ข่าว

'มาร์ค'แนะถอน'นิรโทษ'ออกจากสภาฯ

'มาร์ค'แนะถอน'นิรโทษ'ออกจากสภาฯ

23 ก.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' แนะ 'รบ.' ถอนร่างนิรโทษฯล้างผิด ออกจากสภา จี้ 'ยิ่งลักษณ์' สรุปบทเรียน 5 เดือน ปม 'ไฟใต้' หวั่นรัฐไม่ละเอียดอ่อน ถลำลึก ติดกับดัก 'บีอาร์เอ็น'

 

                           23 ก.ค. 56  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว ถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมว่า ไม่มีอะไรที่แตกต่างไปจากแนวคิดของนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่ตนพูดผ่านเวทีผ่าความจริง ว่า เราสามารถนำร่างของนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดานางสาวกมนเกด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตช่วงการชุมนุมปี 53 มาเป็นตัวตั้งได้

                           ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า  แต่นายอลงกรณ์ให้ย้อนไปถึงปี 2548 คือ ไม่ใช่แค่นิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดงและ ไม่นิรโทษกรรมพวกเผาสถานที่ราชการ คนที่หมิ่นพระบรมเดชานิภาพ ไม่นิรโทษกรรมคนทุจริต ก็ตรงกัน เพราะตนยืนยันว่าไม่ควรมีการนิรโทษกรรมคนที่ทุจริต หมิ่นประบรมเดชานุภาพ และไม่ครอบคลุมคนที่มุ่งประทุษร้ายชีวิตและทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นของราชการหรือเอกชน เพียงแต่ว่าแนวทางการดำเนินการต้องมาพูดคุยกัน เพราะตนยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่า สาเหตุที่พรรคไม่เสนอกฎหมายนี้ตั้งแต่ต้น เพราะว่าถ้าเสนอเข้าไปรัฐบาลจะใช้เสียงข้างมากอ้างว่า ทุกพรรคเสนอแล้วเอาไปรวมพิจารณากับร่างที่เป็นปัญหาก็จะเกิดความขัดแย้งในสังคม ซึ่งตนยังมีความเห็นที่เป็นจุดยืนว่ารัฐบาลต้องเริ่มจากการถอนทุกร่างที่อยู่ในสภาออกมาก่อนเพราะไม่สอดคล้องกับหลักการที่เราสนับสนุน

                           หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากจะมีการดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ควรจะทำให้เป็นการปรองดองอย่างแท้จริง เพราะหากยังคากฎหมายเหล่านั้นไว้ในสภาไม่ว่ากฎหมายฉบับไหนเข้าไปในสภา ก็จะถูกเสนอให้พ่วงฉบับล้างผิดคนโกง ล้างผิดคนเผาตลอดเวลา จะทำให้เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลจึงต้องเป็นผู้แสดงท่าทีว่าจะใช้เรื่องนี้เป็นกระบวนการปรองดองด้วยการถอนกฎหมายของตัวเองออกมา แล้วมานั่งหาเวที หรือกลไกคุยกันว่าจะเสนอร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้พรรคยังไม่ได้ประชุมส.ส.แต่แนวคิดที่คุยกันก็สอดคล้องกันหมดว่าเนื้อหาสาระของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมหากจะมีก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้

                           "แนวทางที่จะนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริงนั้น ทำไมไม่ให้ทุกพรรคการเมืองและญาติผู้เสียชีวิตจะเป็นญาติฝ่ายผู้ชุมนุม ญาติตำรวจ ทหารที่เสียชีวิตและกลุ่มมวลชนต่างๆ มาร่วมกันพิจารณาในหลักง่ายๆ ว่า คดีแต่ละประเภท คดีประเภทไหนสมควร หรือไม่สมควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ถ้าได้จุดร่วมตรงไหนก็เสนอตรงนั้นก็จะเป็นกระบวนการปรองดอง ซึ่งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง หรือ คอป. สามารถเข้ามามีบทบาทได้ แม้ว่าจะหมดวาระไปแล้ว แต่ผมเคยเสนอว่าเขาควรมีกลุ่มที่เป็นหลักในการติดตามเพื่อสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคิดที่เขานำเสนอ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า คอป.ยังมีการรวมตัวอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่เขาอยู่ในฐานะที่ดีที่จะช่วยพยายามทำเรื่องนี้ร่วมกัน"

