ข่าว

'สุรนันทน์'ปัดข่าวคนในพรรคจี้'บิ๊กอ๊อด'ลาออก

'สุรนันทน์'ปัดข่าวคนในพรรคจี้'บิ๊กอ๊อด'ลาออก

23 ก.ค. 2556

'สุรนันทน์' ปัดข่าวคนในพรรค 'พท.' กดดัน 'ยุทธศักดิ์' ลาออก ยันพร้อมฟังความเห็นต่าง วอนปชช.วิเคราะห์กลุ่มเคลื่อนไหวล้มรัฐ ระบุประเทศ-ปชช.ได้ประโยชน์อะไรบ้าง

 

                         23 ก.ค.56 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าว ว่า ส.ส. ภายในพรรคเพื่อไทย กดดันให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ลาออกว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบข่าว อย่างไรก็ตามคงต้องฟังความคิดเห็นของ ส.ส.ในพรรคก่อน ส่วนตัวคิดว่าทุกคนมีความตั้งใจที่อยากจะเห็นรัฐบาลโดยการนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินหน้าต่อไปได้ แต่ความคิดเห็นที่แตกต่างเราก็พร้อมและรับฟัง และเสียงจากคนในพรรค ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ในการที่จะทำให้รัฐบาลคงอยู่ได้ เราจึงต้องฟังเสียงในพรรค แต่ถ้าจะให้ความเป็นธรรม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ควรได้มีโอกาสชี้แจงภายในพรรคก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี และก็เป็นหน้าที่ของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

'สุรนันทน์' วอนปชช.วิเคราะห์กลุ่มเคลื่อนไหวล้มรัฐ

 

                         นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ที่จับมือกับกลุ่มอื่นเคลื่อนไหวในนาม กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ยื่น 6 ข้อเสนอให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม ว่า ขณะนี้มีความสับสนจากกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล ความจริงในระบอบประชาธิปไตย การเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือ ขัดแย้งกับรัฐบาลนั้นสามารถทำได้ แต่แนวคิดต่างๆควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ เช่น หากเห็นว่านโยบายรัฐบาลตรงไหน มีจุดอ่อน หรือไม่ถูกต้อง ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ การนำเสนอความคิดเห็นต่างๆไม่ผิด แต่ปัจจุบันกระบวนการต่อต้านรัฐบาล เกิดความสับสน โดยใช้ระบอบประชาธิปไตยอย่างบิดเบือน พยายามเอาจุดที่เป็นระบอบประชาธิปไตยมาประท้วงล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อย่าลืมว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาจากเสียงส่วนใหญ่ แต่ก็พร้อมรับฟังเสียงส่วนน้อย ที่สามารถเสนอความเห็นอย่างสร้างสรรค์

                         “วันนี้กระบวนการที่จ้องล้มรัฐบาล กลายเป็นกระบวนการ ที่จะล้มระบอบประชาธิปไตย จึงไม่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง อยากขอร้องให้ประชาชนวิเคราะห์ให้ดี ว่าสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ทำลายความหน้าเชื่อถือ ทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจต่างๆ ก็จะเกิดการสะดุด และชะงัก เป็นการทำลายการอยู่ดีกินดีของประชาชน โดยบุคคลที่เรียกว่าหลงยุค ยังคิดว่าตัวเองยังแก้ปัญหาของระบอบประชาธิปไตย โดยการปฏิวัติรัฐประหาร โดยการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ได้อยู่ ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ของประเทศเลย” เลขาฯนายก กล่าว

                         เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวขณะนี้ สอดคล้องกับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอีกหลายกลุ่ม และเป็นช่วงที่ใกล้เปิดสมัยประชุมสภาฯ จะเกิดผลกระทบอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ควรรับผิดชอบ ต่อประชาชน รัฐบาลเปิดกว้าง พร้อมรับฟังความคิดเห็น แต่ถ้าคิดจะรวมตัวกันเพื่อทำลายระบอบ ตรงนี้ กลุ่มที่เคลื่อนไหวต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย ส่วนผลกระทบที่มีต่อรัฐบาลนั้น รัฐบาลยังยืนหยัดอยู่ในหลักการ และเชื่อว่าประชาชนจะยังให้การสนับสนุน ความเสียหายที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศ

