ข่าว

เปิดใจ'ดาว์พงษ์'บทบาทกองทัพในยุคพูดคุยดับไฟใต้

เปิดใจ'ดาว์พงษ์'บทบาทกองทัพในยุคพูดคุยดับไฟใต้

23 ก.ค. 2556

เปิดใจ'ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ' บทบาทกองทัพในยุคพูดคุยดับไฟใต้ : สัมภาษณ์พิเศษ โดยไพศาล เสาเกลียว,ปกรณ์ พึ่งเนตร

               โจทย์ไฟใต้ ณ ปี 2556 เปลี่ยนไปอย่างพลิกฝ่ามือ...จากการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม เพื่อสกัดกั้นเหตุรุนแรงรายวัน พร้อมๆ กับการปรับเปลี่ยนความคิดความเชื่อและทุ่มงานพัฒนาเพื่อหยุดเงื่อนไขของสงครามอุดมการณ์...ล่าสุดได้กลายเป็นการเปิดโต๊ะพูดคุยสันติภาพกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งสังคมส่วนหนึ่งมองว่ากำลังมุ่งสู่การเจรจาอย่างเต็มรูปแบบ

               พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก ที่คลุกคลีกับปัญหาภาคใต้มานาน และเป็นผู้ที่ร่วมในการแก้ปัญหามากับ ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตลอดเปิดใจในเรื่องนี้

@ ท่าทีจริงๆ ของกองทัพกับการพูดคุยสันติภาพเป็นอย่างไร?
       
               ตัวผมเองเป็นคนหนึ่งของคณะกรรมการ ศปก.กปต. ซึ่งร่วมพิจารณาในฝ่ายความมั่นคงต่อข้อหารือของรัฐบาลในห้วงก่อนการตัดสินใจเรื่องการพูดคุยที่ผ่านมา โดยกองทัพในฐานะหน่วยจัดกำลังให้ กอ.รมน. มีข้อพิจารณาว่ามันถึงเวลาที่จะเจรจาหรือพูดคุยโดยเปิดเผยหรือยัง และฝ่ายเราพร้อมหรือยัง โดยเรารู้อยู่แก่ใจว่าในทุกความขัดแย้ง อย่างไรเสียมันก็ต้องจบลงบนโต๊ะ สงครามโลกยังจบบนโต๊ะเลย

               เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเริ่มการพูดคุย ซึ่งเป็นความพยายามของรัฐในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อ 8 ของนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2555-2557 หน้าที่ของกองทัพในฐานะฝ่ายความมั่นคงก็คือให้ข้อมูลและเสนอแนะแนวทางให้ดีที่สุด และเรายังดำรงภารกิจการรักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนต่อไป จะมาให้เจ้าหน้าที่หยุดย่อมทำไม่ได้ ผบ.ทบ.พูดชัดเจนว่าเราหยุดไม่ได้ อย่าลืมว่าคนทั้งประเทศเขามองฝ่ายความมั่นคงว่า พวกคุณทำอะไรอยู่

@ สรุปแล้วการพูดคุยสันติภาพช่วยได้มากน้อยแค่ไหน?

               ผมเชื่อว่าจะแก้ปัญหากรณีของความเข้าใจที่เห็นต่างกันในประเด็นต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แต่จะจบหรือไม่จบไม่รู้ นอกจากนั้นถ้าได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ร่วมมือสนับสนุนข้อมูลบางประการให้ฝ่ายเราได้ ก็จะเกื้อกูลในการแสวงหาสันติคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เร็วขึ้น อย่างนี้เป็นต้น

@ มองการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างไร?