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลยังไม่ถอนร่างปรองดอง และนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในสภาออกไปกระบวนการปรองดองตามแนวทางนี้  ก็ไม่สามารถเริ่มต้นได้ เพราะจะไม่มีหลักประกันความชัดเจนว่าเวลาที่มีการเสนอกฎหมายเข้าไปแล้ว รัฐบาลจะไม่ย้อนกลับไปเอาร่างของตัวเอง ดังนั้นกระบวนการนี้จะเดินหน้าได้ขั้นแรกต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลก่อนว่า อยากปรองดงจริงหรือไม่ ถ้าอยากปรองดองจริง ทำไมเรื่องนี้ที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสจากเดิมที่จะมีความขัดแย้งก็มาทำร่วมกัน และเป็นการพิสูจน์ว่าที่พูดเรื่องปรองดองหรือนิรโทษกรรม ตกลงจะทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง แกนนำหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

                           "ผมไม่เข้าใจว่าไปคิดถึงขั้นที่ว่า ร่างของคุณพะเยาว์มีคนอยู่เบื้องหลังได้อย่างไร แต่ที่วิตกกังวลกันว่าไม่อยากใช้ร่างฉบับของญาติผู้เสียหายหรืออย่างที่ผมเสนอมันขัดกับผลประโยชน์ของเขา เพราะใจเขาจริงๆ คือต้องการช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วเอาคนอื่นมาบังหน้าตรงนี้กำลังฟ้องออกมาจึงมีอาการมากหน่อย ถึงขั้นไปพูดจาทำนองว่าฝ่ายประชาธิปัตย์คิดจะไปลอยแพทหาร ซึ่งไม่มีความจริงเลย เพราะในส่วนของเจ้าหน้าที่ผมบอกว่าไม่ต้องเขียนอะไรเลยเพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็เดินหน้าต่อไปได้ วันนี้เป็นการพิสูจน์รัฐบาลว่าอยากทำเรื่องปรองดองหรือล้างผิด พ.ต.ท.ทักษิณ ล้างผิดแกนนำ ล้างผิดคนเผา คนที่ก่อการร้าย ถ้ารีบก็แสดงว่าอยากช่วยคนเหล่านี้ไม่ได้ช่วยประชาชนธรรมดา"

                           ผู้นำฝ่ายค้านฯ  กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ถอนร่างกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม ที่ค้างในสภาออกไปก็จะเป็นเครื่องฟัองตัวเองว่า ไม่คิดทำเรื่องปรองดอง แต่คิดทำเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ช่วยแกนนำ คนเผา เท่านั้น สังคมจะได้ทราบ ซึ่งตนยืนยันว่าถ้าคิดแบบนี้บ้านเมืองก็ขัดแย้งมาก เพราะวาระของสภาก็ยังไม่มีความชัดเจนซึ่งต้องรอประธานสภาส่งวาระออกมา และต้องดูท่าทีของวิปที่จะประชุมกันวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.56) ทั้งนี้หลักของการปรองดองตนยืนยันว่าไม่มีที่ไหนที่ใช้เสียงข้างมากมายัดเยียดความคิดให้ การปรองดองมีแต่หาจุดร่วมและทำในสิ่งที่มีความเห็นร่วมกัน ซึ่งความเห็นร่วมกันจะเกิดได้ต้องถอนร่างกฎหมายในสภาออกมาก่อนแล้วทำฉบับเดียวร่วมกันจึงจะเป็นการปรองดองที่ดีที่สุด

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวาระสภายังไม่ชัดเจนโดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า  ให้ประชาชนไปลุ้นเอาเองจะทำให้บรรยากาศทางการเมือง ช่วงเดือนสิงหาคมตึงเครียดขึ้นหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หวังว่าวิปฯจะมีความชัดเจนออกมาในวันพรุ่งนี้ แต่เชื่อว่าถ้ายังฟังคำสั่งจากต่างประเทศก็คงยังมีการผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาต่อ ซึ่งจะทำให้มีความขัดแย้งสูงมาก และไม่เข้าใจว่ารัฐบาลต้องการให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นทำไม ตนยืนยันว่ารัฐบาลกำลังสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง เพราะหากผลักดันให้พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในสภาจุดยืนของพรรคก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะคัดค้านเรื่องนี้ทั้งในและนอกสภา ซึ่งจะได้หารือตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไร

