
ปปช.ตั้งอนุฯสืบเมล์ฉาวอ้างกลัวทุจริตโผล่
"ป.ป.ช." ยกเหตุตั้งอนุฯสืบเมล์ฉาว เพราะปัญหาทุจริตโผล่เหมือนรับ "จำนำข้าว ระบุ ไม่ขีดกรอบเวลาทำงาน ย้ำชัดสามารถขอข้อมูลทั้งหมดได้ ให้บิดพลิ้วเจองัดกม.เล่นงานแน่
(9มิ.ย.) นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องปราบการทุจริต กล่าวถึงสาเหตุที่เสนอให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาข้อเท็จจริงโครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน โดยมีนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ เป็นประธาน ว่า เนื่องจากป.ป.ช.ต้องทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเน้นมาตรการป้องกันการทุจริต เพราะป.ป.ช.เองก็รู้สึกเบื่อหน่ายที่จะมาไล่จัดการทุจริตในตอนหลัง จึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบโครงการต่างๆเพื่อหาวิธีป้องกันการทุจริต และเสนอแนะให้ครม.ทำตาม เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว
ซึ่งมีการทุจริตเกิดขึ้นทุกปีจนมีคนร้องเรียนมายังป.ป.ช.แล้วกว่า 100 คดี โดยในส่วนของโครงการรถเมล์เอ็นจีวี คณะทำงานจะเข้าไปดู 3 ส่วน ว่าใครเป็นคนคิดโครงการ มีการดำเนินการอย่างไร และการบริหารจัดการเป็นอย่างไรบ้าง และจะดูให้ครอบคลุมถึงการเช่าและซื้อ ว่ามีโอกาสเกิดการทุจริต หรือเข้ามาหาผลประโยชน์อย่างไรบ้าง
นายเมธี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคณะทำงานของป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องทำงานให้เสร็จก่อนที่คณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) ที่ครม.มอบให้ไปศึกษาข้อดีของการซื้อรถเมล์เป็นเวลา 1 เดือน แต่จะทำงานไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ ซึ่งแม้ครม.อาจจะมีมติอนุมัติโครงการดังกล่าว ป.ป.ช.ก็ยังสามารถตามขอข้อมูลดูต่อไปอีกว่า การประมูลเป็นอย่างไร โครงการคุ้มค่าเหมือนที่ประเมินกันไว้ก่อนหน้าหรือไม่ฯลฯ
ส่วนการขอข้อมูลเอกสารนั้น ป.ป.ช.มีอำนาจตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มาตรา 25 ( 1 ) ที่จะขอหลักฐานเอกสารใดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ และหน่วยงานนั้นต้องให้ ไม่ให้ก็มีความผิด เพราะเขียนไว้เป็นกฎหมายไว้ โดยเอกสารสำคัญล่าสุดที่ทางป.ป.ช.จะขอจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คือ รายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 4 พันคัน



