ข่าว

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ทำความเข้าใจไทใหญ่

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ทำความเข้าใจไทใหญ่

21 ก.ค. 2556

สมาคมฯไทใหญ่จัดเสวนาสร้างเข้าใจ หลังมีข่าวแก๊งวัยรุ่นไทใหญ่ควงซามูไรไล่ทำร้ายชาวบ้าน จนฝ่ายปกครอง-ตร.เข้มงวด รองผู้ว่าฯเชียงใหม่วอนทุกฝ่ายสร้างความเข้าใจ

              เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม  ที่วัดกู่เต้า ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ จัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยมีนายอดิศร กำเนิดศิริ รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ นายสุรพล สัตยารักษ์  ปลัดจ.เชียงใหม่ นายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเสวนาเพื่อรับฟังปัญหาและชี้แจงทำความเข้าใจจากชาวไทใหญ่กว่า 100 คนที่มาร่วมเสวนาในครั้งนี้ ซึ่งนายแสงเมือง มังกร นายกสมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ เป็นผู้ประสานงานและล่ามแปลภาษาไทใหญ่ให้ฝ่ายราชการรับทราบ

              ทั้งนี้เวทีเสวนาฯได้เปิดโอกาสให้ชาวไทใหญ่ได้แสดงความคิดเห็นและนำเสนอประเด็นปัญหาต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในจ.เชียงใหม่  โดยเฉพาะหลังจากมีข่าวกลุ่มวัยรุ่นไทใหญ่ที่อยู่ในจ.เชียงใหม่ออกมารวมตัวตั้งเป็นแก๊งสร้างความเดือดร้อนรำคาญและใช้อาวุธไล่ทำร้ายคนไทย ขณะที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าเป็นแก๊งซามูไรไทใหญ่ จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจเข้มงวดกวดขันกับชาวไทใหญ่อย่างหนัก ทั้งการตั้งด่านจับชาวไทใหญ่ที่ขับขี่รถจักรยนต์ บุกเข้าตรวจค้นตามแค้มป์คนงาน หอพักและแหล่งที่ชาวไทใหญ่พักอาศัย

              นายอดิศร กำเนิดศิริ รองผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่  กล่าวว่า  ปัจจุบันมีชาวไทใหญ่เดินทางมาอาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่จำนวนมากขึ้น ทั้งคนไทยพื้นเมืองและคนไทใหญ่มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกันเปรียบเสมือนพี่น้อง เมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่ตามกระแสโลกเพื่อประกอบอาชีพ เช่นเดียวกับยุคหนึ่งที่คนไทยเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ จึงเข้าใจชาวไทใหญ่ที่มาอาศัยในจ.เชียงใหม่เพื่อทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว รวมทั้งยินดีที่เข้ามาช่วยเหลือทำงานโดยเฉพาะงานที่คนไทยไม่ถนัดหรือไม่นิยมทำ ชาวไทใหญ่จึงถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสังคมและเศรษฐกิจ จึงไม่อยากให้เกิดความคิดที่แปลกแยกแต่ขอให้คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เข้ามาอยู่

              ส่วนการเดินทางมาร่วมเสวนาในครั้งนี้ มี 2 ประเด็นสำคัญที่อยากทำความเข้าใจและพูดคุยหับชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่ ในฐานะที่ดูแลด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จากที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวทำให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลและจ.เชียงใหม่รู้สึกเป็นห่วงและกังวล เพราะถึงขั้นที่มีกลุ่มวัยรุ่นไทใหญ่ตั้งแก๊งและใช้อาวุธทำร้ายกัน เข้าใจว่าไม่ใช้พฤติกรรมของคนทั้งหมดเพราะในสังคมมีทั้งคนดีไม่ดีปะปนกัน แต่คนที่ประพฤติตัวไม่ดีเกเรที่มีส่วนน้อยมักสร้างความเดือดร้อนให้คนส่วนใหญ่อยู่เสมอจนทำให้คนใหญ่ได้รับผลกระทบ

              นายอดิศร กล่าวว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมาทำความเข้าใจกับชาวไทใหญ่ทุกคนและอยากขอความร่วมมือเมื่อมาอาศัยอยู่ในเมืองที่มีกฎกติกาก็อยากให้ทุกคนเคารพกฎกติกาที่มีอยู่เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ส่วนข่าวกลุ่มวัยรุ่นไทใหญ่ยอมรับว่าอาจมีการนำเสนอข่าวที่เกินจริงไปบ้างจนทำให้สถานการณ์ดูน่ากลัวและทำให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในสังคม ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งจนใหญ่โต ฉะนั้นขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายช่วยกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือไทใหญ่เมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี

              "ผมอยากขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันคิดและแก้ไขปัญหา ไม่อยากให้ทุกคนผิดใจกันและโจมตีกันไปมา รวมทั้งใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตต่อว่ากัน อยากให้ทุกคนหันหน้ามาสร้างความเข้าใจ ทั้งในกลุ่มของตัวเอง และเยาวชนลูกหลาน โดยเฉพาวัยรุ่น"นายอดิศร กล่าว

              นายอดิศร กล่าวอีกว่า  สำหรับปัญหาการขับขี่รถจักรยานยนต์ในตัวเมืองเชียงใหม่ที่พบว่ามีการทำผิดกฎจราจรกันมาก โดยเฉพาะชาวไทใหญ่และต่างด้าวที่เข้ามาอาศัยอยู่ เนื่องจากกฎหมายในปัจจุบันอนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยสามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้ แต่ปรากฎว่าเกิดปัญหาขึ้นเพราะคนเหล่านี้ยังไม่รู้กฎจราจร จึงได้กำชับให้ขนส่งจ.เชียงใหม่ เข้มงวดกวดขันและเผยแพร่ความรู้เรื่องกฎจราจรให้ไทใหญ่ ต่างด้าว รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวทราบ  เนื่องจากจ.เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่และมีสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงถึงวันละ 1 คนครึ่ง จึงต้องรณรงค์เผยแพร่ความรู้และเข้มงวดกวดขันเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฎิบัติตามกฎจราจร

              ด้านฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมการศึกษาและวัฒนธรรมไทใหญ่ ระบุว่า ชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในจ.เชียงใหม่กว่า 1 แสนคนได้รับความเดือดร้อนมาก หลังมีข่าวแก๊งวัยรุ่นไทใหญ่ใช้ดาบซามูไรไล่ทำร้ายคนไทย จนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะการตั้งด่านตรวจ หากพบว่าเป็นคนไทใหญ่ก็จะตรวจเอกสารอย่างละเอียด และเรียกให้นายจ้างนำเอกสารมาเคลียร์จึงจะยอมปล่อย และหากทำผิดกฎจราจรก็จะเปรียบเทียบปรับอย่างนักกว่าคนไทยทั่วไป บางข้อหาถูกปรับสูงตั้งแต่ 1,000 - 3,000 บาท