                           ส่วนกระแสข่าวที่ว่าอาจจะมีการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสว.ในวันที่ 6-7 ส.ค.นี้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคได้ลงมติในวาระที่ 1 ว่าไม่เห็นด้วย และมีการแปรญัตติไว้ก็ต้องว่าตามกระบวนการ และในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการฯก็มีปัญหาในหลายประเด็น ซึ่งต้องดูว่าสรุปสุดท้ายของกรรมาธิการเป็นอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราที่จะเป็นชนวนความขัดแย้งมากที่สุดคือ การแก้ไขมาตรา 68

 

 

จี้ 'ยิ่งลักษณ์' สรุปบทเรียน 5 เดือน ปม 'ไฟใต้'

 

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ผู้ไม่หวังดีนำป้ายผ้าสีขาวเขียนข้อความเป็นภาษาไทยและภาษารูมี แขวนไว้ตามกิ่งไม้ริมถนนและสายไฟฟ้า รวมทั้งใช้สีสเปรย์พ่นข้อความไว้บนราวสะพานและกลางถนน ในพื้นที่ 8 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 38 จุด โดยแยกเป็นอำเภอตากใบ 2 จุด ระแงะ 3 จุด เมืองนราธิวาส 5 จุด สุไหงปาดี 12 จุด แว้ง 2 จุด เจาะไอร้อง 1 จุด จะแนะ 1 จุด และอำเภอบาเจาะ 12 จุด ซึ่งมีใจความว่า “ทหารตำรวจออกไปถ้าจะเห็นความสงบที่แท้จริง กูเกลียดคนหลอกลวง ไอ้วี ไอ้ดอน กูกลับมาแล้ว ออกไปถ้าจะดูประชาชนอยู่สบาย” ว่า ตอนนี้หลายฝ่ายได้ทดสอบการพูดคุย ซึ่งการพูดคุยต้องมีความระมัดระวังสูง ต้องปรับระบบการทำงานให้มีคณะทำงานชุดเล็ก เพื่อไปตกลงกันให้ได้ มีการมาทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ 

                           ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องสรุปบทเรียน 5 เดือน ที่ยังมีปัญหาว่าอยู่ตรงไหน ต้องมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น หากสามารถทำให้การแสดงออกโดยการให้ข่าวที่เป็นระบบ ก็จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ขณะนี้มีปรากฏการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คือ 1. การเขียนป้ายผ้าและพ่นสเปรย์ เรียกร้องให้มีการถอนเจ้าหน้าที่ออกมาจากพื้นที่ 2. เหตุการณ์การยิง การระเบิด ก็ยังมีขึ้นอยู่เกือบทุกวัน แต่ กลับกลายเป็นว่ามีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้กระทำ 3.ก็จะเริ่มเห็นบทบาทขององค์กรอย่างเช่น OIC และประเทศอื่นๆ ที่ต้องมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้มากขึ้น

                           หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การทำงานต้องมีการปรับ เช่น ต้องมีคณะทำงานชุดเล็ก ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ การแสดงความไว้เนื้อเชื่อใจ การมีเจตนาดีในการที่จะพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย ตรงนี้เราก็ไม่เคยเห็นภาพที่มันชัดเจน ต้องมาประเมินกันตลอดเวลาว่า สถานการณ์ที่มีข่าวเกิดเหตุอย่างนี้มันเกิดจากอะไร ความเข้าใจผิด หรือมันเป็นคนนอกกลุ่ม แต่ประเด็นคือ ขณะที่ฝ่ายเขานั้น วิธีการสื่อสารเช่น สื่อสารไปยังทางมาเลเซีย สื่อสารไปบนยูทูบ แล้วก็มีการแถลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวของ OIC อย่างนี้เป็นต้น

