ข่าว

“เทือก”ยันระเบิดใต้-ยิงมัสยิดฝีมือผู้ก่อการร้าย

“เทือก”ยันระเบิดใต้-ยิงมัสยิดฝีมือผู้ก่อการร้าย

10 มิ.ย. 2552

“สุเทพ” ระบุ เหตุระเบิดใต้ - ยิงมัสยิด ฝีมือผู้ก่อการร้าย จี้จนท.คุมเข้มดูแลปชช. ชี้ต้องหาคนผิดมาลงโทษ แต่จะต้องอยู่ในกรอบของกม. ลั่น ไม่หวั่น กระทบฐานเสียงปชป. เผยตอนนี้ยังไม่คิดเสริมกำลังจนท .

(10มิ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวกรณีมอบให้ผบ.ทบ.ลงพื้นที่สามจังหวัดชายภาคใต้เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า  ผบ.ทบ.ได้รายงานผลทางโทรศัพท์ให้ทราบแล้ว ซึ่งหลักฐานที่ปรากฎชัดคือกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เข้าไปกราดยิงพี่น้องประชาชนที่กำลังทำพิธีทางศาสนาในมัสยิดเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น เพราะเป็นการกระทำที่ผิดหลักมนุษย์ธรรมอย่างยิ่ง และพี่น้องประชาชนได้ประณามการกระทำที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามในหมู่บ้านที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านที่พี่น้องประชาชนเข้าใจรัฐบาลดีและร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ดี

 “ ผมกังวลใจเรื่องที่พี่น้องประชาชนจะตกใจ เสียขวัญกำลังใจ และขาดความอบอุ่น เพราะคนกลุ่มนี้ใกล้ชิดกับทางราชการ ทำกิจกรรมร่วมกับโครงการพัฒนาต่าง ๆ และหารือร่วมกันมาตลอด เมื่อเกิดเหตุจึงได้กำชับกับผบ.ทบ.ว่าต้องเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนเหล่านี้เป็นพิเศษ ให้เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องในตำบลต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลที่พี่น้องมีความเข้าใจ มีความร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดีมาก เรากลัวว่าพี่น้องเหล่านั้นจะไม่สบายใจ ซึ่งผบ.ทบ.บอกกับผมว่าในพื้นที่จะให้กำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ได้ทำงานเต็มที่ บางพื้นที่งดวันลาใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ดูแลประชาชนให้เต็มที่ ” นายสุเทพ กล่าว

 เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 3 - 4 ครั้งหลังสุดมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่ไปวิเคราะห์พฤติกรรมของเขา แต่หน้าที่ของตนคือ ปรับปรุงการทำงาน การดูแลความปลอดภัยกับประชาชนดีที่สุด ดูแลข้าราชการ โดยเฉพาะข้าราชการครูได้ตกลงกันว่าครูจะต้องเดินทางทั้งไปและกลับต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ถ้าครูมีภาระที่ต้องทำงานล่วงเวลา มีการประชุมเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มกำลังเป็นพิเศษในการรักษาความปลอดภัยและต้องพากลับบ้านให้ปลอดภัย ทั้งนี้สิ่งที่กังวลคือมีการวางระเบิดในเส้นทางที่เจ้าหน้าที่พาครูไปกลับทุกวัน เราต้องกำชับกำลังพลว่าต้องดูแลเส้นทางนี้ให้ปลอดภัยเป็นภาระของกำลังพลมากก็ต้องทำให้ได้

 ต่อข้อถามว่าต้องถึงขั้นเสริมกำลังเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี ขณะนี้ไม่มีการคิดเสริมกำลังแต่จะใช้กำลังที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพดีที่สุด เมื่อถามว่าทำไมเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบถึงเป็นกลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษามากกว่ากลุ่มอื่น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้วิเคราะห์ลึกไปกว่านั้น เพียงแต่กำชับเจ้าหน้าที่ว่า ครู เป็นกลุ่มที่เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองเราต้องเข้าไปช่วยป้องกันให้เขา

  ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนในที่พื้นที่เชื่อหรือไม่ว่าการกระทำที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่อย่างที่มีการปล่อยข่าว นายสุเทพ กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานมีพยาน มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย ตนไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ เราต้องระมัดระวังเรื่องนี้ ซึ่งในวันที่ 12 มิ.ย.ตนจะลงไปพบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เหล่านี้
 
 เมื่อถามว่าตั้งเป้ามากน้อยแค่ไหน เนื่องจากเห็นว่าจะให้ผบ.ทบ.เอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า อาจจะมีข่าวมากไปกว่าที่ตนเรียนให้ทราบ แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องติดตามเอาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเราจะไม่มีการกระทำใด ๆ ที่นอกไปจากกรอบกฎหมาย ใช้พยานหลักฐานตามที่เจ้าหน้าที่รวบรวมได้ดำเนินคดี ที่ตนพูดเพราะไม่ต้องการให้คนไปคิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ไปตอบโต้อย่างนั้นอย่างนี้ เจ้าหน้าที่วันนี้ถูกกำชับไม่ให้ทำอะไรนอกกรอบอย่างเด็ดขาด และต้องดำเนินภายใต้กรอบของกฎหมายเท่านั้น

