ข่าว

'ยะใส'เชื่อใช้'นิรโทษสุดซอย'เป็นหลัก!

'ยะใส'เชื่อใช้'นิรโทษสุดซอย'เป็นหลัก!

21 ก.ค. 2556

'สุริยะใส' เชื่อ 'พท.' เตรียมลักไก่รวม 3 ร่างนิรโทษกรรม ปลายทางสุดซอย จับตาแผนซ้อนแผนหากมีฝ่ายต้าน จะอ้างความวุ่นวายแล้วชิงออกเป็น พรก.ตามคลิปเสียง

 

                               21 ก.ค. 56  นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกระแสการนิรโทษกรรมที่กำลังถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้ ว่า เป็นเกมและการเมืองภายในพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ที่ไม่ได้ข้อสรุปว่า ขอบข่ายการนิรโทษฯ จะคลอบคลุมถึงความผิดระดับไหนกันแน่ เพราะร่างฯ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน เป็นการนิรโทษฯ ยกเข่งทั้งหมดและทุกคดี ส่วนร่างฯ ของ นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นิรโทษฯ เฉพาะประชาชนและความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 ไม่รวมแกนนำ แต่ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าจะนิยามแกนนำกันอย่างไร และล่าสุดร่าง พรบ.นิรโทษกรรม ฉบับที่บรรดาญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมปี 2553 เสนอต่อรัฐบาลให้นิรโทษประชาชนเฉพาะคดีลหุโทษ ไม่รวมคดี ม.112 และแกนนำ ซึ่งก็ยังมีปัญหาความชัดเจนอยู่เช่นกัน ส่งผลให้ฝักฝ่ายเสื้อแดงและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะยึดหลักการฉบับใดเป็นหลัก

                               "ที่ผ่านมา เหตุที่การนิรโทษกรรมไปไม่ถึงไหน เพราะพรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง ก้าวไม่ข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพราะบวกเอาการล้างความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับบรรดาแกนนำ นปช.เข้ามาพ่วงด้วย ทำให้กระแสสังคมออกมาชุมนุมต่อต้าน ความพยายามในครั้งนี้ จึงอาจเป็นไปได้ที่ ร่าง พรบ.ทั้ง 3 หลักการ 3 ระดับ จะถูกนำมาพิจารณาพร้อมกัน และถือเอาร่าง พรบ.ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นหลัก และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่กล้าระบุว่า จะเข้าสภาฯ วาระไหน อาจจะพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณ หรือ ร่าง พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ไปก่อน แต่หากประเมินสถานการณ์แล้วสบช่อง ก็จะอาศัยเสียงข้างมากเอาทั้ง 3 ร่างมาพิจารณารวมกันแล้วรับหลักการไปเลย"

                               นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า แต่หากมีการชุมนุมคัดค้านนอกสภาอย่างเข้มข้น รัฐบาลพรรคเพื่อไทยก็จะใช้วิธีลักไก่ ด้วยการออกเป็น พระราชกำหนด หรือ พรก. อ้างความวุ่นวายและความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน เหมือนบทสนทนาในคลิปเสียงนั่นเอง อย่างไรก็ตามแผนการนี้ แม้มีความเป็นไปได้แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเท่ากับไปสร้างเงื่อนไขและความเสี่ยงให้รัฐบาลพบจุดจบได้เช่นกัน เพราะประชาชนจำนวนมากก็คงไม่ยอม