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การวางท่าทีที่เหมาะสม เพื่อยังยืนยันว่าปัญหานี้ เป็นปัญหาภายในประเทศ ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยให้ทางฝ่าย บีอาร์เอ็น ไปใช้เวทีสาธารณะ เวทีระหว่างประเทศอยู่ฝ่ายเดียว แล้วก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนการที่ OIC เริ่มเข้ามาแสดงความคิดในเรื่องนี้ ตนเห็นว่าเขาติดตามมาตลอดอยู่แล้วแต่อะไรก็ตามซึ่งเป็นการพยายามขับเคลื่อนไปสู่การยกระดับปัญหา เราต้องชี้แจงบนพื้นฐานข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าตรงกับที่รัฐบาลไทย หลายสมัยได้ยืนยันเอาไว้

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า นับตั้งแต่ที่เข้าสู่เดือนรอมฎอน เกิดความรุนแรงขึ้นร่วม 20 ครั้ง เมื่อเทียบกับเดือนรอมฎอนปีอื่นๆ ก็มีเหตุการณ์ไม่เกิน 60 ครั้ง เรื่องนี้มีการประเมินอย่างไร ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า คงต้องรอให้ครบเดือน แต่ว่าสิ่งที่คงจะพูดได้ก็คือว่า ยังไม่เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนขนาดนั้น ที่จะบอกว่ามันลดลง เป็นผล เพราะฉะนั้นบอกว่า จริงๆ แล้วตั้งแต่แรก ควรจะมีลักษณะของการมากำหนดเกณฑ์ กำหนดแนวทางในการประเมิน บังเอิญแต่ละเหตุในการนับนั้น ความจริงไม่ว่าจะเป็นปี 52 หรือปีปัจจุบัน หรือปีระหว่าง 2 ปีนี้ ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์การยิงบางครั้งนั้นอาจจะไม่เกี่ยวถูกมั้ยครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงอันนี้ แต่ว่าระบบการประเมินคืออะไร แล้วก็พอเกิดเหตุขึ้น มีการยืนยัน ตรวจสอบร่วมกันได้ไหมว่า ผู้เสียชีวิตนั้น เป็นบุคคลที่ไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หรือเปล่า เกี่ยวแล้วมันมีความเป็นไปได้จากการกระทำอันน่าจะเป็นจากฝ่ายไหนอย่างไร

                           "ถ้าเราไปคิดแค่ตัวเลขเฉยๆ ก็ไม่เป็นคำตอบสำหรับการจะเดินต่อไปในอนาคต ถ้าเกิดไปกังวลอย่างรัฐบาลว่า ถ้าตัวเลขเยอะ ไม่ได้แล้วต้องพยายามจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวนั้น เราก็ไม่แก้ปัญหา ในทางกลับกันนั้น การที่มันมีเหตุเกิดขึ้นจะไปบอกว่า อันนั้นมันคุยกันต่อไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ เราต้องพยายามร่วมกันแก้ปัญหาต่อไป"

 

 

หวั่น 'รบ.' ไม่ละเอียดอ่อนปัญหาไฟใต้ ถลำลึก ติดกับดัก 'บีอาร์เอ็น'

 

                           นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้กลุ่มบีอาร์เอ็นที่ออกมากล่าวหารัฐบาลไทยว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรงผิดข้อตกลงที่จะลดความรุนแรงในช่วงรอมฎอนว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำ 2 ประการคือ 1. ต้องพูดคุยกับทางมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวก หรือผู้ประสานงานว่ากติกาของการทำงานควรเป็นอย่างไร เพราะตนดูแล้วว่ามีปัญหาตลอดเวลาแทนที่การพูดคุยจะทำให้สองฝ่ายมาทำงานร่วมกัน กลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างทำและช่วงชิงความได้เปรียบกันอยู่หรือไม่ ซึ่งจะไม่ช่วยในเรื่องการนำความสงบกลับมา

