
'ประชา-ยุทธศักดิ์'ควงทีมมั่นคงลงใต้
'ประชา-ยุทธศักดิ์' ควงทีมมั่นคงลงใต้ ด้าน 'เลขาสมช.' ยันไทยไม่ตกเป็นรอง 'บีอาร์เอ็น' ย้ำไม่เคยละเมิดข้อตกลง ลั่น 'สะเดา' ปลอดภัย
21 ก.ค. 56 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่ครั้งแรกของ พล.ต.อ.ประชา หลังรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง
โดยจะเดินทางไปรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ และการดำเนินการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเยี่ยมหน่วยปฏิบัติงานที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี พร้อมร่วมเปิดปอซอ กับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา และประชาชน ที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี ด้วย โดย พล.ต.อ.ประชา กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า ในฐานะที่ได้รับงานจากนายกรัฐมนตรีจึงจำเป็นต้องลงไปพบกับหน่วยที่ปฏิบัติในพื้นที่ เป็นการพูดคุยกัน และไปดูความพร้อม รวมถึงให้คำแนะนำบางประการ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนนโยบายการปฏิบัตินั้นชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งทุกหน่วยมีนโยบายชัดเจนในการปฏิบัติ ส่วนการดูแลประชาชนชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม ยืนยันว่า เท่าเทียมกันไม่ได้มีการละเลยใดๆ เราให้ความสำคัญเท่ากันหมด
ด้าน พล.ท.ภราดร กล่าวถึงกรณีที่ นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะตัวแทนในการพูดคุยสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย ยื่นหนังสือต่อ นายดาโต๊ะ สรี อาห์มัด ซัมซามิน ฮาซิม อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยเพื่อประท้วงว่าฝ่ายไทย ได้ละเมิดข้อตกลงในการลดความรุนแรงช่วงเดือนรอมฎอนว่า เราได้มีการชี้แจงผ่านผู้อำนวยความสะดวกของมาเลเซียว่า ข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้น การปฎิบัติของเรายังเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ ไม่ได้มีการละเมิดการปฏิบัติแต่ประการใดทั้งนี้ยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้ตกเป็นรองฝ่ายบีอาร์เอ็น เพราะแนวทางในการดำเนินการของเรายึดภาคประชาชนเป็นหลัก โดยตอบสนองความปลอดภัยของประชาชน และแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีซึ่งเรื่องดังกล่าวยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เราจะต้องไปตอบโต้ผ่านทางกระทรวงต่างประเทศ หลักของเราคือ มาตรการเชิงรับ คือ การดูแลความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทั้งเป้าหมายที่อ่อนแอ และสถานที่สำคัญต่างๆ ส่วนพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลาเรายืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อความไม่สงบ พื้นที่หลักในการก่อความไม่สงบยังเป็นพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บวกกับ 4 อำเภอใน จ.สงขลา อยู่
ทั้งนี้ อ.สะเดา เป็นช่องทางที่ประชาชนชาวไทยมุสลิมที่ไปทำงานที่มาเลเซียแล้วต้องเดินทางกลับมายังประเทศไทยช่วงเดือนรอมฎอนจำนวนมาก ซึ่งผู้อำนวยความสะดวกสื่อสารตรงนี้มาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยให้ประชาชนชาวไทยมุสลิมเท่านั้น ไม่ได้หมายรวมว่า เป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัยแต่อย่างใด ทั้งนี้เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เราต้องยอมรับว่า ไม่ได้เกิดจากขบวนการก่อความไม่สงบเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยจากภัยแทรกซ้อนอย่างอื่นอีก เหตุความรุนแรงคงจะต้องมีบ้าง แต่จากสถิติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ยังน้อยกว่า 4 ปีที่ผ่านมาอยู่มาก
นอกจากนี้ พล.ท.ถราดร ยังกล่าวถึง ที่มีชาวบ้าน 2 คนตายที่ จ. นราธิวาส เมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า ต้องตรวจสอบรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งไปยังผู้ประสานงานของมาเลเซียแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงต้องสืบวนสอบสวนก่อน เชื่อว่าคงไม่มีอุปสรรคในการพูดคุยครั้งต่อไป เราจะดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกและเชิงรับ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการพูดคุยจะเกิดสันติภาพหลังจากมีการก่อเหตุในเรื่องนี้ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องดูว่าใครก่อเหตุ ต้องรอให้ดำเนินการชัดเจนต่อไปก่อน ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่มีการล้มข้อตกลงหยุดยิงช่วยเดือนรอมฎอน