 เมื่อถามว่าวันนี้จะมีการเรียกคุยกันก่อนที่จะมีการประชุมครม.ภาคใต้ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนนัดไว้ก่อนแล้ว ตนเป็นประธานกรรมการที่ติดตามโครงการของรัฐบาลในพื้นที่ภาคใต้ เพราะฉะนั้นตนได้นัดกรรมการทุกคนมาเพื่อที่จะได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการตรวจสอบ ติดตาม ผลักดันให้โครงการแผนงานต่าง ๆ ของรัฐบาลสำเร็จโดยเร็วมีประสิทธิภาพได้นำประเด็นที่ครม.ภาคใต้ตัดสินใจนำไปกราบเรียนในที่ประชุมครม.ให้ช่วยพิจารณาตัดสินใจในบางเรื่อง สรุปก็คือเราจะทำสองด้านคือการดูแลชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัย และเรื่องของการพัฒนายกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนต้องทำคู่กันไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้การเมืองมานำการทหาร นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็ทำอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ต้องเข้าใจว่าการเมืองนำการทหารคือการที่เรามุ่งไปที่การพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน และให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจซึ่งความเข้าใจขณะนี้ดีขึ้นมาก เพราะเราให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดโครงการแผนงาน เช่น เข้าไปในหมู่บ้านเป้าหมายรู้ว่าพี่น้องประชาชนมีฐานะไม่ดีก็ปรึกษาให้ร่วมกลุ่มกันในการทำอาชีพต่าง ๆ ซึ่งการร่วมมือกันอย่างนี้ทำให้ความเข้าใจจากพี่น้องประชาชนมีมากขึ้น อย่างนี้เรียกว่าการเมืองนำการทหาร

 เมื่อถามต่อว่างานด้านการข่าวมุ่งประเด็นไปที่กลุ่มใดในการก่อเหตุครั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ลงไปลึกขนาดนั้น กรณีที่ก่อเหตุวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้มากขึ้น เราใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การพิสูจน์ดีเอ็นเอของทางตำรวจ ซึ่งสามารถรู้ตัวผู้กระทำความผิดนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีมากขึ้น   ต่อข้อถามว่านายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เสนออยากให้ฟื้นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต . )มีความเป็นได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ศอ.บต.ยังมีอยู่ เพียงแต่เป็นศอ.บต.ที่ตั้งขึ้นมายุคหลัง ไม่เหมือนสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้เราพยายามปรับการทำงานให้ทุกคนทำงานสอดคล้องราบรื่นยิ่งขึ้น ส่วนการทำกฎหมายก็ต้องใช้เวลาแต่ขณะที่รอกฎหมายเราก็ต้องทำงานด้วยกันอย่างราบรื่นให้ไปด้วยกันได้ดี อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีกฎหมายก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เพราะตนลงไปกำกับเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องที่ครม.ใต้จะนำเสนอที่ประชุมครม.ได้แก่เรื่องอะไรบ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการพัฒนาพื้นที่แถวนั้น การที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงเงินทุนในการประกอบอาชีพ มาตรการสินเชื่อพิเศษ มาตรการเรื่องภาษี ธรรมเนียม ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ครม.ต้องพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งเม็ดเงินทั้งหมดจำนวน 6.3 หมื่นล้านใน 3 ปี เป็นตัวเลขที่มาก เราตั้งเป้าชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องมีรายได้ 1.2 แสนบาทต่อครอบครัว เมื่อถามว่าแนวทางที่ทำจะช่วยลดจำกัดพื้นที่สีแดงมากน้อยแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ค่อยกังวลเรื่องการไประบายสีในพื้นที่ ตนมุ่งเป้าไปที่ประชาชนในกลุ่มที่เห็นว่าเขาด้อย ล้าหลังกว่าคนอื่น ดูแลตั้งแต่การศึกษาของลูกหลานเขา

เมื่อถามว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนรัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีผลกระทบต่อเสียงพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปคิดเรื่องคะแนนเสียงตอนเลือกตั้ง วันนี้ต้องคิดถึงภาระหน้าที่ที่ต้องทำ มาเป็นรัฐบาลต้องทำให้ได้ ตนยังมั่นใจว่าเราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แก้ไขปัญหาได้ ที่พูดไม่ได้ให้รู้สึกว่าเป็นการโอ่อวด แต่ให้คิดว่าเป็นภาระหน้าที่และทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้จะเกิดความเสียหายกับประเทศโดยส่วนร่วมเราต้องทำ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าทราบหรือไม่ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหนที่ก่อเหตุ นายสุเทพ กล่าวว่า กลุ่มไหนก็แล้วแต่ที่เป็นกลุ่มก่อการร้ายเราก็ต้องดำเนินคดี ยืนยันว่าจะดำเนินการตามพยานหลักฐานที่มี ไม่ทำอะไรนอกกรอบของกฎหมาย