่ข้อแตกต่างก็คือฝีมือคนไทย มีความละเอียดสวยงามและแข็งแรงมากกว่า จึงเชื่อว่าจะยังได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างแน่นอน ที่สำคัญทำอย่างไรจะทำให้เราแข็งแกร่งสามารถผลิตสินค้าออกมาได้อย่างต่อเนื่อง มีพื้นที่จำหน่ายเป็นของตัวเอง" ประธานกลุ่มพัฒนาอาชีพหัตถกรรมผักตบชวา กล่าว
----------------------------
(เสียงสะท้อน SME : รองเท้าถักผักตบชวา เพิ่มช่องทางขายสร้างความแกร่ง : โดย...จิติมา จันพรม)