               ทุกรัฐบาลพยายามทำดีที่สุด ยึดถือแนวทางยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน เพียงแต่ต่างวิธีการกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาได้พัฒนามาตามลำดับตามสถานการณ์ในห้วงนั้นๆ จนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งกรณีปัญหาด้านการบริหารงานองค์กรต่างๆ ใน จชต.นั้น กองทัพเห็นว่ามาถูกทางแล้ว โดยปัจจุบันท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ มานั่งหัวโต๊ะในการทำเวิร์กช็อปทุกสัปดาห์ ทำให้รู้ปัญหาจริงและเกิดเอกภาพ โดยนายกฯ สามารถสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที มันทำให้เร็วขึ้น อีกทั้งกระทรวงต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ได้เข้ามาร่วมแก้ปัญหาตามหน้าที่ของตนเองให้ดีขึ้น ทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไขทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ

@ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ยังเจอปัญหาเรื่องสงครามข่าวลือ เมื่อมีเหตุรุนแรงในพื้นที่แต่ละครั้ง

               ผมมองว่าจากความจริงใจที่เราทำงานกับประชาชนมาตลอดหลายปีก็สามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ ประชาชนไม่ได้เชื่อทางโน้น 100% เหมือนสมัยก่อน ปัจจุบันทหารเข้าไปทำงานรวมเวลาก็มากกว่า 6-7 ปีแล้ว ความสัมพันธ์ก็ขยับใกล้ขึ้น แต่พอจะเริ่มดีเขาก็ใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเพื่อขยายช่องว่างให้ห่างออกไปอีก

               เราเคยสงสัยว่าเราให้ใจ 100% โดยลูกน้องเราเป็นเป้านิ่ง แต่ผลลัพธ์ปัจจุบันคือฝั่งตรงข้ามเขายังทำอยู่ และทำทุกวิถีทางด้วยการใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ ออกข่าวลือข่าวลวงให้ประชาชนเกลียดชังทหาร ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าพอผู้ก่อเหตุรุนแรงเขาเห็นว่าประชาชนมารักทหารมากขึ้น เขาก็ต้องพยายามไม่ให้รักเท่าที่เขาจะทำได้ ถ้าเขานั่งเฉยๆ เขาคิดว่าจะเสียเปรียบ จึงใช้การข่มขู่โดยวิธีรุนแรงอย่างที่เห็นอยู่

               สำหรับฝ่ายเรา ผมยืนยันว่าทหารคนไหนไปแอบสร้างความรุนแรงผิดรูปแบบ ผบ.ทบ.ไล่ออกนอกพื้นที่หมด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เพราะเรารู้ว่าแค่เรื่องเดียว ปมเดียว เงื่อนไขมันก็ไม่จบ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมเป็นอันขาด ส่วนผู้นำในพื้นที่บางกลุ่มแม้เราจะรู้ว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่เราก็จะไม่ทำอะไรที่นอกเหนือจากกระบวนการยุติธรรม ผมรับรองได้ แต่เราจะพยายามคุยให้เข้าใจร่วมกัน แล้วแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้น้อยลงหรือให้หมดไปจะดีกว่า

@ บทบาทของทหารในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ถูกวิจารณ์หนักเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ

               ในภาพรวมของงบประมาณการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลจัดสรรให้ทุกส่วนราชการเฉลี่ยประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ 1.งบฟังก์ชั่นของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว ประมาณ 12,500 ล้านบาทต่อปี 2.งบด้านการพัฒนาของ ศอ.บต. ประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี และ 3.งบด้านความมั่นคงของ กอ.รมน. ประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเบี้ยเลี้ยงกำลังพล ประมาณ 65% และเป็นงบปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ประมาณ 30% เหลือเป็นงบจัดหายุทโธปกรณ์เพียง 5% หรือประมาณ 300 ล้านบาท

               สรุปง่ายๆ ก็คืองบประมาณของทหารไม่ได้มากอย่างที่เข้าใจ และทุกส่วนราชการก็ใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

...........................

(หมายเหตุ : เปิดใจ'ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ' บทบาทกองทัพในยุคพูดคุยดับไฟใต้ : สัมภาษณ์พิเศษ  โดยไพศาล เสาเกลียว,ปกรณ์ พึ่งเนตร)