ข่าว

จ่อหมายจับ!'หน้ากากขาว'ต่อยตร.

จ่อหมายจับ!'หน้ากากขาว'ต่อยตร.

23 ก.ค. 2556

ตร.ให้เวลา 3 วัน ม็อบหน้ากากขาว ทำร้ายตำรวจ รับทราบข้อกล่าวหา หากไม่เข้ามอบตัว จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป

 

                           23 ก.ค. 56  จากกรณีที่กลุ่มหน้ากากขาว ได้รวมตัวชุมนุมกันบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนเคลื่อนขบวนมาทำกิจกรรมกันบริเวณด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ปจ.ที่ตั้งแนวโล่อยู่บริเวณริมทางเท้า เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการนำรถติดเครื่องเสียงขึ้นไปบนลานหน้าหอศิลป์ฯ จนชุลมุนกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 นาย เมื่อช่วงเวลา 15.40 น. ของวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

                           ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น.  พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.เดโช สมศรีธนาเดช สวป.สน.บางรัก นำตัว ด.ต.ศุภกฤต ลิ้มลิขิตอักษร ด.ต.พิสิษฐ์ สะอาดเอี่ยม ทั้ง 2 นาย ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.บางรัก ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ชุด ปจ.ของบก.น.6 และถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายร่างกายในวันเกิดเหตุ มาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชน พร้อมทั้งแนวทางในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

                           พล.ต.ต.วัลลภ เปิดเผยว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ปจ.ของบก.น.6 จำนวน 1 กองร้อย มาคอยดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่บริเวณโดยรอบหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่เคลื่อนขบวนมารวมตัวกันในเวลา 15.30 น. เพื่อทำกิจกรรม แต่ในเวลา 17.00 น.จะมีขบวนเสด็จฯ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดปจ.ตั้งแนวโล่ที่หัวมุมถนนพญาไท พร้อมทั้งใช้เครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นไปอยู่บนทางเท้าเท่านั้นไม่ให้ลงมาที่พื้นถนน เพื่อเป็นการถวายการอารักขาในเส้นทางเสด็จฯ

                           พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถเครื่องขยายเสียง 2 คัน มาจอดบริเวณริมถนนพญาไท ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ทำการเคลื่อนย้ายออกจากเส้นทางไป แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับพยายามจะนำรถขึ้นไปจอดบนลานด้านหน้าหอศิลป์ ด้วยการพยายามดันโล่ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นไว้ จึงมีการกระทบกระทั่งกันเกิดขึ้นจน ด.ต.พิสิษฐ์ และ ด.ต.ศุภกฤต ถูกผลักและทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ

                           พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดไม่ได้ทำการตอบโต้แต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุนนุมและถวายอารักขาตามหน้าที่ กลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่น่าจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบนี้ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ทำการตรวจสอบคลิปและภาพนิ่งที่ได้บันทึกไว้ ก็พบตัวผู้ก่อเหตุ 2 ราย ที่ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายแล้วชัดเจน จึงฝากไปยังแกนนำด้วยว่าให้นำตัวทั้งผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย พบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย และขัดขวางเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายใน 3 วัน ทางตำรวจยืนยันจะให้ความเป็นธรรม แต่หากไม่มาพบ ทางพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลต่อไป

                           ด้าน ด.ต.พิสิษฐ์ กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาก็ทำการตั้งแนวโล่เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นไปอยู่บนเท้า แต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมกลับพยายามจะนำรถติดเครื่องเสียงขึ้นไปจอดบนลานด้านบน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ถอยรถติดเครื่องเสียงพยายามจะฝ่าแนวโล่เข้ามา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบจนสามารถนำรถขึ้นไปจอดได้แล้ว 1 คัน จากนั้นพวกตนก็กลับมาตั้งแนวโล่ตามปกติ หลังจากนั้นก็พยายามจะถอยรถขึ้นไปจอดเพิ่มอีก แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่หลบให้ ตนจึงถูกฉุดกระชากและผลักออกจากแนว ก่อนจะโดนล็อคคอแล้วต่อยเข้าที่บริเวณท้ายทอยจนได้รับบาดเจ็บและล้มลง

                           ส่วน ด.ต.ศุภกฤต กล่าวว่า หลังจาก ด.ต.พิสิษฐ์ ล้มลงแล้วก็พยายามลุกขึ้นมาตั้งแนวโล่ แต่รถติดเครื่องเสียงก็พยายามจะถอยขึ้นมาข้างบนอีก หลังจากนั้นตนก็ถูกลุ่มผู้ชุมนุมผลักไปด้านหน้าจนชนกับกลุ่มผู้ชุมนุมอีก จนมีการปะทะกันเกิดขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปทำร้าย ก่อนจะถูกทำร้ายด้วยการต่อยเข้าที่ใบหน้านับสิบหมัด อย่างไรตามทางตนกับ ด.ต.พิสิษฐ์ ก็จดจำหน้าคนที่ก่อเหตุได้แม่นยำ