                         เมื่อถามต่อว่ารัฐบาลเชื่อมั่นหรือไม่ว่าประชาชนจะเข้าใจ เพราะปัญหาการรับจำนำข้าวที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถชี้แจงได้ เลขาฯนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกแยะ โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่รัฐบาลเชื่อมั่นว่า เดินมาในทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ยอมรับว่า ในช่องทางการปฏิบัติอาจมีช่องโหว่หรือมีการรั่วไหลบ้าง แต่รัฐบาลและนายกฯก็ได้กำชับมาโดยตลอด ว่าการทำงานต้องมีประสิทธิภาพและความโปร่งใส ต้องปกป้องการทุจริตคอรัปชั่นการเสนอแนะความคิดเห็นอะไรเพื่อปรับปรุงให้ระบบดีขึ้นรัฐบาลพร้อมรับฟัง แต่ถ้าจะเอาข้ออ้างเหล่านี้มาพะสมปนเป กวนให้น้ำขุ่นทำให้ประเทศชาติโดยรวมเสียหายเราไม่สนับสนุน

 

'เลขานายกฯ' ยันความสัมพันธ์พรรคร่วมไร้ปัญหา

 

                         นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณี กล่าวถึงการนัดเลี้ยงสังสรรค์ของพรรคร่วมรัฐบาล ในวันที่ 30 ก.ค. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ว่า คงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เป็นเรื่องปกติในการนัดหารือสังสรรค์กัน เพราะหลายเรื่องในช่วงปิดสมัยประชุมสภาไม่ได้มีการคุยกัน ก็ได้ได้ถือโอกาสพูดคุย การได้หารือกันบ่อยๆ จะทำให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น และเป็นสิ่งที่ดีในการทำงานร่วมกัน ในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนานั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งในส่วนของนายยุคล ลิ่มแหลมทอง รองนากฯและรมว.เกษตรฯ และนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก็ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด การตอบสนองนโยบายในส่วนรวม พรรคร่วมรัฐบาลต่างก็ทำงานได้ดี

 

'สุรนันทน์' โยนวิปรัฐบาลเคาะร่างกฎหมายฉบับใดเข้าสภาฯ

 

                         นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีการพิจารณานำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในช่วงเปิดสมัยประชุม เดือน ส.ค.นี้ ว่า เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย ต้องประสานงานกัน ต้องมาถกเถียงกันถึงข้อดีข้อเสียว่าควรที่จะนำร่างกฎหมายใดเข้าสู่การพิจารณาก่อน โดยต้องเรียงลำดับความสำคัญของกฎหมายแต่ละฉบับ ซึ่งในทุกสมัยประชุมก็ต้องมีการหารือกัน บางครั้ง ต้องการถ้อยทีถ้อยอาศัยให้กฎหมายแต่ละฉบับผ่านไปได้ เพราะร่างกฎหมายแต่ละฉบับต่างมีความสำคัญ กฎหมายงบประมาณ กฎหมายนิรโทษกรรม ต่างก็มีความสำคัญ โดยเฉพาะการนิรโทษกรรม กับบุคคลที่มาประท้วง และไม่มีความผิดอะไรถือเป็นเรื่องสำคัญ และส่วนตัวเห็นด้วย ดังนั้นก็ต้องมาถกเถียงและเรียงลำดับความสำคัญ

                         “อะไรจะมาก่อนมาหลังไม่สำคัญ เท่ากับทุกกฎหมายจะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และต้องได้รับการพิจารณาอย่างเปิดเผย ผลประโยชน์ของประชาชนต้องได้รับการตอบสนอง แต่ในการเรียงลำดับการพิจารณาร่างกฎหมายนั้น ไม่ใช่คำนึงถึงประโยชน์ของกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีของสภา ที่จะได้ถกเถียงกันอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็เป็นยุทธวิธีของฝ่ายค้านที่จะแก้เกมทางการเมืองโดยใช้กลไกรัฐสภาฯ มาทำลายความชอบธรรมของรัฐบาล ทั้งนี้ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลทางวิปรัฐบาล คงได้มีการหารือกัน ส่วนจะมีการนำร่างกฎหมายฉบับใดพิจารณาก่อนหนัง ก็อยู่ที่มติของวิปรัฐบาล” เสขาฯนายกฯ กล่าว