                           ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า  2. รัฐบาลต้องวางแนวทางการสื่อสารคงไม่ใช่เรื่องที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. หรือพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี จะต่างคนต่างตอบคำถาม พูดจากันเองภายในประเทศแล้ว แต่ต้องแสดงจุดยืนท่าทีที่ชัดเจนให้โลกภายนอกเข้าใจด้วย เพราะเวลาที่บีอาร์เอ็นไปกล่าวหารัฐบาลไทย หวังผลในการที่จะให้โลกภายนอกเข้าใจผิดต่อสถานการณืเพื่อยกระดับของปัญหา ทั้งนี้จะมีการแต่งตั้งโฆษกมาทำหน้าที่หรือจะเป็นการแถลงข่าวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องทำคือต้องมีจุดยืนของรัฐอย่างเป็นทางการ ยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ก่อความรุนแรงอย่างไร ตรวจสอบเหตุการณ์อย่างไรเพื่อให้มีความหนักแน่นในการสื่อสารอย่างเป็นทางการ

                           ส่วนที่พล.ท.ภราดร มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาประการหนึ่งของรัฐบาล คือ การไม่คำนึงถึงความละเอียดอ่อน เหมือนกรณีอำเภอสะเดา ตนก็ไม่ทราบว่าปล่อยไปได้อย่างไร แม้ว่าจะพยายามมาพูดภายหลังว่าไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีความละเอียด ตั้งใจ ใส่ใจ คำนึงถึงความละเอียดอ่อนของปัญหาจะไม่มีท่าทีอย่างนี้ จึงควรปรับท่าที และการสื่อสารของรัฐบาลไทยต้องหนักแน่น เช่น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายในการใช้ความรุนแรง ยิงประชาชน และมีการตรวจสอบให้เกิดความมั่นใจอย่างไรว่าให้ทุกคนปฏิบัติตามนโยบาย รวมถึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วผลเป็นอย่างไร ต้องมีการชี้แจงให้หนักแน่นออกมา

                           "ผมคิดว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความละเอียดอ่อนของปัญหาน้อยเกินไป และไปกังวลกลัวภาพจะไม่ดีว่ากระบวนการพูดคุยยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงพยายามแสดงท่าทีว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วทำอย่างนั้นไม่ได้ ทั้งนี้ผมเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งทำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของบีอาร์เอ็นโดยเร็วโดยต้องทำควบคู่ไปกับการประท้วงการรวมอำเภอสะเดาเข้าไปในพื้นที่ไม่สงบด้วย เพราะผู้ก่อความไม่สงบสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว"

                           ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจาผ่านมาประมาณ 5 เดือนแล้ว บีอาร์เอ็นประสบความสำเร็จตามลำดับ ขณะที่ไทยกลับอยู่ในภาวะที่เสี่ยงมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องทบทวนตลอดเวลาว่าวิธีการแก้ปัญหาจะทำอย่างไร ตนเห็นด้วยว่าการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่ต้องคิดว่าการพูดคุยในรูปแบบใดที่จะแก้ปัญหาได้มากกว่าการพูดคุยที่รัฐบาลพยายามใช้เป็นเรื่องหาเสียงทางการเมือง ในขณะที่อีกฝ่ายพยายามใช้เป็นบันไดไปสู่การยกระดับปัญหา เพราะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่างไรก็ตามยังเห็นว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นยังยกระดับปัญหาไม่สำเร็จ และประเทศไทยต้องยืนยันว่าเป็นเรื่องภายในประเทศดึงเรื่องกลับมา เพราะในขณะนี้องค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ โอไอซี ซึ่งติดตามสถานการณ์ภาคใต้มาโดยตลอด เริ่มออกมามีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น ยิ่งต้องทำให้รัฐบาลมีความชัดเจน หนักแน่น มีความพร้อมในการนำข้อเท็จจริงออกมา

                           ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ล่าสุดที่มีการฉีดข้อความขับไล่ทหารออกนอกพื้นทกระทบต่อความพยายามที่จะลดความรุนแรงในพื้นที่ช่วงรอมฎอนอย่างไร ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ในที่สุดต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วมาประเมินอย่างเป็นระบบกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นฝีมือใคร เกิดด้วยเหตุผลอะไร เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งในระหว่างนี้ตนเสนอว่าต้องมีคณะทำงานที่ประสานงานกับฝ่ายบีอาร์เอ็นตลอดเวลา เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าอะไรเกิดขึ้น จะป้องกันแก้ไขอย่างไร ทำความเข้าใจให้ตรงกัน